สมช.คาดเหตุป่วนชายแดนใต้อาจเกิดจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

เลขา สมช. คาดเหตุป่วนชายแดนใต้อาจเกิดจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตร ย้ำทุกหน่วยงานเข้มงวดด้านการข่าว

7 เม.ย. 2560 จากกรณีเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 เม.ย. ต่อเนื่องวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา วันนี้ (7 เม.ย.60) พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ได้กำชับให้เร่งหาตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ อีกทั้งองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอเอซี เห็นด้วยกับรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีการตอบโต้ขึ้น ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้าจะชี้แจงสาเหตุของการก่อเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง นอกจากนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำให้ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

เลขา สมช. กล่าวว่า สำหรับการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการด้านการข่าว และการดูแลความมั่นคง ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว

ประวิตร ย้ำทุกหน่วยงานเข้มงวดด้านการข่าว

ภาพจาก เว็บไซต์ทำเนียรัฐบาล

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 1/2560 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง คปต. ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกลสำคัญเพื่อกำกับ ดูแล และขับเคลื่อนงานให้มีความเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.อ. ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 13 คน ในฐานะกรรมการ คปต. เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยกรณีเหตุเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ทหาร ตำรวจ ไปดูแลในภาพรวมแล้ว และเน้นย้ำทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีความเข้มงวดในเรื่องของงานด้านการข่าว เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเจ้าหน้าที่และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต.  และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ขณะที่เรื่องปัญหาไฟฟ้าดับ เป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการดำเนินการแก้ไขให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบ 6 เดือนแรก ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ( ต.ค. 59 – มี.ค.60) ที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับ 6 เดือนแรก ของปีงบประมาณ พ.ศ.2559 (ต.ค. 58 – มี.ค. 59) พบว่าสถิติการก่อเหตุลดลงถึง 96 เหตุการณ์ (ลดลงร้อยละ 54) และหากเปรียบเทียบกับ 6 เดือนหลัง ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (เม.ย.59 – ก.ย.59) พบว่าสถิติการก่อเหตุลดลง 99 เหตุการณ์ (ลดลงร้อยละ 55)  รวมทั้งสถานการณ์ในพื้นที่ 7 เมืองหลัก และเมืองหนองจิก ซึ่งเป็นเมืองหลักตามนโยบายต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ก็พบการก่อเหตุความรุนแรงลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ เนื่องจากการปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการขับเคลื่อนงานของทุกหน่วยงานใน 7 กลุ่มภารกิจงาน ( 1) การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2) การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3) การสร้างความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน 4) การศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม 5) การพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ และคุณภาพชีวิตประชาชน 6) การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย และ7) การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รับทราบการดำเนินงานของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และความต้องการของประชาชน ทั้งด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะเรื่องของต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

 

ที่มา เว็บไซต์ทำเนียรัฐบาล และสำนักข่าวไทย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์