สวนสัตว์มนุษย์ในโรงเรียนจีน-ติดกล้องไลฟ์สดๆ ให้คนแปลกหน้าดูพฤติกรรมนักเรียน

โรงเรียนในจีนกำลังละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างหนักด้วยการติดกล้องในโรงเรียนแล้วไลฟ์สดให้ผู้คนนอกห้องเรียนดูจนนักเรียนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นสัตว์ในสวนสัตว์ ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนรายหนึ่งบอกช่วยให้เด็กทำตัวดีขึ้น แต่ก็มีความกังวลว่ากดดันเด็กมากเกินไปและเรื่องความปลอดภัยเพราะการให้คนแปลกหน้าคอยดูเด็กนักเรียนอยู่ตลอดเวลา อาจส่งผลให้เกิดการข่มเหงรังแกหรือการทำร้ายร่างกายได้

ภาพส่วนหนึ่งจากกล้องที่ใช้สอดแนมพฤติกรรมของนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มณฑลซานตง ประเทศจีน

นิวยอร์กไทม์ รายงานข่าวโรงเรียนหยูโจว ซึ่งเป็นโรงเรียนไฮสคูลอันดับหนึ่งของจีน และกำลังเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักเรียนเกี่ยวกับเรื่องกล้องที่คอยสอดส่องพวกเขา กล้องที่ว่านี้จะทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า เผยให้เห็นภาพเด็กนักเรียนในห้อง ไม่ว่าจะงีบหลับช่วงพัก หรือแอบส่งข้อความกระดาษถึงกัน โดยมีคนดูเป็นคนทั่วไปกว่าหลายพันคนไม่เพียงพ่อแม่หรือครูเท่านั้น พวกเขาดูชีวิตเด็กพวกนี้ราวเรียลลิตีโชว์ผ่านออนไลน์แล้วก็แสดงความคิดเห็นกันเรื่อยเปื่อยโดยไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริงปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ตัวอย่างของความคิดเห็นเหล่านี้ บ้างก็วิจารณ์ว่าเด็กคนนั้นดูไม่ทำอะไรเลย หรือเด็กคนนั้นกำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ไม่เว้นแม้แต่การแคปภาพต่างๆ ไว้

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีการไลฟ์สดเป็นประวัติการณ์ในจีน ทำให้ความบันเทิงต่างๆ เปลี่ยนไป แต่การที่ถึงขั้นเอากล้องส่องไลฟ์สดเด็กเรียนหนังสืออยู่เช่นนี้ก็ทำให้มีบางคนไม่พอใจ

ไม่เพียงแค่โรงเรียนหยูโจวเท่านั้น นิวยอร์กไทม์ระบุว่ามีโรงเรียนหลายพันแห่งทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระะดับอนุบาลไปจนถึงวิทยาลัยต่างก็มีการติดกล้องถ่ายทอดสดจากห้องเรียนสู่สาธารณะ โดยอ้างว่าการที่มีคนจ้องมองจะช่วย "เสริมแรงจูงใจ" ให้นักเรียนได้ แม้ว่าจะมาจากสายตาของคนที่ไม่รู้จักด้วย ขณะเดียวกันการฉายภาพออกไปสู่สาธารณะพวกเจ้าหน้าที่โรงเรียนก็บอกว่าเป็นการเอาภาระการตรวจตราไปให้คนทั่วไปเป็นผู้ช่วยกระทำการ นั่นหมายความว่าพ่อแม่ก็ใช้มันสอดส่องการคบเพื่อนได้ด้วย

แต่ไต้ต้องสงสัยเลยว่านักเรียนจะเกลียดการถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวเช่นนี้ ซึ่งชวนให้เกิดข้อถกเถียงในเรื่องจริยศาสตร์การศึกษาและการเลี้ยงลูกแบบตามติดเกินไปไม่ทำให้รู้จักโต หนึ่งในนักเรียนอายุ 17 ปี ของหยูโจวบอกว่าเขาเกลียดการติดกล้องนี้มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็น "สัตว์ในสวนสัตว์"

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก้มองว่าการสอดส่องในโรงเรียนจะทำให้วัยรุ่นชาวจีนกลายเป็นเเคยชินกับการถูกสอดแนมหรือเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา เช่นรองประธานสถาบันวิจัยการศึกษาศตวรรษที่ 21 วิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดสิทธิของนักเรียนและเสรีภาพทางวิชาการ

หลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ในหนังสือพิมพ์เบจิงนิวส์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ชื่อดังในจีน โรงเรียนหลายแห่งกประกาศว่าพวกเขาจะเลิกการแพร่ภาพ แต่ก็ยังมีจำนวนมากที่ยังคงเผยแพร่วิดีโอนักเรียนตัวเองผ่านทางออนไลน์อยู่ โดยในจีนมีช่องทางเผยแพร่เรื่องเหล่านี้หลายแห่งที่ๆ น่าจะได้รับความนิยมท่สุดคือเว็บ Shuidi ที่มีเจ้าของคือบริษัทเทคโนโลยี Qihoo 360

ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซูเชื่อว่าการสอดแนมนักเรียนเช่นนี้จะทำให้พวกเขา "ทำตัวดี" มากขึ้น เพราะการที่มีพ่อแม่คอยดูอยู่ทำให้พวกนักเรียนรู้สึก "เหมือนมีมีดดาบแขวนอยู่เหนือหัวพวกเขา"

นักวิทยาการคอมพิวเตอร์จากศูนย์ดีพบลูชิลเดรนโรบอตบอกว่า "คนที่มีคุณธรรมไม่มีอะไรจะต้องซ่อน" เขามีความเชื่อว่าคนทุกคนจะต้องถูกเปิดปรากฎให้คนทั่วโลกได้เห็น แล้วศูนย์ดีพบลูฯ นี้เองก็เป็นพวกที่ส่งเสริมให้มีการเผยแพร่การเรียนของนักเรียนแบบไลฟ์สด

นิวยอร์กไทม์ระบุว่าระบบการศึกษาของจีนมีการกดดันเด็กอย่างหนักจากพ่อแม่ที่บูชาเกรดเฉลี่ย แล้วก็มองว่าการตั้งกล้องส่องเด็กจะทำให้เด็กมีการเรียนที่ดีขึ้น การตั้งกล้องแบบนี้เป็นที่นิยมแม้แต่กับโรงเรียนในชนบทที่พ่อแม่ซึ่งมักจะต้องไปทำงานต่างเมืองจะใช้ดูลูกของตัวเองได้

แต่การตั้งกล้องส่องเด็กในห้องเรียนก็ไม่ได้ถือกำเนิดในจีนเสียทีเดียว ในความเป็นจริงแล้วมันเริ่มมากจากโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนในกำกับของรัฐในประเทศสหรัฐฯ ในอังกฤษเองก็กำลังทดสอบการตั้งกล้องสำหรับครูเพื่อบันทึกหลักฐานการทำผิดวินัย

อย่างไรก็ตามมีพ่อแม่บางคนที่เห็นต่างออกไปบ้าง เช่นแม่ของเด็กคนหนึ่งที่เรียนในโรงเรียนคนชั้นสูงในกรุงปักกิ่งบอกว่าเธอเข้าใจเรื่องความต้องการสอดส่องดูแลลูกตัวเองและครูแต่คิดว่าพอถึงจุดหนึ่งก็ควรปล่อยให้ลูกไปเอง

ทนายความคนหนึ่งในกรุงปักกิ่งที่คัดค้านเรื่องการสอดส่องนักเรียนในชั้นเรียนเสมอมาบอกว่าหลายโรงเรียนก็ใช้กล้องสอดส่องนักเรียนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนักเรียนหรือผู้ปกครองแต่อย่างใด แล้วการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะยยังเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียนเองด้วย รวมถึงกิจกรรมใน้องเรียนควรจะเป็นพื้นที่ปิดมีความเป็นส่วนตัว การคอยถูกสอดส่องอยู่ตลอดเวลาส่งผลเสียต่อการเติบโตของนักเรียน

Qihoo 360 เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยโฆษณาขายกล้องในฐานะเครื่องมือป้องกันโจรกรรมแต่ขายไม่ค่อยได้ในโรงเรียนและอ้างว่าพวกเขาไม่ได้รับการแจ้งร้องเรียนเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด ขณะเดียวกันรายงานของเครดิตสวิสก็ระบุว่าการไลฟ์สดก็กำลังเติบโตมากขึ้นเป็นสองเท่าในจีนปี 2559 ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่รัฐบาลจีนจะกำกับจัดการ

นักเรียนที่โรงเรียนหยูโจวต่างก็บอกว่าโรงเรียนหมายเลขหนึ่งของพวกเขาควรจะเรียกว่า "คุกหมายเลขหนึ่ง" มากกว่า ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เช่นว่า "จะมีอันธพาลคอยจับจ้องพวกเขาอยู่ไหม" รวมถึงการไลฟ์สดเช่นนี้อาจจะส่งผลทำให้เกิดการข่มเหงรังแกกันในโรงเรียนได้ โดยที่นัดเรียนไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะต่อกรกับมัน

 

เรียบเรียงจาก

In China, Daydreaming Students Are Caught on Camera, New York Times, 25-04-2017

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์