Skip to main content
sharethis

รอง ผบ.ตร. นำตัว พล.ต.อ.จุมพล รับทราบข้อกล่าวหาคดีรุกป่าทับลาน ยืนยันมีหลักฐานความผิดชัดเจน เผยตอนนี้มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเดียว ยังไม่ถูกแจ้ง 112 ระบุหากสอบปากคำแล้วพบว่ากระทำความผิดจริง จะดำเนินคดีต่อไป ขณะนี้นำตัวไปขออำนาจฝากขังกับศาลจังหวัดนครราชสีมา

ภาพจาก: Banrasdr Photo

2 มี.ค. 2560 11.00 น. ที่กองปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำตัวพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย อดีตข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ และอดีตรอง ผบ.ตร. ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ข้อหาบุกรุกป่าสงวน และฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ขั้นตอนการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.จุมพล นั้น มีการแจ้งข้อกล่าวหา ตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ ก่อนจะสอบปากคำโดยขณะนี้มีเพียงข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ซึ่งผู้ต้องหามีทั้งหมด 5 ราย แต่มอบตัวไปแล้ว 3 ราย ได้แก่ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมวิจิตร รอง ผบช.ภ.5 , นางชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช อายุ 51 ปี ภรรยา พล.ต.ต.พงษ์เดช และ นายมานพ ปลอดโคกสูง อายุ 34 ปี คงเหลือเพียง นางฐนกร มั่นหมาย อายุ 59 ปี ภรรยาของ พล.ต.อ.จุมพล ที่ยังไม่เข้ามอบตัว

"หลังจากแจ้งข้อหาและสอบปากคำ ทางพนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อฝากขัง โดยจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็จะหารือกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับตัว พล.ต.อ.จุมพล กลับมาควบคุมตัวต่อ"พล.ต.อ.ศรีวราห์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีการขอรับตัวกลับมาเพราะอาจจะต้องมีการนำชี้ที่เกิดเหตุ รวมทั้งประเด็นการสอบสวนว่า มีการพาดพิงไปถึงบุคคลใดอีกหรือไม่ อย่างไร ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำทางพนักงานสอบสวนดำเนินการตาม ปกติ ก็แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทาง พล.ต.อ.จุมพล ทราบ และก็สามารถจัดหาทนายความได้

ส่วน พล.ต.อ.จุมพล จะให้การหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับท่านเอง คดีนี้ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่เช่นนั้นศาลก็คงไม่อนุมัติหมายจับให้ ทางเจ้าหน้าที่มีทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุและพยานบุคคล

“คงต้องขอเวลาในการสอบปากคำ พล.ต.อ.จุมพล ก่อน จึงจะสามารถชี้แจงข้อซักถามต่างๆ ได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบในทุกประเด็น หากยังมีผู้ใดที่เกี่ยวข้องหรือมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงก็จะดำเนินการทั้งหมดอยู่แล้ว เราจะสอบสวนจนสิ้นกระแสความ โดยทำตามกฎหมายสำหรับผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน” รอง ผบ.ตร.กล่าว

อย่างไรก็ตามพล.ต.อ.จุมพล ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากการสอบปากคำแล้ว หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้การสอบสวนใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษ จากนั้นเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ควบคุมตัว พล.ต.อ.จุมพล เดินทางไปยังกองบินตำรวจ ดอนเมือง (บน.3) เพื่อขึ้นเครื่องบิน เดินทางไปยังท่าอากาศยานจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งตัว พล.ต.อ.จุมพล ไปขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมาผลัดฟ้องฝากขัง โดยมีนายตำรวจระดับสูงรวมทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางไปด้วยจากนั้นจะนำตัวกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพจาก: Banrasdr Photo

สำหรับ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 82 โรงเรียนตำรวจนครบาลรุ่น 34 โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 26 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ และรุ่นเดียวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23

ชีวิตราชการ พล.ต.อ.จุมพล เริ่มต้นที่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ปฏิบัติหน้าที่ใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วย้ายมาเป็น สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากนั้นย้ายไปเติบโต ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประจำอยู่ที่กองบังคับการปราบปราม จนเป็นรองผู้บังคับการกองปราบพล.ต.อ.จุมพล ได้รับพระราชทานยศ "พลตำรวจตรี" และได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี แล้วเลื่อนตำแหน่งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หลังจากนั้น ได้รับพระราชทานยศ "พลตำรวจโท" และขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3จากนั้น ย้ายมารับผิดชอบงานด้านการข่าวในตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ก่อนจะเป็นรักษาการผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็น ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คนที่ 12

นอกจากนั้น พล.ต.อ.จุมพล ยังเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหาร 11) แล้วได้รับพระราชทานยศ "พลตำรวจเอก" ใน ตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ทำหน้าที่หัวหน้าที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สำหรับคดีสำคัญๆ ที่ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย เคยร่วมกับทีมงานในการคลี่คลายคดีสำคัญคือ เพชรซาอุ, คดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขันธ์, คดีลอบสังหารนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ฯลฯ เมื่อปี 2552

พล.ต.อ.จุมพล เคยเป็นที่คาดการณ์ว่าจะได้รับตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านความมั่นคง และ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกลุ่มของ นายเนวิน ชิดชอบ สนับสนุนแต่สุดท้าย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เลือก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ให้ทำหน้าที่ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนเกษียณไปพร้อมกับ พล.ต.อ.จุมพลในปี 2553

ปี 2554 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย กลับเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.จุมพล ดำ รงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ"

ก่อนหน้าจะมีคำสั่ง สำนักพระราชวัง ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ลงโทษ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ด้วยการไล่ออกจากราชการ! ฐานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่อยู่ใกล้ชิดติดพระองค์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคง

โดยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 พล.ต.อ.จุมพล ถูกออกหมายจับในคดีบุกรุกป่าทับลาน หลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบบ้านพักตากอากาศซึ่งปลูกอยู่ในเนื่อที่กว่า 13 ไร่ เลขที่ 163 หมู่บ้านสุข สมบูรณ์ หมู่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังนน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

นางติ๋ม อุทัศน์ อายุ 47 ปี ผู้ดูแลบ้านยืนยันว่า บ้านหลังนี้ เป็นของ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย โดยเมื่อปี 2554 พล.ต.อ.จุมพล ได้ซื้อต่อมาจาก พ.ต.ท.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผกก.หน.สภ.วังนน้ำเขียว (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) และ นางชญานิศฐ์ พรหมมิจิตร ภรรยาของ พ.ต.ท.พงษ์เดช

และล่าสุดในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 สำนักพระราชวัง ก็มีคำสั่งที่ 183/2560 เรื่อง ลงโทษไล่ข้าราชการออกจากราชการ ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าด้วย พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้กระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่อยู่ใกล้ชิดติดพระองค์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคง ไม่เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย พฤติกรรมดังกล่าว จึงเป็นความผิดวินัยร้ายแรง สมควรรับโทษไล่ออกจากราชการ

สำนักพระราชวังพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของ พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย เป็นความผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิดตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงเห็นควรลงโทษไล่ออกจากราชการฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และ มาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในพระองค์ พ.ศ. 2552 ลงโทษไล่ พลตำรวจเอก จุมพล มั่นหมาย ออกจากราชการ

ภาพจาก: Banrasdr Photo

ข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินคดี พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย กับพวก (เอกสารที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบให้กับสื่อมวลชน)

ด้วยเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2560 เวลาประมาณ 15.30 น. ภายใต้การบูรณานาการของเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันตรวจสอบบ้านพักตากอากาศ เลขที่ 163 หมู่บ้าน สุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมี นางติ๋ม อุทัศน์ อายุ 47 ปี ลูกจ้างดูแลความสะอาดบ้านพักดังกล่าว เป็นผู้ร่วมตรวจสอบและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจสอบพื้นที่มีรายละเอียดดังนี้

บ้านพักดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบติดลำรางสาธารณะ มีรั้วรอบพื้นที่ มีทางเข้าติดกับถนนสาธารณะ มีรั้วรอบพื้นที่ มีทางเข้าติดถนนสาธารณะ ภายในมีสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่พักและอาคารอื่นๆ จำนวน 6 หลัง

จากการสอบถาม นางติ๋มซึ่งรับจ้างทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ได้ความว่า ที่ดินและบ้านพัก ดังกล่าว เป็นของ พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย ได้ก่อสร้างเอาไว้เพื่อพักผ่อน และนานๆ จะมาพักครั้งหนึ่ง โดยที่ดินแปลงดังกล่าว พล.ต.ต. พงษ์เดช พรหมมิจิตร และนาง ชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช(พรหมมิจิตร) เป็นผู้มอบให้ พล.ต.อ.จุมพล ต่อมา นางติ๋ม ได้นำเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจดูภายในบ้านพักพบว่าภาพถ่ายชอง พล.ต.อ.จุมพล และภรรยา ตั้งอยู่ภายในบ้านหลายจุด เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ทำการตรวจยึดไว้แล้ว

จากการตรวจวัดพื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ 1 งาน 75 ตร.ว. และเมื่อตรวจเปรียบเทียบกันแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ พบว่าบริเวณที่ก่อสร้างบ้านพัก ตั้งอยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน”

จากการตรวจสอบพื้นที่และการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น พบว่ามีการกระทำความผิดจริง นายเสกสรรค์เที่ยงพลับ หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สอนห้อม) ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.จุมพล กับพวก ในความผิดฐาน “ร่วมกันยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ่วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า ครอบครองป่าที่”ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนแล้วว่า บุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่า,ยึดถือหรือครอบรองที่ดินรวมตลอดถึงการก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า, ทำด้วยประการใด ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวดหรือทราย, กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และเข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือ เผาป่า หรือทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวดหรือทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม หรือ ทำสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในดิน” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ,55,พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 16(1),(4),พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ

คดีนี้เป็นคดีสำคัญมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชการตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมสืบสอบสวนกับ ตำรวจภูธรภาค 3 และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแล การสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว

พนักงานสอบสวน ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดประกอบด้วย

พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย อายุ 66 ปี

นาง ฐนกร มั่นหมาย (ภรรยา พล.ต.อ.จุมพล) อายุ 59 ปี

พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมวิจิตร อายุ 57 ปี

นางชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช (พรหมวิตร)(ภรรยา พล.ต.ต.พงษ์เดช) อายุ 51 ปี

นายมานพ ปลอดโคกสูง อายุ 34 ปี

จึงได้ขอเสนออนุมัติต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ออกหมายจับ พล.ต.อ. จุมพล และนาง ฐนกร ศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 55/2560 และ 56/2560 ลง 27 ก.พ.60 ตามลำดับ ส่วน พล.ต.ต.พงษ์เดช,นางชญนิศฐ์ และนายมานพ ผู้ต้องหา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน(มอบตัว) จึงได้แจ้งข้อเท็จจริงและฐานความผิดให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทราบ ได้สอบสวนปากคำและผู้ต้องหาเรียบร้อย และได้ปล่อยตัวชั่วคราวไป

 

เรียบเรียงจาก: โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ , กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ , เนชั่นออนไลน์

สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net