สนช.ผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ถอนปมตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไปไว้ในข้อสังเกตแทน

สนช. มีมติ 227 เสียงผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม โดยให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ภายใน 1 ปี ไว้ในข้อสังเกต  ขณะที่ ประยุทธ์ ยันต้องศึกษาตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ยันรับฟังทุกความเห็น ขออย่าปิดล้อมสถานที่ราชการ โดยวานนี้ คปพ. ร้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติให้เสร็จ ก่อนประมูลผลิตปิโตเลียม

31 มี.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ปิโตรเลียม พ.ศ. ....  ด้วยคะแนน เห็นด้วย  227 เสียง  ไม่เห็นด้วย 1 และงดออกเสียง 3 ทั้งนี้  ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม  สมาชิกสนช. ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง  ในประเด็น มาตรา 10/1 เกี่ยวกับการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ  ในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ โดยสมาชิก สนช. หลายคน  เสนอให้มีการตัดมาตราดังกล่าวออกไป เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการเปิดช่องสุ่มเสียงให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบบรรษัทผิดเพี้ยนไปและเสนอให้ใส่ไว้ในข้อสังเกต โดยเห็นว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นภายใน 60 วันเพื่อพิจารณาศึกษาถึงรายละเอียดของรูปแบบและวิธีการในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่เหมาะสมภายใน 1 ปีต่อไป ทำให้คณะกรรมาธิการฯ  ได้ขอถอนประเด็นดังกล่าวที่กำหนดไว้ใน มาตรา 10/1 ออกไป โดยจะให้ไปใส่ในข้อสังเกตของร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม แทน

สำหรับการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะใส่ไว้ในข้อสังเกตว่า “การจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ได้เพิ่มให้มีการนำระบบสัญญาสัญญาแบ่งปันผลผลิต และสัญญาจัดจ้างบริการ มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม ซึ่งการบริหารจัดการตามระบบที่เกิดขึ้นใหม่ทั้ง 2 ระบบ มีความแตกต่างจากการบริหารจัดการตามระบบสัมปทานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือระบบอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต รวมทั้งการดำเนินการตามระบบที่เพิ่มขึ้นใหม่ จะมีผลทำให้รัฐมีกรรมสิทธิ์ในผลผลิตปิโตรเลียมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด รัฐจึงควรจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารทรัพยากรปิโตรเลียมนั้นให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดโดยเร็ว ครม.จึงควรแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นภายใน 60 วัน เพื่อพิจารณาศึกษาถึงรายละเอียดของรูปแบบและวิธีการในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่เหมาะสมภายใน 1 ปีต่อไป”

ประยุทธ์ ยันต้องศึกษาตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ให้สัมภาษณ์กรณี สนช. ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  โดยให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (Nation Oil Company) หรือ NOC ภายใน 1 ปี ไว้ในข้อสังเกต ว่า ในนามของรัฐบาลต้องรับมาปฏิบัติทั้งหมด เพราะเมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศบังคับใช้ ต้องปฏิบัติตามข้อสังเกต ส่วนผลการศึกษาจะออกมาอย่างไร เหมาะสมหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางพลังงานของประเทศไทย โดยได้นำแบบอย่างจากต่างประเทศมาศึกษาควบคู่ไปด้วย

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานไม่สามารถทำตามความรู้สึก หรือความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ จึงต้องสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องพลังงานเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด หากจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าดี ก็จะส่งผลดีไป แต่หากไม่ดี ก็จะส่งผลกระทบตามมาทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องใช้แนวทางแก้ปัญหาทีละขั้นตอน และแก้ปัญหาทุกระดับ ซึ่งจะทำให้ปัญหาดีขึ้น หากยังประท้วง หรือล้มโครงการทั้งหมด ต้องคำนึงถึงระบบเศรษฐกิจทั้งหมดจะเดินไปอย่างไร 

ยันรับฟังทุกความเห็น ขออย่าปิดล้อมสถานที่ราชการ

“การเสนอความคิดเห็น หรือต้องการให้รัฐบาลรับทราบความเดือดร้อนในเรื่องใด สามารถยื่นหนังสือมาได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม อย่ามาปิดล้อมสถานที่ราชการ หรือเขตพระราชฐาน เพราะจากนี้ ผมจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ได้ขู่ แต่ต้องรักษาระเบียบวินัยของบ้านเมือง ขณะนี้ประเทศไม่ได้มีปัญหาเรื่องพลังงานเรื่องเดียว แต่มีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ปัญหา ขอให้เชื่อใจกัน หากสิ่งไหนไม่ดี ขอให้บอก พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นในช่องทางที่ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีความระมัดระวังในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้สำเร็จ โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นมาอีก และไปกระทบกับงานอื่นๆ ที่ทำอยู่ ตนเป็นห่วงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการค้า การลงทุน เพราะประเทศไทยมีด้านอื่นๆ ที่ต้องขับเคลื่อน และวันนี้รัฐบาลกำลังวางอนาคตให้กับประเทศ ทุกคนจึงต้องช่วยรัฐบาลพัฒนาประเทศ การจะศึกษาเรื่องใด จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน

"ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบวิธีการขั้นตอน ผมส่งเอกสารขั้นตอนให้ดูแล้วเมื่อวานนี้ ขั้นตอนก็เป็นแบบนั้น รัฐบาลรับทราบ เห็นชอบให้ดำเนินการศึกษาได้ เพราะเมื่อมีการพูดคุยพบปะกับประชาชนมาแล้ว ก็ว่ามา ถ้าทำได้ ก็ทำไป ผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับท่าน แต่ทำอย่างไรจะไม่ไปมีผลกระทบเดิม ก็ต้องไปหาวิธีการให้ได้ ถ้าจะทำ แต่ต้องระมัดระวัง อย่าให้ธุรกิจใหญ่เสียหาย ขอแค่นั้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

คปพ. ร้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติให้เสร็จ ก่อนประมูลผลิตปิโตเลียม

โดยวานนี้ (30 มี.ค.60) พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. เข้ารับหนังสือจาก ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) โดยขอให้ สนช.ถอนร่าง พ.ร.บ.ปิโตเลียม และ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตเลียม ออกจากการพิจารณาของที่ประชุม สนช.ก่อน  เพื่อขอให้แปรญัตติ ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเครือข่ายฯ โดยก่อนที่จะมีการประมูลผลิตปิโตเลียมในระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ การจ้างผลิตให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพื่อดำเนินการบริหาร และขายปิโตรเลียมในส่วนของรัฐให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแก้ไขเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับให้สอดคล้องกับรายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 2514 และต้องระบุให้ชัดเจนในระบบแบ่งปันผลผลิต ว่า หากใช้วิธีการประมูลแข่งขันการเสนอส่วนแบ่งปิโตรเลียมรัฐต้องได้ประโยชน์สูงสุดเป็นเกณฑ์ แต่หากเป็นระบบการจ้างผลิตให้ใช้เกณฑ์ค่าจ้างขั้นต่ำในการพิจารณา พร้อมกันนี้ต้องมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งทางตรงและทางอ้อมของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องด้วย 

 

ที่มา : เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล สำนักข่าวไทย และเว็บไซต์วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์