กสม. ระบุการจับกุมพระธัมมชโยควรประชาสังคมเข้าร่วมเป็นพยานในการปฏิบัติงาน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการเรื่องการปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย เห็นว่าเจ้าหน้าที่และวัดพระธรรมกายควรร่วมมือปฏิบัติงานตามกฎหมาย ให้มีองค์กรอื่นรวมทั้งภาคประชาสังคมเป็นพยานในการปฏิบัติงานตรวจค้นเพื่อหาบุคคลตามหมายจับ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
 
5 มี.ค. 2560 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการเรื่องการปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามและวัดพระธรรมกายควรมีความร่วมมือกันในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ทั้งนี้ควรให้มีองค์กรอื่นรวมทั้งภาคประชาสังคมเข้าร่วมเป็นพยานในการปฏิบัติงานตรวจค้นเพื่อหาบุคคลตามหมายจับ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยรายละเอียดทั้งหมดของแถลงการณ์มีดังต่อไปนี้
 
แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
 
เรื่อง การปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย
 
ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่อื่น เข้าปฏิบัติงานติดตามจับกุมพระธัมมชโยตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 ที่ประกาศให้วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบตามที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง นั้น
 
บัดนี้มีความเคลื่อนไหวต่อต้านจากพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายและศิษยานุศิษย์ด้วยการปิดทางเข้าออกวัด มีการกล่าวอ้างว่าภายในวัดขาดแคลนยาและอาหาร มีผู้ป่วยถึงแก่ความตายเนื่องจากทำการช่วยเหลือไม่ทัน การที่เจ้าหน้าที่พยายามนำกำลังเข้ากดดันประกอบกับพระภิกษุสงฆ์และศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายทำการต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเผชิญหน้าและอาจส่งผลให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้
 
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดและมีความกังวลว่าเหตุการณ์จะบานปลายนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงและเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นภายใต้หลักนิติธรรมโดยคำนึงถึงสาระสำคัญแห่งหลักการสิทธิมนุษยชน จึงเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ดังนี้
 
1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรงและพิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมพอสมควรแก่เหตุในการติดตามจับกุมผู้ต้องหา ประการสำคัญการปฏิบัติการใดๆ ต้องให้ความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
2. พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ควรใช้สติและอยู่ในความสงบ หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและหรืออาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงและขอเรียกร้องให้มหาเถรสมาคมได้มีบทบาทในการแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
 
3. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามและวัดพระธรรมกายควรมีความร่วมมือกันในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ทั้งนี้ควรให้มีองค์กรอื่นรวมทั้งภาคประชาสังคมเข้าร่วม        เป็นพยานในการปฏิบัติงานตรวจค้นเพื่อหาบุคคลตามหมายจับ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และหากไม่พบบุคคลดังกล่าวในชั้นนี้ให้ยุติการตรวจค้นและยกเลิกการกำหนดให้วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบวัดเป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 5/2560 โดยการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับให้บังคับใช้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป
 
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
5 มีนาคม 2560
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์