ครม.ไฟเขียวร่างความตกลง ไทยกับรัฐรัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร

ครม. เห็นชอบจัดทำความตกลงระหว่าง ตร.สากลกรุงเทพ สตช. ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารองค์การตำรวจสากลโดยตรง รวมทั้งเห็นชอบร่างความตกลง ไทยกับรัฐรัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร 

18 เม.ย. 2560 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า วันนี้ (18 เม.ย.60) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ดังนี้ 1. ให้กระทรวงกลาโหม จัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ  ดำเนินการจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) 2. ให้เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารเป็นผู้ลงนามในร่างความตกลงฯ  และ 3. หากมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างความตกลงฯ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ ให้ กห. พิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

โดย สาระสำคัญของการจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหพันธรัฐรัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงอาวุธและยุทโธปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันประเทศ การซ่อมบำรุง การสนับสนุนด้านความร่วมมือในการพัฒนาและการผลิตผลิตภัณฑ์ทางทหาร รวมทั้งการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความช่วยเหลือในการดำเนินโครงการร่วม การฝึกอบรมกำลังพล อันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารที่จะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศในอนาคต โดยร่างความตกลงนี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ลงนามเป็นระยะเวลา 5 ปี และจะขยายเวลาต่อไปอีก 5 ปี โดยอัตโนมัติ 

ครม. ยังมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบในการจัดทำความตกลงระหว่างสำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารองค์การตำรวจสากลโดยตรง (Agreement between the INTERPOL National Central Bureau for Thailand in Bangkok and Royal Thai Police on Direct Access to the INTERPOL Information System)

2. มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย เป็นผู้ลงนามความตกลงดังกล่าว 3. อนุมัติให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถดำเนินการแก้ไขปรับปรุงร่างความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหากมีความจำเป็นต้องมีการแก้ไขในภายภาคหน้าโดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง

โดย สาระสำคัญของเรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า 1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 และได้กำหนดให้กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ตั้งของสำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลประเทศไทย ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับสำนักงานกลางแห่งชาติของประเทศภาคีสมาชิกและสำนักเลขาธิการองค์การตำรวจสากล ตลอดจนดำเนินการเรื่องการประชุมขององค์การตำรวจสากล อีกทั้งยังใช้เป็นสถานที่ติดตั้งระบบติดต่อสื่อสารขององค์การตำรวจสากลที่เรียกว่า “I-24/7” ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลอาชญากรรมและอาชญากรรมข้ามชาติขององค์การตำรวจสากลที่แบ่งปันข้อมูลให้ประเทศสมาชิกนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

2. ความตกลงระหว่างสำนักงานกลางแห่งชาติ ตำรวจสากลประเทศไทย (ตำรวจสากลกรุงเทพ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ. ว่าด้วยการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารองค์การตำรวจสากลโดยตรง มีสาระสำคัญดังนี้

วัตถุประสงค์ เพื่อระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ตำรวจสากลกรุงเทพอนุญาตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าถึงระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานตำรวจองค์การตำรวจสากลได้โดยตรง แต่จำกัดเฉพาะการอ่านข้อมูลเท่านั้น เช่น เอกสารการเดินทางที่ถูกขโมยหรือสูญหาย ผลงานศิลปะ ภาพการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กระหว่างประเทศ ลายพิมพ์นิ้วมือ ยานพาหนะที่ถูกขโมย

ขอบเขตการเข้าถึงข้อมูล การอนุญาตให้มีการเข้าถึงระบบข้อมูลฯ จะต้องเป็นไปตามกฎองค์การตำรวจสากลว่าด้วยการประมวลผลข้อมูล และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดให้สำนักงานกลางแห่งชาติในประเทศต่าง ๆ ต้องจัดทำความตกลงกับหน่วยงานภายในประเทศสำหรับการอนุญาตให้มีการเข้าถึงระบบข้อมูลข่าวสารขององค์การตำรวจสากล

การบังคับใช้ ความตกลงฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับใน 30 วัน ภายหลังจากวันที่ตำรวจสากลกรุงเทพได้แจ้งผลการลงนามในความตกลงให้สำนักงานเลขาธิการองค์การตำรวจสากลทราบ