คลังกู้ 3 งวด 5 พันล้าน อุ้ม 'บินไทย' ปรับโครงสร้างหนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงิน ประจําปีงบประมาณ  2560 ให้แก่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ รวม 3 งวด เป็นเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 5,291,140,000 บาท 

14 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงิน Euro Commercial Paper หรือ ECP Programme ของกระทรวงการคลัง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครั้งที่ 3 ให้แก่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ลงนามโดย พชร อนันตศิลป์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ระบุว่า เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 7 ประกอบมาตรา 20 และมาตรา 25 แห่ง พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ได้ดําเนินการกู้เงิน โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนนี้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 กระทรวงการคลังได้ตกลงกู้เงินภายใต้ ECP Programme วงเงินรวม 50,000,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,765,930,000 บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อย หกสิบห้าล้านเก้าแสนสามหมื่นบาทถ้วน) โดยคํานวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเบิกจ่ายเงินกู้ คือ 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 35.3186 บาท กับ Nomura International plc (Dealer) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามสัญญาให้กู้ยืมเงินต่อแก่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งได้เบิกจ่ายเงินกู้ ภายใต้ ECP Programme เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วงเงิน 50,000,000 เหรียญสหรัฐ กําหนดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 1.49 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR ระยะ 6 เดือน บวกส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ 0.06733 ต่อปี) อายุ 181 วัน (ครบกําหนดไถ่ถอนในวันที่ 5 กันยายน 2560) และได้รับเงินสุทธิรวมจากการออกตราสาร ECP ครั้งนี้ วงเงิน 49,628,215.74 เหรียญสหรัฐ

3 งวด 150 ล้านเหรียญสหรัฐ  หรือ 5.29 พันบาท 

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานด้วยว่า งวดแรก ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่อง การกู้เงิน Euro Commercial Paper หรือECP Programme ของกระทรวงการคลัง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครั้งที่ 1 ให้แก่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 กระทรวงการคลังได้ตกลงกู้เงินภายใต้ ECP Programme วงเงินรวม 50,000,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,771,350,000 บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อย เจ็ดสิบเอ็ดล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยคํานวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเบิกจ่ายเงินกู้ คือ 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 35.4270 บาท กับ Daiwa Capital Markets Singapore Limited และ Nomura International plc (Dealers) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามสัญญาให้กู้ยืมเงินต่อแก่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งได้เบิกจ่ายเงินกู้ภายใต้ ECP Programme เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560  โดยมีรายละเอียด

วงเงิน 50,000,000 เหรียญสหรัฐ กําหนดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 1.5252 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR ระยะ 6 เดือน บวกส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ 0.16698 ต่อปี) อายุ 180 วัน (ครบกําหนดไถ่ถอนในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560) และได้รับเงินสุทธิรวมจากการออกตราสาร ECP ครั้งนี้ วงเงิน 49,621,586.31 เหรียญสหรัฐ

งวดที่ 2 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อ 16 มีนาคม 2560 เรื่อง การกู้เงิน Euro Commercial Paper หรือ ECP Programme ของกระทรวงการคลัง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครั้งที่ 2 ให้แก่บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 กระทรวงการคลังได้ตกลงกู้เงินภายใต้ ECP Programme วงเงินรวม 50,000,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,759,895,000 บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อย ห้าสิบเก้าล้านแปดแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยคํานวณตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเบิกจ่ายเงินกู้ คือ 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 35.1979 บาท กับ Nomura International plc (Dealer) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามสัญญาให้กู้ยืมเงินต่อแก่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งได้เบิกจ่าย เงินกู้ภายใต้ ECP Programme เมื่อวันที่  15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วงเงิน 50,000,000 เหรียญสหรัฐ กําหนดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 1.4500 ต่อปี (เทียบเท่าอัตรา LIBOR ระยะ 6 เดือน บวกส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ 0.11511 ต่อปี) อายุ 181 วัน (ครบกําหนดไถ่ถอนในวันที่ 15 สิงหาคม 2560) และได้รับเงินสุทธิรวมจากการออกตราสาร ECP ครั้งนี้ วงเงิน 49,638,124.29 เหรียญสหรัฐ

รวม 3 งวด เป็นเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 5,291,140,000 บาท