แม่บ้านอินโดไปทำงานกาตาร์กลับบ้านพบไตหาย

อดีตแม่บ้านชาวอินโดนีเซียในกาตาร์ระบุไตหายไปหนึ่งข้างระหว่างทำงานที่กาตาร์ เล่าประสบการณ์ถูกให้ไปตรวจร่างกายแต่กลับโดนวางยาสลบโดยไม่ได้ยินยอมจากนั้นพบว่ามีรอยผ่าที่ท้อง ก่อนถูกนายจ้างส่งกลับเพราะร่างกายอ่อนแอป่วยบ่อย

ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียที่ทำงานอยู่นอกประเทศมากถึง 6 ล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานแม่บ้าน 2.3 ล้านคน พบตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดต่าง ๆ รวมทั้งการค้าอวัยวะในแถบตะวันออกกลาง (ภาพประกอบเป็นภาพแรงงานอินโดนีเซียในฮ่องกง ที่มาภาพ: hongwrong.com)

4 มี.ค. 2560 แม้ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียสั่งห้ามผู้หญิงออกไปทำงานในตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2558 หลังพบว่ามีผู้หญิงหลายคนตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดต่าง ๆ และการค้าอวัยวะ แต่ก็ยังพบว่ามีผู้ลักลอบออกไปทำงานที่นั่น รวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบเริ่มเปิดเผยตัวมากขึ้น

เว็บไซต์ telegraph.co.uk รายงานเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาว่า สรี ราบิตาห์ (Sri Rabitah) หญิงชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี ได้ออกมาระบุต่อสาธารณะว่าที่เธอเคยเดินทางไปทำงานบ้านในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อปี 2557 และหลังจากที่เธอกลับมายังบ้านเกิดที่อินโดนีเซีย เธอได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่นจากอาการปวดหลัง ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่าไตของเธอหายไปหนึ่งข้าง

ราบิตาห์ เป็นหนึ่งในแรงงานแม่บ้านชาวอินโดนีเซียหลายล้านคนที่เดินทางไปทำงานแม่บ้านในต่างประเทศ เธอเล่าว่าเริ่มแรกเธอว่าจะถูกส่งไปทำงานกับครอบครัวหนึ่งในกรุงอาบู ดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่สุดท้ายเธอกลับได้ไปทำงานให้กับนายจ้างชาวปาเลสไตน์ ที่โดฮา, กาตาร์ แทน จากนั้นนายจ้างใหม่ได้บอกให้เธอไปตรวจร่างกาย ซึ่งเธอเล่าว่ามีการวางยาสลบเธอโดยไม่ได้ขอความยินยอม เธอจำได้ว่าถูกส่งเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ก่อนตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันต่อมาพร้อมกับรอยเย็บแผลผ่าตัดที่ท้องและอาการเจ็บปวด เธออ้างว่านายจ้างไม่เคยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น และส่งตัวเธอกลับให้แก่สำนักงานจัดหางาน ซึ่งต่อมาเธอได้นายจ้างคนใหม่แต่ท้ายสุดก็ถูกส่งกลับบ้านในปีเดียวกันนั้นเนื่องจากเธอล้มป่วยบ่อยครั้ง                      

ด้านมูอัมเหม็ด อิคบาล (Muhammad Iqbal) เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ ยืนยันว่ากรณีของราบิตาห์ นั้นเข้าข่ายการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ และไม่ได้เป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นเพราะก่อนหน้านี้มีแม่บ้านจำนวนไม่น้อยที่ไปทำงานในแถบตะวันออกกลางและต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ แต่เหยื่อบางรายกลับไม่ยินยอมให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดำเนินคดีใด ๆ ได้