ประมวลเหตุหญิงวัย 48 เสียชีวิตด้วยอาการหอบหืด ในพื้นที่ควบคุม 'ธรรมกาย' ด้วย ม.44

เปิดแชทไลน์ของผู้ตายส่งข้อความออกมาขอความช่วยเหลือ ขอที่พ่นยา (คลิป) พยานในไลน์แชทก่อนตาย เล่านาทีจนท.สกัดรถกู้ชีพ 'การแพทย์ฉุกเฉิน' ย้ำช่วยผู้ป่วยเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ด้าน สรรเสริญ โต้ผู้ตายสิ้นลมก่อนแจ้งจนท. 5 ชม. ขณะที่ สกสส. อัด ม.44 คุมธรรมกาย ขัดหลักการ

 
พัฒนา เชียงแรง ผู้หญิงอายุ 48 ปี ผู้เสียชีวิต
 
2 มี.ค.2560 จากกรณีการโต้กันไปมาถึงเหตุการเสียชีวิตของ พัฒนา เชียงแรง ผู้หญิงอายุ 48 ปี ลูกศิษย์ วัดพระธรรมกาย ด้วยอาการหอบหืด ภายในวัด วานนี้ (1 มี.ค.60) โดย วานนี้ เพจสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เผยแพร่กรณีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเสียชีวิต โดยมีการรับแจ้งว่ามีผู้ป่วยหอบหืด ต้องการยาพ่นเมื่อเวลา 11.29 น. ของช่วงเช้าที่ผ่านมา( 1 ก.พ.60) หลังไม่สามารถนำรถกู้ชีพเข้าไปภายในได้ โดยอ้างติดด่านทหาร ไม่อนุญาตให้รถฉุกเฉินผ่านเข้าไปรับต้องไปขอใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ดีเอสไอก่อน
 
หน่วยฯรัตนเวชที่รับเรื่องจึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น 
 
สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย  ระบุด้วยว่าอาสาสมัครรัตนเวช แจ้งว่า ต้องเสียเวลา ย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆ หายๆ
 

แชทไลน์ของผู้ตาย

ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า มีการเปิดเผยแชทไลน์ของผู้ตาย ที่ส่งข้อความออกมาขอความช่วยเหลือ ขอที่พ่นยา โดยผู้ตายได้ส่งข้อความหาเพื่อน บอกว่าตนไม่สบายมากติดอยู่ที่ 58 ไร่ มีอาการหอบ เหนื่อยมาก และอยากพ่นยา เดินออกมาไม่ไหว

'การแพทย์ฉุกเฉิน' ย้ำช่วยผู้ป่วยเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าวถึงกรณีมีผู้ป่วยโรคหอบหืดเสียชีวิตภายในบริเวณพื้นที่ควบคุมวัดธรรมกาย หลังจากที่มีการประสานมายังหน่วยแพทย์กู้ชีพฉุกเฉินแล้วไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปรับผู้ป่วยได้ว่า ในส่วนของการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ไม่ควรขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เพราะโดยหลักการสากลแล้ว แม้แต่ในภาวะสงครามก็ยังต้องเปิดทางให้กับบุคคลากรทางการแพทย์เข้าไปช่วยเหลือชีวิตคน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด ประตูใดสามารถเข้าไปรับผู้ป่วยได้ก็ควรจะช่วยเปิดทางให้
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าการขัดขวางบุคคลกรทางการแพทย์เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชีวิตคนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ นพ.ภูมินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตามหลักคือไม่ควรจะมีการขัดขวางการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือชีวิตตน
 
เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินในจุดเกิดเหตุให้ข้อมูลว่า เป็นเรื่องจริง เนื่องจากผู้ป่วยอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์บริเวณพื้นที่ควบคุม แต่ไม่ใช่ภายในวัดพระธรรมกาย ซึ่งเมื่อผู้ป่วยมีอาการหอบหืด มีผู้หวังดีประสานโทรสายด่วน 1669 ซึ่งรถฉุกเฉินได้ออกมาทันที แต่มาติดที่ประตู 7 โดยไม่สามารถผ่านเข้าไปรับตัวผู้ป่วยได้ เนื่องจากต้องผ่านการตรวจสอบต่างๆ ซึ่งเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าไม่ทันการณ์แล้ว
 

(คลิป) พยานในไลน์แชทก่อนตาย เล่านาทีจนท.สกัดรถกู้ชีพ

ขณะที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ คนวัดจัดเต็ม โพสต์คลิปพยานในเหตุการณ์เสียชีวิตของพยาบาลอาสาในวัดธรรมกาย หลังจากรถกู้ชีพเข้าไปช่วยไม่ทัน โดยพยานดังกล่าวชื่อว่า “หมวย” อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ที่อยู่ในไลน์แช็ตของ พัฒนา ก่อนจะเสียชีวิต
 
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “แชร์ด่วน!!! ฟังจากปาก พยานตัวจริง! กรณีคนไข้หอบเสียชีวิตนำยามาไม่ทัน! เพราะติดด่านทหาร อ้างเพราะทำตามหน้าที่? ต้องติดต่อ ประตู7เท่านั้น! เสียเวลาไปกว่า1ชั่วโมง10นาที กว่ายาจะมาถึงกลายเป็นศพไปแล้ว…ทั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่แย่มาก ติดต่อลำบาก… #RIP #ไว้อาลัยคุณพัฒน์ 
 
 

สรรเสริญ-อธิบดีดีเอสไอ โต้ ผู้ตายสิ้นลมก่อนแจ้งจนท. 5 ชม.

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า 1 มี.ค.60 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กล่าวว่า กระแสข่าวกรณีผู้ป่วยโรคหอบหืด เพศหญิงอายุ 48 ปี ที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย ไม่สามารถเดินทางออกไปรับการรักษาได้ เนื่องจากติดด่านตรวจตำรวจทหารตามมาตรา 44 จนกระทั่งเสียชีวิตนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะผู้ตายได้เสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับการประสานจากญาติ เพื่อขอรถพยาบาลนำตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพระมหานพพรประสานขอรถพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วย เมื่อเวลา 13.31 น. เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ได้รับการติดต่อจากญาติในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอร่วมกับพระมหานพพร พระสงฆ์อีก 1 รูป และญาติ เดินทางไปยังที่พักคนงาน ซึ่งอยู่ในบริเวณโซนดีของวัด ได้พบพนักงานสอบสวนและแพทย์ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งกำลังชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ดังนั้น ข่าวที่มีการเผยแพร่และส่งต่อกันนั้นจึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
 
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากที่ คสช.ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายก็มักจะมีข่าวบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ข่าวสมาชิก สนช.และนายกรัฐมนตรีเป็นมุสลิมจึงต้องการทำลายพระพุทธศาสนา รวมถึงข่าวล่าสุดดังกล่าวด้วย จึงอยากวิงวอนให้ประชาชนใช้วิจารณญานแยกแยะระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องไม่จริง อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน โดยต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวให้ถูกต้องชัดเจน พร้อมทั้งขอให้ผู้ไม่หวังดี หยุดพฤติกรรมมุ่งร้าย สร้างความสับสน หรือเป็นชนวนของความแตกแยกในบ้านเมือง
 
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเวลา 13.51 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติเพื่อขอรถพยาบาลนำผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 48 ปี อาการหอบส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประสานขอรถพยาบาลเพื่อไปรับผู้ป่วยกรณีดังกล่าวและได้ประสานพระมหานพพร ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพระมหานพพรและพระสงฆ์อีก 1 รูป รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต เมื่อถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่เลียบคลองแอลประตู 14 ในพื้นที่ 58 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอพบตำรวจจากสภ.คลองหลวง ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เจ้าของคดีและแพทย์ที่ชันสูตรอยู่ก่อนแล้ว สอบถามเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
 

สุวพันธุ์ เผยแพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาประมาณ 2 ชม. 

ขณะที่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงกรณีที่มีสื่อต่างๆโดยเฉพาะ facebook ของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย และการให้สัมภาษณ์ของพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย “R.I.P. ศพที่ 2 ของ ม.44” กรณีมีผู้ป่วยโรคหอบหืดเสียชีวิต โดยอ้างว่ารถกู้ชีพเข้าไปช่วยไม่ทันเพราะติดที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปช่วยว่า ตนได้รับรายงานแล้วซึ่งผลการตรวจสอบจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพ 1669 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่ ร.ท.กิตติคม คงสมโภชน์ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กำลังปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับฝ่ายทหารที่จุดตรวจร่วม N 3 ด้านข้างวัดพระธรรมกาย ซึ่งอยู่บริเณใกล้ประตู 6 ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ของวัดพระธรรมกายจำนวน 2 คน เดินเท้ามาหาขอความช่วยเหลือให้ประสานงานรถพยาบาล เพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วย ร.ท.กิตติคม ฯ จึงแจ้งไปยังจุดประตู 7 เพื่อประสานงานของรถกู้ชีพฉุกเฉิน และขับรถพา เจ้าหน้าที่วัดทั้งสองคนมาส่งที่ประตู 7 ขนาดเดียวกัน ได้ทราบว่า เจ้าหน้าที่รถฉุกเฉิน ข้อได้รับการสั่งการจากศูนย์วิทยุ ปทุมธานี ให้นำรถฉุกเฉินมารอที่ประตู 7 เพื่อไปรับผู้ป่วย
 
จากนั้น มีรถฉุกเฉิน 1669 รถมูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกาย ไปยังบริเวณที่พักของเจ้าหน้าที่วัด ซึ่งอยู่ด้านนอกของวัดพระธรรมกาย ตรงข้ามกับประตู 14 โดยบริเวณดังกล่าวเป็นอาคาร 4 ชั้น ห้องที่ผู้ตายอยู่เป็นชั้น 4 ห้อง 1404 เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปถึงพบว่าห้องปิดล็อก จึงพังประตูเข้าไป พบผู้ตายนั่งคว่ำหน้าอยู่กับที่นอน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยชีวิต แต่ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว เจ้าหน้าที่ของวัด รถฉุกเฉิน 1669 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ จึงเดินทางกลับมายัง สภ. คลองหลวง และแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบ เพื่อไปชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย โดยใช้เวลาตั้งแต่การรับแจ้ง ประสานงาน จนถึงที่เกิดเหตุ ประมาณ 20 นาทีเศษ เวลาประมาณ 13.31 น. พระมหานพพร ซึ่งเป็นพระผู้ประสานงานของวัดพระธรรมกายได้โทรศัพท์ติดต่อ พ.ต.ต.กันตวีร์ จัยสิน ผอ.ปพ. ดีเอสไอ ซึ่งอยู่ที่ประตู 7 ขอให้ช่วยประสานงาน ขอรถพยาบาล ไปดูผู้ป่วย ในจุดเดียวกัน เมื่อเดินทางไปถึง พบว่ามีพนักงานสอบสวนและแพทย์อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนแล้ว โดยอยู่ระหว่างชันสูตรพลิกศพ จึงเดินทางกลับ

สุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามพนักงานสอบสวน ได้ความว่า ได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้น พบว่าผู้ตายเป็นหญิงชื่อ นางสาวพัฒนา เพียงแรง อายุ 48 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกาย อาชีพเภสัชกร อาศัยอยู่ที่วัดมาประมาณ 25 ปี มีน้องชายเป็นพระบวชอยู่ที่วัดด้วย มีอาการป่วยเป็นโรคหอบหืด จากการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 2 ชั่วโมง (ชันสูตรเวลาประมาณ 14.00 น.) ขณะนี้มีการเชิญตัว ผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนปากคำ และรอรายงานการชันสูตรจากแพทย์ เพื่อยืนยันสาเหตุการตาย และดำเนินการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น ญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย

สกสส. อัด ม.44 คุมธรรมกาย ขัดหลักการ

สมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ออกแถลงการณ์ โต้แย้งถึงการใช้อำนาจตามความมาตรา 44 ต่อกรณีการดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย โดยเห็นว่าขัดต่อหลักการ 1.มีความยุติธรรมโดยธรรมชาติและสามัญสำนึกแห่งวิญญูชน 
2.มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยยึดหลักนิติธรรม
 
ประกาศคำสั่งของ คสช.ที่ คสช.ถือว่าเป็นกฎหมายและใช้กับพลเมืองเท่าที่ผ่านมา ขัดแย้งกับหลักนิติธรรม ความยุติธรรมโดยธรรมชาติ และสามัญสำนึกแห่งวิญญูชน มีการละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล
 
ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เราเห็นว่ากฎหมายที่ใช้บังคับและกระบวนการยุติธรรมทางอาญายังไม่ได้ถูกล้มล้างหรือทำให้ขาดสภาพบังคับลง ด้วยความห่วงใยต่อความสงบสุขของประชาชนโดยรวม
 
เรียบเรียงจาก เพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย  เพจ คนวัดจัดเต็ม  ข่าวสดออนไลน์ 1, 2 และ มติชนออนไลน์ 1, 2
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น