คุม 'ฟอร์ด เส้นทางสีแดง' จาก 'ตลาดกลางคลองหลวง' สอบ สั่งห้ามเข้าพื้นที่อีก

5 มี.ค. 2560 ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ บก.ตชด.ภ.1 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัว อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง สวมเสื้อยืดสีขาว ด้านหน้าสกรีนตัวการ์ตูนรูปพระนั่งสมาธิยิ้มแป้นอยู่ ด้านล่างเขียนคำว่า “อย่ารังแกพระ” มาสอบสวน โดยคุมตัวมาจากหน้าตลาดกลางคลองหลวง ระหว่างเดินเข้าอาคาร

รายงานข่าวระบุว่า อนุรักษ์ พูดกับสื่อมวลชนว่ามาถวายข้าวพระ และฟังธรรมที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง อยู่ดีๆ ก็ควบคุมตัวมา ไม่รู้เรื่องอะไร

ไทยพีบีเอสรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำตัว อนุรักษ์ ไปที่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 หลังเจ้าหน้าที่สอบปากคำ ได้ออกคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ควบคุมพิเศษ และหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินคดีย้อนหลัง

หลังจากปล่อยตัว เมื่อเวลา 21.34 น. อนุรักษ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะสาธารณะ  ระบุว่า ทหารนำตัวตนไปส่งที่ค่ายตชด.ในพื้นที่วัดปทุมที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการ DSI และถูกนำตัวไปพบพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการ DSI ที่รับมอบอำนาจตามมาตรา 44 ของคสช. เขาบอกตนว่าพฤติการณ์การถวายข้าวพระแจกเสื้อกิจกรรมสีขาวนี้เป็นการยุยง ส่งเสริม สนับสนุน ุผู้ชุมนุมที่ตลาดคลองหลวง และออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามผมกลับเข้าไปในพื้นที่ควบคุมธรรมกาย และขู่ว่าหากตนกลับเข้าไปอีกจะถูกดำเนินคดีในข้อหาขัดคำสั่ง มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และบังคับให้ผมลงนามรับทราบในคำสั่ง

ภาพตัวอย่างที่อนุรักษ์สกีนเสื้อแจก

อนุรักษ์ ยืนยันว่า ตนไปถวายข้าวและแจกเสื้อสีขาวสกรีนคำว่า "อย่ารังแกพระ" ในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตนมิได้ไปในฐานะนักกิจกรรมหรือคนเสื้อแดง จริงอยู่ว่าตนเคยทำกิจกรรมในนามฟอร์ด เส้นทางสีแดงช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการ เด็กกำพร้า ช่วยเหลือผู้ถูกน้ำท่วมระหว่างปี 2553-2556 แต่ก็ได้ประกาศยุติการทำกิจกรรมเมื่อเดือนที่แล้ว และการไปถวายข้าวพระในครั้งนี้ตนก็ได้กระทำในนามประชาชนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ต้องการนำปัญหาการเมืองไปผูกโยงกับปัญหาของวัดธรรมกาย

"ผมมิใช้ศิษย์ของวัดธรรมกาย ไม่เคยเข้าวัดธรรมกายตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน แต่ผมทนเห็นสิ่งที่วัดธรรมกายถูกกระทำมาหลายวันนี้ไม่ได้ วันที่ผมเห็นภาพของพระบาดเจ็บและมีเลือดออกจากการปะทะกับทหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้ผมสะเทือนใจอย่างยิ่งและตั้งคำถามว่ากำลังเกิดอะไรกับพุทธศาสนาในประเทศนี้ วันที่ผมตัดสินใจที่จะมาถวายข้าวพระธรรมกายคือวันที่ผมเห็นทางวัดขึ้นป้ายข้อความ "We need food" พร้อมกับมีข่าวว่าวัดธรรมกายถูกปิดล้อม ระงับการส่งอาหารให้กับพระและประชาชนที่อยู่ในวัดนับหมื่นคน" อนุรักษ์ โพสต์

อนุรักษ์ เล่าด้วยว่า เมื่อวัน ที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มาถวายข้าวพระครั้งแรก ได้นำข้าวกล่องจำนวน 100 กล่องและเสื้อจำนวน 70 กว่าตัวมาถวาย อาหารทำด้วยตัวเอง จัดซื้อ ปรุงสำเร็จ มีลูกๆช่วยกันแพ้กไม่ต่างจากการเตรียมอาหารไปถวายพระทั่วไป เสื้อสีขาวที่นำมาจากตนได้เลือกเฉพาะสีขาวซึ่งเป็นสีของผู้ปฏิบัติธรรม และสกรีนภาพเณรน้อยนั่งสมาธิข้อความ "อย่ารังแกพระ" ซึ่งผมได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่ส่งสัญญาณใดๆเกี่ยวกับสีเสื้อ เพราะไม่ต้องการนำปัญหาสีเสื้อใดไปเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา กรรมย่อมชี้เจตนา เงินที่ตนได้รับล้วนเป็นเงินสนับสนุนจากมิตรสหายในเฟซบุ๊ก ในวันนี้ตนได้กลับไปอีกครั้ง นำสิ่งของที่จะถวายผ่านด่านทหารทุกด่านตามปกติ เมื่อถึงวัดได้นำอาหารไปถวายพระ แจกจ่ายเสื้อกิจกรรมให้กับบรรดาพ่อครัว แม่ครัวที่อยู่ในโรงทาน มิได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาฟังธรรม หรือแสดงให้เห็นว่ามีการยุยง ส่งเสริม สนับสนุน ผู้ชุมนุมแต่อย่างใด เมื่อเสร็จกิจนได้ถ่ายรุปและโพสหน้าเฟซบุ๊กเป็นหลักฐานเช่นที่เคยทำทุกครั้ง

"ผมเป็นอดีตนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและมนุษยธรรม ขอตั้งคำถามถึง DSI ว่าการที่ประชาชนไปถวายอาหารพระนี่ผิดกฏหมายข้อไหน? ผิดศีลธรรมข้อใด? การที่ประชาชนจัดทำเสื้อสีขาวสกรีนภาพและข้อความเช่นนี้เป็นการปลุกระดม ยั่วยุ ส่งเสริมสนับสนุน ผู้ชุมนุมตรงไหน? ข่าวการที่พุทธศาสนิกชนถูกจับเพียงเพราะนำอาหารไปถวายพระแจกเสื้อขาวให้กับผู้ปฏิบัติธรรมจะสร้างความเสือมเสียให้กับประเทศไทยไหมครับ? จะทำให้ประชาชนทั่วไปที่ทราบข่าวนี้เลื่อมใสศรัทธาในวัดธรรมกายเพิ่มขึ้นไหมครับ? พวกเขาจะมีความรู้สึกว่าคสช.รังแกประชาชนเกินไปไหมครับ?" อนุรักษ์ โพสต์