ประเดิม ม.44 เวอร์ชั่นใหม่ ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. งดสรรหาตุลาการศาล รธน. เลิกคำสั่งเดิม

ประยุทธ์ งัด ม.265 วรรคสอง รธน.ใหม่ + ม.44 ออกคําสั่ง หัวหน้า คสช. ให้งดเว้นการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามคําสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 23/2560 ที่ออกมาก่อนหน้า

20 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่ง คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 24 /2560 เรื่อง ให้งดเว้นการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามคําสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 23/2560 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. สั่ง ณ วันที่ 20 เม.ย.2560

โดยระบุว่า ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2560 ลงวันที่ 5 เม.ย. 2560 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ กําหนดให้มีการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ ตําแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนกําหนดวิธีการได้มาซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กําหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและ สรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้ว จึงสมควรดําเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง และควรให้งดเว้นการคัดเลือกหรือ สรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ก่อน เช่นเดียวกับกรณีของกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยในระหว่างเวลาที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญดังกล่าว เห็นควรกําหนดการดําเนินการในกรณีการพ้นจากตําแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อันจะเป็นการสอดคล้องกับมาตรา 273 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ส่วนกรณีของกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนั้น ยังคงมีปัญหา ข้อกฎหมายในเรื่องความชัดเจนของวาระการดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว ดังนั้น เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องทางกฎหมายและเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จึงเห็นควรให้ดําเนินการในกรณีของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินต่อไปตามคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2560  ลงวันที่ 5 เม.ย. 2560

เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปองค์กรตามรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และข้อ 20 ของคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2560 หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของ คสช. จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้งดเว้นการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามคําสั่งคสช. ที่ 23/2560  ลงวันที่ 5 เม.ย. 2560 จนกว่าจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งออกตามความใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ใช้บังคับ หรือจนกว่าจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

ข้อ 2 ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่พ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญตามข้อ 1 ใช้บังคับ หรือจนกว่าจะพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุอื่น

ข้อ 3 ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากพ้นจากตําแหน่ง ตามวาระตามข้อ 2 ให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่เหลืออยู่ และให้ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ 

ข้อ 4 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เกี่ยวกับ คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2560 ระบุถึงการสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไว้ดังนี้

ข้อ 4 เมื่อมีกรณีที่ผู้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อน วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง หรือจะพ้นจากตําแหน่งตามวาระภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดําเนินการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งดังกล่าวแทน ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งดังกล่าวว่างลง หรือนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ แล้วแต่กรณี

ข้อ 5 การคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณา จากบุคคลที่มีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ตลอดจนมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสําเร็จ ซึ่งจะต้อง พิจารณาให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตามหน้าที่และอํานาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่งหรือจะพ้นจากตําแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องได้รับการคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่กรณี ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดําเนินการคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลเพื่อดํารงตําแหน่งแทนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ ตําแหน่งดังกล่าวว่างลง หรือนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ แล้วแต่กรณี

การคัดเลือกหรือสรรหาบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาดังนี้ 

(1) กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้พิจารณา คัดเลือกจากผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามปี

(2) กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครอง สูงสุด ให้พิจารณาคัดเลือกจากตุลาการศาลปกครองสูงสุดซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าตุลาการศาลปกครอง สูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

ทั้งนี้ ให้มีการสัมภาษณ์หรือให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การคัดเลือกให้ใช้วิธีการลงคะแนนโดยเปิดเผย และผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกต้องได้รับคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนผู้พิพากษาในศาลฎีกา หรือตุลาการในศาลปกครองสูงสุดทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วแต่กรณี โดยในกรณีของศาลฎีกาให้รวมถึงผู้พิพากษาอาวุโสด้วย

การรับสมัครและวิธีการคัดเลือกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานศาลฎีกา หรือประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้กําหนด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาตามข้อนี้ ให้ประธานศาลฎีกาหรือประธาน ศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีหน้าที่และอํานาจในการวินิจฉัย ซึ่งจะต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ ก่อนสิ้นสุดกระบวนการคัดเลือกหรือสรรหา ทั้งนี้ คําวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาหรือประธาน ศาลปกครอง แล้วแต่กรณี ให้ถือเป็นที่สุด

ข้อ 9 ให้มีคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ 7 ประกอบด้วย (1) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ (2) ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นกรรมการ (3) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ (4) บุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งองค์กรละหนึ่งคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา และให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการสรรหา

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 23/2560)