'วันที่ไม่มีผู้หญิง' ปฏิบัติการสะท้อนความสำคัญของสตรีที่สหรัฐอเมริกา

ผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาชวนกันสวมเสื้อแดง บ้างก็หยุดงานหรืองดใช้จ่าย รวมถึงออกไปเดินรณรงค์ต่อต้านความไม่เป็นธรรมเนื่องในวันสตรีสากลปี 2017 โดยหัวข้อใหญ่ของปีนี้คือ 'วันที่ไม่มีผู้หญิง' หรือ #ADayWithoutWoman ต้องการสื่อให้เห็นว่าผู้หญิงมีความสำคัญต่อสังคมถ้าขาดพวกเธอไปจะเป็นอย่างไร

การเดินขบวนวันสตรีสากลที่ฟิลลาเดเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อ 8 มีนาคม 2017 (ที่มา: Joe Piette/Flickr/CC BY-NC 2.0)

เนื่องในวันสตรีสากลที่ตรงกับวันที่ 8 มี.ค. ของทุกปี กลุ่มผู้หญิงในสหรัฐฯ จัดการประท้วงใหญ่ในชื่อ 'A Day Without a Woman' หรือ "วันที่ไม่มีผู้หญิง" ซึ่งเป็นแผนการให้ผู้หญิงหยุดงานประท้วงและหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเงิน รวมถึงเป็นการประท้วงต่อเนื่องจากความสำเร็จของ 'Women's March' หรือ 'การเดินขบวนของผู้หญิง' ที่เป็นการประท้วงใหญ่ช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

โดย Time รายงานตั้งแต่ก่อนหน้าการประท้วงว่าถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้หญิงทำงานที่เข้าร่วมจะมีแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมการนัดหยุดงานประท้วงได้ แต่ก็มีการนำเสนอแผนภาพทีแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นเพศที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมจากหลายภาคส่วนของการทำงาน เช่น การทำงานในภาคการศึกษามากถึงร้อยละ 84 ภาคส่วนการธนาคารร้อยละ 85 ภาคส่วนทันตกรรมร้อยละ 78 สายการแพทย์และพยาบาลทั่วไปร้อยละ 78 นอกจากนี้ยังมีความสำคัญในภาค่วนอื่นๆ อย่างงานด้านกฎหมาย เป็นต้น

สถานีวิทยุแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NPR รายงานว่าการประท้วงในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายต้องการเน้นย้ำให้เห็นถึงพลังทางเศรษฐกิจที่มาจากผู้หญิงรวมถึงชี้ให้เห็นว่ายังคงมีปัญหาการกีดกันและค่าจ้างที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศ โดยใช้การประท้วงหยุดงานทั้งงานที่มีค่างจ้างและงานที่ไม่มีค่าจ้าง ยกเว้นผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยที่เป้นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก

NPR รายงานอีกว่าการประท้วงในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหพันธ์แรงงานคนทำงานบ้านของสหรัฐฯ (National Domestic Workers Alliance) โดยที่ไอเจ็นปู ผู้อำนวยการสหพันธ์บอกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้หญิงอย่างผู้หญิงที่ได้ค่าแรงต่ำในการเข้าร่วมเมื่อแสดงตัวออกมาให้เห็นว่าผู้หญิงก็มีอำนาจในเศรษฐกิจและช่วยกันคิดว่าจะร่วมกันสานสร้างอนาคตด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจของผู้หญิงอย่างไร

อนึ่งข้อมูลจากเอพี รายงานในเชิงจำนวนตัวเลขว่าถึงแม้จะมีผู้หญิงทำงานในหลายภาคส่วนมากขึ้นแต่โดยรวมแล้วพวกเธอก็ยังได้รับค่าแรงน้อยกว่าผู้ชาย จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2558 ระบุว่าในสหรัฐฯ ผู้หญิงมีค่าเฉลี่ยรายได้อยู่ที่ 40,742 เหรียญสหรัฐ เปรียบเทียบกับผู้ชายที่มีรายได้เฉลี่ย 51,212 เหรียญสหรัฐ

การประท้วงในวันพุธที่ผ่านมา (8 มี.ค. 2560) ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ยังมีการจัดการเดินขบวนของผู้หญิงทำงานที่นอกกระทรวงแรงงาน โดยผู้จัดการประท้วงยังเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเพื่อหยุดยั้งความรุนแรงและการข่มเหงรังแกในที่ทำงาน ค่าแรงที่เป้นธรรมและสิทธิแรงงานต่างๆ อย่างการหยุดงานด้วย ถึงแม้จะมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางกลุ่มอ้างว่าการนัดหยดงานของผู้หญิงมีความกำกวมและทำไปเพื่อประโยชน์ของตัวเองรวมถึงเอื้อต่อผู้หญิงที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ผู้จัดบอกอีกว่าสำหรับผู้ที่ออกมาประท้วงไม่ได้สามารถแสดงการสนับสนุนด้วยการสวมชุดสีแดง ซึ่งพวกเขาบอกว่าเป็นสีที่บ่งบอกถึงความรักกับการเสียสละ รวมถึงความแน่วแน่ ทะเยอทะยาน อีกทั้งยังเป็นสีที่เกี่ยวกับขบวนการต่อสู้แรงงานและเพื่อสิทธิมนุษยชนด้วย

 

เป็นการเคลื่อนไหวเฉพาะผู้หญิงที่มีสิทธิพิเศษจริงหรือ?

การนัดชุมนุมของผู้หญิงในสหรัฐฯ ทำให้มีข้อวิจารณ์ว่าลักษณะการประท้วงอาจจะทำให้ผู้หญิงหลายคนถูกผูกมัดไม่สามารถทำได้จริง นอกจากนี้การที่โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดล่วงหน้าเพื่ออนุญาตให้ครูและพนักงานอื่นๆ สามารถเข้าร่วมชุมนุมได้และเป็นการแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับการประท้วงของผู้หญิง ยังมีคนวิจารณ์ว่าทำให้ครอบครัวที่ต้องไปทำงานเดือดร้อนกับการหาแหล่งรับเลี้ยงเด็ก

เช่น กรณีการงดการเรียนการสอนของโรงเรียนรัฐบาลปรินซ์จอร์จในแมรีแลนด์ทำให้ผู้ปกครองแสดงความไม่พอใจ โดยบอกว่าการปิดเรียนจะส่งผลเสียต่อนักเรียนที่ต้องพึ่งพาอาหารกลางวันของโรงเรียน โรงเรียนรัฐอีกแห่งหนึ่งคืออเล็กซานเดรียซิตี้ก็ประกาศแบบเดียวกันจนทำให้ผู้คนไม่พอใจ ทำให้ทางเขตที่ประกาศปิดโรงเรียนประกาศเพิ่มเติมว่าจะยังคงมีฝ่ายดูแลจัดหาอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้นักเรียนอยู่

อีกข้อวิจารณ์ที่ถกเถียงกันในวงกว้างกว่าคือการที่บางส่วนที่มี "สิทธิพิเศษ" เท่านั้นถึงจะสามารถหยุดงานเข้าร่วมได้ แต่ผู้จัดก็ระบุว่าคนที่มีกิจการขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องหยุดงานแต่แต่งชุดสีแดงแสดงการสนับสนุนได้ นอกจากนี้ผู้จัดยังแนะนำให้ผู้ต้องการแสดงการเข้าร่วมหลีกเลี่ยงการช็อปปิ้งในวันนัดหยุดงานด้วย

แต่ซีเอ็นเอ็นก็รายงานว่าถึงแม้จะมีข้อวิจารณ์และความไม่สะดวกทั้งหลายเหล่านี้ คนจำนวนมากก็ยอมให้เกิดความไม่สะดวกสบายที่คุ้มค่าเมื่อแลกมากับการส่งสารที่ยิ่งใหญ่กว่า พวกเขาส่งเสียงสนับสนุนเหล่าครูที่หยุดงานในวันสตรีสากลเพื่อแสดงให้เห็นว่าการที่ไม่มีผู้หญิงชีวิตจะขาดอะไรไปบ้าง

ส่วนเว็บสื่ออิสระ อย่าง "โนวารามีเดีย" ลงบทความจาก คามิล บาร์บากัลโล ที่ระบุว่าที่การนัดหยุดงานนี้เป็นไม่ได้สำหรับผู้หญิงหลายคนที่จะเข้าร่วมยิ่งทำให้ย้ำเตือนว่าทำไมถึงต้องมีการประท้วงด้วยวิธีนี้มีความสำคัญ บาร์บากัลโลอธิบายว่าการประท้วงหยุดงานของผู้หญิงไม่ได้มีลักษณะของการประท้วงหยุดงานแบบวงกว้าง "จริงๆ" ในแบบที่มีสหภาพแรงงานเดินออกจากโรงงาน แต่เป็นการทำให้เราได้เผชิญหน้ากับสภาพความเป็นจริงของการทำงานของผู้หญิง

บทความของบาร์บากัลโลระบุถึงบทบาทของผู้หญิงกับหน้าที่ความคาดหวังในสังคมทุนนิยมที่ผุ้หญิงบ้างก้ต้องทำงานในชีวิตประจำวันท่ได้ค่าจ้างบ้างไม่ได้ค่าจ้างบ้างและมักจะถูกคาดหวังจากการแบ่งส่วนแรงงานให้ดูแลบ้านหรือทำงานในบ้านมากกว่า แต่การทำงานของผู้หญิงก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในทุนนิยมทั้งหลายคือ มีการต่อสู้ ความขัดแย้ง ความรุนแรง การกดขี่ และการเวนคืน รวมถึงพวกเขากลายเป็นผู้ผลิตซ้ำผู้คนออกมาเป็นแรงงานที่ถูกปั้นแต่งและทำให้เชื่อง ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ เป็นแม่ หรือทำงานตรากตรำเพื่อให้ได้เงินน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำก็ตาม ซึ่งกับผู้หญิงนั้นนอกจากจะถูกกดขี่ในดลกของทุนแล้วยังถูกควบคุมจากแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่ด้วย

 

บรรยากาศการประท้วง

นิวยอร์กไทม์รายงานบรรยากาศการประท้วงในช่วงเช้าของเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ ระบุว่าเสมียน 7 คนและเจ้าหน้าที่ศาลอีกคนหนึ่งร่วมประท้วงหยุดงานทำให้ศาลท้องถิ่นแทบจะต้องปิดทำการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมีส่วนสำคัญในงานสายนี้

ขณะที่ในเมืองลาฟาแยต รัฐอินเดียนา มีผู้หญิงเสื้อแดงหลายสิบคนประท้วงที่ลานในย่านใจกลางเมืองกล่าวโจมตีระบบที่ทำลายสิทธิสตรี รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ให้นำประชาชนมาก่อนผลกำไร และมีป้ายเรียกร้องสวัสดิการสังคม กลอเรีย โกอิงส์ พยาบาลเกษียณอายุ 63 ปี ประท้วงเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ เธอบอกว่ามันให้ความรู้สึกว่าเธอมีพลังมาก เธอรู้สึกสนใจการประท้วงครั้งนี้เพราะผู้หญิงต้องเผชิญกับความอยุติธรรมในชีวิตประจำวัน

ถึงแม้จะไม่ได้มีความคึกคักในการชุมนุมมากเท่าช่วงเดือน ม.ค. แต่ท้องถนนของลาฟาแยตก็ยังคงมีธุรกิจบางส่วนร่วมประท้วงด้วยการปิดร้าน โคลลีน แมทธิวส์ เจ้าของร้านกาแฟ Fuel กล่าวว่าเธอหวงว่าการปิดร้านในวันสตรีสากลของเธอจะช่วยทำให้เกิดการอภิปราย เธอบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนคนที่เคยทำงานเป็นบริกรจนสามารถซื้อร้านกาแฟได้ทำให้เธอมาถึงจุดที่เป้นคนเข้าร่วมการประท้วงได้

ในกรุงวอชิงตัน ดีซี มีผู้คนหลายร้อยคนรวมถึงนักข่าวปิดกั้นถนนที่ล้อมรอบทำเนียบขาวอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ในช่วงเช้ามีการจัดงานประท้วงจากกลุ่มหลายกลุ่ม จนกระทังถึงช่วงพักอาหารกลางวันก็มีการเดินขบวนไปที่อาคารรัฐสภาซึ่งนักการเมืองกลายคนแสดงการประท้วงด้วยการเดินออกจากห้องประชุมและจัดแถลงข่าว โดยที่การประท้วงที่ทำเนียบขาวเน้นประท้วงกฎหมายสกัดกั้นงบประมาณสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของสตรีโดยทรัมป์

วายิฮา ไรส์ ทนายความอายุ 25 ปีผู้ถือป้ายประท้วงทรัมป์บอกว่าเธอรู้สึกประเทศของเธอล้าหลังลง พวกเธอต้องการพื้นที่สำหรับพวกเธอเพื่อใเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเธอเองแทนที่จะมีคนพูดแทนพวกเธอ

อย่างไรก็ตามมีนักกิจกรรมผู้ที่เคยร่วมจัดการชุมนุมวูแมนมาร์ข คือ ลินดา ซาร์ซัวร์, ทามิกา ดี มัลลอรี, บ็อบ แบลนด์และ คาร์เมน เปเรซ ถูกจับกมขณะกำลังร่วมประท้วงที่นอกโรงแรมทรัมป์อินเตอร์เนชันแนลในนิวยอร์กซิตี้ช่วงราวบ่ายโมงครึงในช่วงที่วกเขากำลังเดินขบวนไปที่นอกโรงแรมนอกจากพวกเขาแล้วยังมีคนอื่นๆ ถูกจับกุมรวม 13 ราย

นิวยอร์กไทม์ยังระบุถึงความเชื่อมโยงการประท้วงในวันสตรีสากลในสหรัฐฯ ปีนี้กับการประท้วง "วูแมนมาร์ช" หรือ "การเดินขบวนของผู้หญิง" ที่เป็นการประท้วงใหญ่ทรัมป์ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการประท้วงที่ประสบความสำเร็จในแง่การแสดงพลัง แต่นักวิชาการก็เตือนว่าการประท้วงวันเดียวอาจจะยังไม่สามารถสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คงทนได้ ผู้สนับสนุนการชุมนุมต้องหาวิธีการส่งพลังไปเป็นการกดดันให้เกิดผลทางการเมืองให้ได้

ในวันเดียวกับที่มการประท้วง #ADayWithoutWoman ในสหรัฐฯ ทั่วโลกก็มีการจัดงานเกี่ยวกับวันสตรีสากล ที่มีทั้งการเฉลิมฉลองผู้หญิง การประท้วงต่อต้านคามรุนแรงทางเพศ และเรื่องความไม่เท่าเทียม เช่นใน จอร์เจียมีผู้หญิงร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับ "เพดานกระจก" ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่ใช้พูดถึงการที่ผู้หญิงถูกจำกัดความก้าวหน้าในการทำงาน ในรัสเซีย มีกลุ่มผู้ชายยืนเรียงแถวกันที่ร้านดอกไม้ที่ตลาดริชสกีเพื่อมอบช่อดอกไม้เป็นการแสดงความนับถือญาติพี่น้องฝ่ายหญิงของพวกเขา ขณะที่ในอินเดียการเข้าถึงห้องน้ำยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้หญิง

 

เรียบเรียงจาก

Here’s What a Day Without Women Would Really Look Like, Time, 07-03-2017

Female Workers Asked To Join In 'A Day Without A Woman' Protests, NPR, 08-03-2017

'Day Without a Woman' strike puts some parents in a bind amid school closures, CNN, 08-03-2017

The Impossibility of the International Women’s Strike is Exactly Why It’s So Necessary, Camille Barbagallo, Novara Media, 06-03-2017

‘A Day Without a Woman’ Protest: Marches and Closings, New York times, 08-03-2017

Activists Linda Sarsour, Tamika Mallory arrested at NYC's A Day Without a Woman protest, Mic., 08-03-2017

Twitter #ADayWithoutWoman

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์