เครือข่ายคุ้มครองเด็กและสตรีจี้เอาผิดผู้เกี่ยวข้องกรณีค้าประเวณีเด็กแม่ฮ่องสอน

กลุ่มองค์กรด้านการคุ้มครองเด็กและสตรี ออกแถลงการณ์กรณีค้าประเวณีเด็กที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอให้เร่งรัดการดำเนินคดี เพื่อเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจัดให้มีกระบวนการคุ้มครองพยานผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งพยานที่เป็นเด็ก เยาวชน ครอบครัว และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
 
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมากลุ่มองค์กรด้านการคุ้มครองเด็กและสตรี ออกแถลงการณ์กรณีค้าประเวณีเด็กที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่าจากกรณีที่มีมารดาของผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งตัวเด็กและเยาวชนผู้เสียหายเอง ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กและเยาวชนหญิงค้าประเวณี จนเป็นข่าวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีข้าราชการตำรวจในจังหวัดดังกล่าวพัวพันกับการเป็นธุระจัดหา และอาจเข้าข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีการพาดพิงถึงข้าราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าเป็นหนึ่งในผู้ซื้อบริการจากการค้าประเวณีเด็กและเยาวชนดังกล่าว แม้ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้มีการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการล่อลวง บังคับ และเป็นธุระจัดหาในการค้าประเวณีแล้วบางส่วน แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการทางอาญากับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อประเวณี ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนถูกกล่าวหาว่าพัวพันในคดีดังกล่าว โดยผู้ถูกสอบยังคงประจำอยู่ในพื้นที่ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปตามปกติ
 
จากสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรีขอยืนยันว่า การค้าและการซื้อประเวณีเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะในลักษณะที่เด็กและเยาวชนถูกล่อลวงบังคับหรือไม่ก็ตาม เป็นสิ่งที่สังคมต้องไม่ยอมรับให้เกิดขึ้นโดยปราศจากบทลงโทษที่จริงจังและเข้มงวด เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบ แสวงหาประโยชน์ ล่วงละเมิด และกระทำความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของสังคมไทย ทั้งนี้โดยอาศัยเหตุจากความเป็นผู้เยาว์ของเด็กและเยาวชนเหล่านั้น จึงเป็นการกระทำที่ผิดทั้งกฎหมายและหลักจริยธรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกันในสังคม และเมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการจับกุม สอบสวน และเอาผิดตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องในทุกมิติอย่างแข็งขัน จริงจัง และโปร่งใส และมีกระบวนการคุ้มครองและเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม
 
ในการนี้ กลุ่มองค์กรด้านการคุ้มครองเด็กและสตรีที่มีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ ขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการดำเนินคดี เพื่อเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีดังกล่าว ทั้งผู้ที่เป็นธุระจัดหา และผู้ซื้อประเวณีจากเด็กและเยาวชน โดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ การซื้อประเวณีเด็กและเยาวชนเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องไม่ละเว้น หรือทอดเวลาในการดำเนินการทางอาญาต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ซื้อประเวณีจากเด็กและเยาวชน โดยอ้างเหตุว่าหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถูกกล่าวหาได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในหน่วยงานขึ้นแล้ว 2. ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ข้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในคดีนี้ สามารถทำคู่ขนานไปกับการดำเนินการทางอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ควรเป็นกระบวนการตรวจสอบเฉพาะภายในของหน่วยงานด้วยกันเอง แต่ควรจัดตั้งเป็นคณะกรรมการที่มีบุคคลภายนอก โดยเฉพาะตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อความเป็นกลาง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียหายและคนในสังคม ว่ากระบวนการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจะไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถูกกล่าวหา ด้วยเหตุที่ผู้สอบและผู้ถูกสอบเป็นข้าราชการในสังกัดเดียวกัน
 
3. ในระหว่างที่มีการสอบสวนดำเนินคดี ให้กระทรวงมหาดไทยย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาออกจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่เดิม เพื่อลดโอกาสที่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงจะสามารถใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ เข้าไปแทรกแซงหรือขัดขวางกระบวนการทางอาญาและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กำลังดำเนินอยู่ ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าพยานผู้เสียหายจะไม่ถูกกดดันหรือคุกคามด้วยอำนาจและอิทธิผลตามตำแหน่งหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหา และ 4. ให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจัดให้มีกระบวนการคุ้มครองพยานผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งพยานที่เป็นเด็ก เยาวชน ครอบครัว และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ปลอดพ้นจากโอกาสที่อาจถูกข่มขู่ คุกคาม หรือทำร้าย ทั้งนี้ เพื่ออำนวยให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงที่สุด โดยปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจหรืออิทธิพลใด ๆ
 
ท้ายที่สุด กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรีที่มีรายชื่อท้ายแถลงการณ์นี้ ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้เสียหายและครอบครัว ที่กล้าออกมาเปิดโปงกระบวนการค้าและซื้อประเวณีเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน และพวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการต่าง ๆ ตามข้อเรียกร้องข้างต้นอย่างเร่งด่วน
 
โดบผู่ที่ลงชื่อ กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรี มีดังนี้ 1. ทิชา ณ นคร ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก 2. จะเด็จ เชาวน์วิไล มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 3. สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม 4. กอบกาญจน์ ตระกูลวารี สหทัยมูลนิธิ 5. ณัฐิยา ทองศรีเกตุ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ 6. อาทิตา รอดสมนาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก 7. วราภรณ์ แช่มสนิท แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ 8. จารุปภา วะสี แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ 9. อภัสรินทร์ ขณะรัตน์ นักวิชาการอิสระ 10. วรภัทร วีรพัฒนาคุปต์ นักพัฒนาภาค CSR / ที่ปรึกษาเครือข่ายประธานนักเรียนฯ 11. อรุณฉัตร คุรุวาณิชย์ นักวิจัยอิสระ 12. กัญจน์ณัฏฐ์ แซ่อึ้ง นักวิจัยอิสระ 13. มูลนิธิพิทักษ์สตรี (AAT)

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์