The Mask Fighter: หน้ากากนักสู้ ภายใต้หน้ากากเหล่านี้คุณคิดว่าเขาคือใคร

หลังจากที่กลายเป็นกระแสกันมาอยู่ช่วงหนึ่ง สำหรับรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซึ่งเป็นรายงานการประกวดร้องเพลงที่มีผู้ชม Live ทางเฟซบุ๊ก และยูทูปรวมกันมากที่สุดถึง 1.6 วิว ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ทำเอาเรทติ้งรายการ หรือละครทีวีในช่วงเวลาเดียวทยอยต่ำลงไปด้วย สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะรู้สึกเหมือนกันคือ มันเป็นรายการประกวดร้องเพลงที่แต่ละหน้ากากต่างก็มีน้ำเสียงที่ทรงพลัง มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง และน่าหลงใหลต่างกันไป

บ่อยครั้งในรายการ เรามักจะได้ยินประโยคที่ว่า “คืนนี้คนไทยทั้งประเทศ จะได้รู้กันว่าใครที่อยู่ภายใต้หน้ากาก…” และช่วงสุดท้ายของรายการผู้ที่ที่ได้รับคะแนนโหวตน้อยกว่า ก็จะต้องเปิดหน้ากากให้คนที่กำลังดูรายการได้เห็นว่า เขาคือใคร และแน่นอนที่สุดคนแพ้ก็ตกรอบไป ส่วนผู้ที่ชนะยังคงใส่หน้ากากและเข้าแข่งขันในรอบถัด จนสุดท้ายจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

หากจะบอกว่ารายการนี้น่าสนใจเพราะมันสร้างความสงสัยก็คงไม่ผิด ประชาไทหยิบเอาคอนเซ็ปท์ “ความสงสัยภายใต้หน้ากาก” มาท้าทายให้ผู้อ่านได้คาดเดาว่า ภายใต้หน้ากากที่เราตั้งชื่อใกล้เคียงกันว่า The Mask Fighter หรือหน้ากากนักสู้ พวกเขาคือใคร  โดยจะมี 5 คำใบ้ที่บอกเรื่องราวบางส่วนของพวกเขา ผู้อ่านจะเดาออกหรือไม่ว่าเขาเหล่านั้นเป็นใครจากเรื่องราวของเขา ... ซึ่งหลายกรณีก็ไม่แน่ว่าเมื่อเปิดหน้ากากออกเขาอาจจะเป็นคุณ

000000

หน้ากากแคน

- นักดนตรีวงสามัญชน ผู้หลงรักในเสียงพิณแคนแดนอีสาน

- เคยทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด

- กำลังจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่เขาไม่ได้สอบวิชาสุดท้ายในมหาวิทยาลัย

- เขาเคยถูกคุมขังในเรือนจำรวมครั้งปัจจุบันด้วยเป็น 3 ครั้งจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง และครั้งล่าสุดเขาถูกจองจำตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 จนถึงปัจจุบัน แม้คดีความจะยังไม่ได้ตัดสินเลยก็ตาม

- ทุกวันนี้กลายเป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่งภายในเรือนจำแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน

หน้ากากกุญแจ

-เขาเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดในเรือนจำแห่งหนึ่ง ชอบซื้อขันและกุญแจล็อกเกอร์ให้นักโทษใหม่ที่ญาติยังไม่มาเยี่ยม

-เคยเป็นนักรณรงค์เรื่องสิทธิแรงงานมาตั้งแต่ปี 2520

-ก่อตั้งกลุ่มที่มีชื่อตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

-เคยยื่นประกันตัวราว 15 ครั้ง หลักทรัพย์ตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้าน แต่ไม่เคยได้ประกัน

-คดีที่เขาเผชิญหน้าอยู่เป็นคดีร้ายแรงเป็นคดีแรกในรอบทศวรรษที่มีการสู้กันจนถึงชั้นฎีกา

หน้ากากฮาร์ดดิสก์

-ก่อนหน้าปีรัฐประหาร 2557 เคยจับตาหนักเรื่องการเซ็นเซอร์ เรื่องเสรีภาพในการแสดงออก เคยมีอีเว้นท์ จัดฉายหนังและเสวนาเกี่ยวกับ “หนังน่าจะแบน” และจับตาเรื่องการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

-รูดซิป(เ)ปิดปาก คือชื่อค่ายที่พวกเขาจัดทุกปี

-ตอนนี้ออกหนังสื่อที่เกี่ยวข้องกับนักโทษคดี 112 วางขายในร้านขายหนังสือทั่วประเทศ

- มีผลงานเด่นในปีนี้คือการค้นหาว่ามี สนช. คนไหนโดดประชุมบ่อย

- เป็นกลุ่มบุคคลที่อาศัยอยู่ในออฟฟิศที่มีแมวจรชื่อ ไข่ต้ม ชอบมาอาศัยอยู่

หน้ากากชุดครุย

- กลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันหลังรัฐประหารปี 2557

- มีเพื่อนร่วมงาน 2 คน แม้จะเป็นทนายความแต่ก็มีสถานะเป็นจำเลยด้วย

- มีเพื่อนร่วมงาน 1 คนได้รับรางวัล “สมชาย นีละไพจิตร” ปี 2560 และอีกหนึ่งคนได้รับรางวัล Lawyers for Lawyers Award 2017

- พวกเขามีชีวิตผูกพันกับศาลทหาร พร้อมให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางคดีการเมืองหลังรัฐประหารซึ่งมีเยอะมาก ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีต่างจังหวัดด้วย

-หน้ากากก็จัดเต็มแบบนี้ถ้าบอกข้อนี้เพิ่มอีกก็เฉลยเลยดีมั้ย

หน้ากากเด็ก

-เป็นผู้หญิงอายุ 25-26 ปี เธอทำงานประจำอยู่ที่กรมเด็ก เรียนจบคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับทหารเกณฑ์

-ปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

-เคยมีคนส่งกระสุนปืนใส่ซองธูปไปให้เธอที่บ้าน หลังจากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ญาติของเธอซึ่งถูกซ้อมทรมานเสียชีวิตในค่ายทหาร

-ประชาไทได้ยกย่องเธอเป็นบุคคลแห่งปีประจำปี 2016

หน้ากากชาชัก

-เขาเคยทำงานภาคประชาสังคม และเป็นทีมงานสื่อออนไลน์แห่งหนึ่งที่ชื่อเดียวกันกับ “ดอกชบา” และปี 2555 ได้ร่วมกับนักกิจกรรมด้านสื่อก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ขึ้นมาเพื่อสื่อสารประเด็นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

-เขาถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 12 ปีเมื่อกลางปี 2556 ในข้อหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ อั้งยี่ และซ่องโจร เพราะถูกซัดทอดว่าเข้าร่วมขบวนการกู้ชาติปัตตานี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะประวัติของเขาไม่เคยร่วมก่อเหตุรุนแรงหรือกระทำความผิดอาญาอื่นใด

-เขาใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน 7 วัน ก่อนพ้นโทษออกมาไม่นานนี้

-ขณะที่ถูกจองจำ เขาถูกกล่าวหาอีกว่า เป็นแกนนำในการก่อการจลาจลที่เรือนจำปัตตานี แต่หลังจากที่มีการให้ข่าวโดย กอ.รมน.ภ.4 สน.  พี่ชายของเขาได้ออกมาชี้แจงว่า ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า น้องชายของตนไม่เกี่ยวข้อง เพียงแต่ทำหน้าที่ในการช่วยเจรจา เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง

-หลังจากได้รับอิสระภาพแล้ว อาชีพหนึ่งที่ทำต่อไปนอกจากการขายน้ำชาคือ สื่อมวลชน

หน้ากากแท๊กซี่

-เขาเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

-หลังจากออกจาการเป็นพนักงานการไฟฟ้าฯ เขาขับแท๊กซี่ สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร

-เคยขับรถแท๊กซี่พุ่งชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549

-เขาเสียชีวิตโดยการตัดสินใจผูกคอตายเพื่อลบคำสบประมาทของนายทหารคนหนึ่งที่ว่า “ไม่มีใครตายเพื่ออุดมการณ์ได้”

-ส่วนหนึ่งของข้อความในจดหมายลาตายระบุด้วยว่า “สุดท้ายขอให้ลูกๆ และภรรยาจงภูมิใจในตัวพ่อ ไม่ต้องเสียใจ ชาติหน้าเกิดมา คงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก”

หน้ากากลายนิ้วมือ

-เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับวันที่ 2 ก.พ. 2557 (จำไม่ได้ล่ะสิว่าวันอะไร) และแต่ละคนอาจจะไม่รู้จักกันมาก่อน

-พวกเขาพยายามหลายวิธีมากเพื่อที่จะได้เดินทางเข้าไปในสถานต่างๆ เพื่อทำในสิ่งที่เป็นการยืนยันว่าพวกเขาคือ เจ้าของอำนาจรัฐที่แท้จริง แต่สถานที่เหล่านั้นถูกมวลชนล้อมและประกาศห้ามเข้า

-หลายคนถูกด่าว่าเป็นขี้ข้าทักษิณ และเป็นพวกไม่รักชาติ

-บางคนถูกทำร้ายร่างกาย เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาต้องการจะทำ

-หนึ่งในพวกเขา อาจมีเรารวมอยู่ด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์