ประยุทธ์ยันยังไม่มีข้อสรุปคดีวิสามัญฯ ชัยภูมิ พบแคมเปญล่าชื่อขอ 'แม่ทัพภาคที่ 3' เปิดภาพวงจรปิด

หลังแม่ทัพภาคที่ 3 อ้าง 'ชัยภูมิ ป่าแส' เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่ ประยุทธ์เผยยังไม่มีข้อสรุปคดี ขอรอผลสอบจากผู้เกี่ยวข้อง ที่จะพิจารณาตามหลักฐาน วอนอย่ารีบตัดสิน พบแคมเปญล่าชื่อขอ 'แม่ทัพภาคที่ 3' เปิดภาพวงจรปิด

24 มี.ค. 2560 สืบเนื่องจากเหตุการณ์ทหารวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา มีข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติการณ์การเสียชีวิตของชัยภูมิจากทั้งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รวมไปถึงพยานในเหตุการณ์หลายปาก (อ่านที่นี่)

วันนี้ (24 มี.ค.60) สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี ชัยภูมิ หลัง พล.ท.วิจักษณ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ชี้แจงข้อเท็จจริง กับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 5 พบชัยภูมิ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปและยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ต้องหาหลักฐานให้ชัดเจนต่อไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ หลังสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ ทหารแล้ว จะมีตำรวจและอัยการเข้ามาร่วมสอบสวน ซึ่งต้องพิจารณาจากหลักฐานว่าเป็นอย่างไร ไม่ใช่ตัดสินกันไปก่อนว่าใครถูกหรือผิด ตนไม่เคยตัดสินใครก่อน หากใครทำผิดคือผิด ทหารทำผิดก็คือผิด ตนและสื่อไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ขออย่ารีบตัดสินกันเอง 

ล่าชื่อขอ 'แม่ทัพภาคที่ 3' เปิดภาพวงจรปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (23 มี.ค.60) ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนหนึ่งได้เริ่มแคมเปญรณรงค์ ในเว็บไซต์ Change.org เรียกร้องให้ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.วิจักขฐ์ เปิดกล้องความจริง  ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 1,400 คน

สำหรับแคมเปญดังกล่าวอธิบายไว้ว่า

เนื่องจากเรื่องราวของ ชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกวิสามัญในคดีครอบครองยาเสพติด และพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยการปาระเบิด ยังเป็นที่กังขาในสังคม เนื่องจากด่านตรวจนี้มีกล้องวงจรปิด แต่กลับยังไม่ถูกนำมาเปิดเผยสู่สาธารณะชน

เรื่องราวนี้สร้างความลำบากใจไม่น้อยให้กับสาธารณะชน เพราะเนื่องจาก ชัยภูมิ ป่าแสถูกวิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันความจริงใดๆได้นอกจากคำให้การปากเปล่าของแต่ละฝ่ายอันไม่สามารถสร้างความเชื่อถือได้เท่าที่ควร

และจากหัวข้อข่าวได้อ้างอิงว่า "พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า การตั้งด่านเป็นการตั้งด่านปรกติ สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด CCTV" นั้นก็หมายความว่า พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ มีอำนาจการตัดสินใจในการเปิดเผยข้อมูลในกล้องได้

ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยคลายข้อกังขาคือการเปิดเผยข้อมูลของกล้องวงจรปิดทั้งสองตัวอย่างโปร่งใส เพราะไม่เช่นนั้นแล้วถ้าเกิดประชาชนผู้บริสุทธิ์คนใดๆเกิดถูกกระทำโดยรัฐไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ ก็มีแนวโน้มว่าประชาชนจะไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะถ้าประชาชนไม่อาจตรวจสอบความจริงจากกล้องได้แล้ว ไม่เท่ากับว่ารัฐกำลังสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนด้วยการที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการปิดบังหลักฐานได้หรอกหรือ ดังนั้นเพื่อให้รัฐมีความเป็นธรรมทั้งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ ความจริงจากกล้องวงจรปิดต้องถูกเปิดเผย

ถ้ารูปการณ์สามารถพิสูจน์ได้ว่า ชัยภูมิ ป่าแส กระทำผิดจริง ก็จะทำให้ข้อกังขาในสังคมลดลง แต่ถ้า ชัยภูมิ ป่าแส มิได้กระทำผิดจริง รัฐควรแสดงความรับผิดชอบต่อการตายของ ชัยภูมิ ป่าแส เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกันว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแปที่ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ต่างอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน อันเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยในสังคมนี้

 

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์