เกิดเหตุทหารวิสามัญนักกิจกรรมชาวลาหู่อายุ 17 ปี อ้างตรวจพบยาเสพติด-วัตถุระเบิด และขัดขืนการจับกุม

18 มี.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารจาก ร้อย.ม.2.บก.ควบคุมพื้นที่ 1 ฉก.ม.5 ร่วมกับ ชสท.ที่ 5 กกล.ผาเมือง ได้กระทำการวิสามัญ ชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารรถคันดังกล่าว โดยนั่งด้านข้างคนขับ

เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า ในวันดังกล่าวได้เรียกตรวจค้นรถ Honda Jazz สีดำ ป้ายทะเบียน  ขก 3774 เชียงใหม่ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในกรองอากาศของรถคันดังกล่าว พร้อมอ้างด้วยว่าผู้ตายพยายามขัดขืนการจับกุม โดยหยิบมีดจากหลังรถพยายามต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ และวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตามไปพบว่า ผู้ตายกำลังจะปาระเบิดชนิดขว้างสังหารใส่ จึงได้ทำการวิสามัญโดยยิงเข้าที่ตัวผู้ตาย 1 นัด

แหล่งข่าวแจ้งว่า มีผู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ คือ พงศนัย คนขับรถ ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามต่อติดญาติของชัยภูมิ ทราบแต่เพียงว่าขณะนี้ญาติได้ไปรับศพของชัยภูมิกลับมาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้ในสื่อโซเชียลมีเดียหลายคน พร้อมกับไว้อาลัย โดยหลายคนระบุว่า ชัยภูมิ เป็นเด็กที่เติบมากับการทำกิจกรรมทางสังคม เช่นการออกค่ายต่างๆ แต่งเพลง เล่นดนตรี และทำหนังสั้น และเคยได้รับรางวัลหนังสั้นรางวัลดีเด่นช้างเผือกพิเศษ จาก 16th Thai Short Film and Video Festival เรื่อง “เข็มขัดกับหวี” อีกทั้งชัยภูมิ ยังเคยทำสารคดีหลายเรื่องส่งออกอากาศผ่านทางสถานนีโทรทัศน์ TPBS

 

ภาพจาก Kowit Phothisan

ภาพจาก Pornsuk 'Pim' Koetsawang

นอกจากนี้ ชัยภูมิ ยังได้เป็นตัวแทนเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า จ.เชียงราย ในฐานะตัวแทนของ 19 ชนเผ่า เข้าร่วมโครงการ “เด็กและเยาวชนส่งเสียงเพื่อสื่อสารสังคม” ซึ่่งจัดโดยมูลนิธิส่งเสริมเพื่อเด็กและเยาวชน สถาบันเด็กและเยาวชน (สสย.) เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยชัยภูมิ ได้พูดไว้ตอนหนึ่งในเวทีแสดงความคิดเห็นว่า

“เรื่องสถานะส่วนบุคคล ต้องยอมรับว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ชายแดนส่วนใหญ่ไม่ได้รับสถานะส่วนบุคคล ผมเองขณะนี้ก็ยังไม่มีสถานะบุคคล ทั้งที่เกิดในประเทศไทย เมื่อไม่มีสัญชาติทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การเดินทางออกนอกพื้นที่ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตทางอำเภอ เวลาจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้สิทธิเหมือนคนไทย ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง ส่วนแรงจูงใจในการเรียนสูงๆ ก็ไม่มี เนื่องจากจบมาสูงแค่ไหนก็ไม่สามารถเข้าทำงานในหน่วยงานของราชการได้ จึงอยากให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย” ชัยภูมิกล่าว (อ่านต่อที่นี่)

สำหรับผลงานเพลง ชัยภูมิ ได้แต่งเนื้อร้อง และทำนอง เพลงขอโทษ และ เพลงจงภูมิใจ เผยแพร่ผ่านทางยูทูปช่อง Motha Lahu โดยมียอดผู้เข้าชม 11,548 และ 19,617 (ยอดผู้ชมเมื่อวันที่ 18 มี.ค.)