ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560” มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 15 วรรคสอง มาตรา 175 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคล ของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560” มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 15 วรรคสอง มาตรา 175 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) โดยรายละเอียดของพระราชกฤษฎีกามีดังนี้

000

พระราชกฤษฎีกา
จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคล
ของราชการในพระองค์
พ.ศ. 2560

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 วรรคสอง มาตรา 175 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและ การบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ส่วนราชการในพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(1) สํานักงานองคมนตรี

(2) สํานักพระราชวัง

(3) หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ส่วนราชการในพระองค์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติภารกิจราชการในพระองค์ถวายองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ตามพระราชอัธยาศัยขึ้นตรงต่อ พระมหากษัตริย์

มาตรา 4 สํานักงานองคมนตรีมีหน้าที่สนับสนุนภารกิจขององคมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ ถวายพระมหากษัตริย์และการอื่นตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการองคมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ

ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการองคมนตรีเป็นผู้แทนของสํานักงานองคมนตรี

เลขาธิการองคมนตรีหรือข้าราชการในพระองค์ในสํานักงานองคมนตรีซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนก็ได้

มาตรา 5 สํานักงานองคมนตรีมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(1) สํานักงานเลขาธิการองคมนตรี

(2) กองนิติการ

(3) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักงานองคมนตรี

หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักงานองคมนตรี

การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้ทําเป็นประกาศสำนักงานองคมนตรี

มาตรา 6 สํานักพระราชวังมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ทั่วไป การเลขานุการในพระองค์ การจัดการพระราชวังและงานพระราชพิธี การดูแลรักษาทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์และการอื่น ตามพระราชอัธยาศัย โดยมีเลขาธิการพระราชวังซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ตามพระราชอัธยาศัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการ

ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้แทนของสํานักพระราชวัง เลขาธิการพระราชวังหรือข้าราชการในพระองค์ในสํานักพระราชวังซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา จะมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนก็ได้

มาตรา 7 สํานักพระราชวังมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(1) ศาลาว่าการสํานักพระราชวัง
(2) กรมราชเลขานุการในพระองค์
(3) กรมกิจการในพระบรมวงศานุวงศ์
(4) กรมมหาดเล็ก
(5) กรมสนับสนุน
(6) กรมกิจการพิเศษ
(7) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักพระราชวัง

หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้ง การแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กําหนดโดยประกาศสํานักพระราชวัง

การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้ทําเป็นประกาศสํานักพระราชวัง

มาตรา 8 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีหน้าที่วางแผน อํานวยการ ประสานงาน บังคับบัญชา ควบคุม กํากับดูแลและปฏิบัติงานในการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติ องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ และบุคคลอื่นตามที่ พระมหากษัตริย์ทรงมอบหมาย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทางพระราชพิธีตามที่ได้รับมอบหมาย และการรักษา ความสงบเรียบร้อยภายในเขตพระราชฐาน ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ

ให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อ พระมหากษัตริย์

ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ข้าราชการในพระองค์ในหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งทรงกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผู้แทนของหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยจะทรงกําหนดให้มีอํานาจมอบอํานาจให้บุคคลอื่นซึ่งเป็น ข้าราชการในพระองค์กระทําการแทนในกิจการตามที่ทรงกําหนดด้วยก็ได้

มาตรา 9 หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(1) สํานักงานผู้บังคับบัญชา
(2) สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์
(3) สํานักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์
(4) กรมราชองครักษ์
(5) หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
(6) สํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา
(7) ส่วนราชการอื่นตามที่กําหนดโดยประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

หน้าที่ของส่วนราชการ การกําหนดตําแหน่งในส่วนราชการ และการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งการแบ่งส่วนงานภายในของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามประกาศหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

การรวม การโอน การปรับปรุง การเปลี่ยนชื่อ หรือการยุบเลิกส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้ทําเป็นประกาศหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

มาตรา 10 ข้าราชการในพระองค์ ได้แก่ข้าราชการดังต่อไปนี้

(1) องคมนตรี
(2) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน
(3) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร
(4) ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจ

บรรดาบทกฎหมายใดที่บัญญัติถึงคําว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิให้หมายความรวมถึง ข้าราชการในพระองค์ตามมาตรานี้ ทั้งนี้ เว้นแต่การมีสถานภาพเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้มีสถานภาพเป็นทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร กฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร ประมวล กฎหมายอาญาทหาร กฎหมายว่าด้วยยศทหาร กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหาร และกฎหมายว่าด้วย วินัยทหารด้วย เว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศ ที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้

ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการตํารวจตามกฎหมายว่าด้วย ตํารวจแห่งชาติ เว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นการเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามระเบียบหรือประกาศ ที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้

การแต่งตั้งให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจมียศชั้นใด หรือถอดผู้ใดออกจากยศชั้นใด ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา 11 ประกาศตามมาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 10 นั้น ให้ส่วนราชการในพระองค์ที่รับผิดชอบจัดทําร่างประกาศขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์เป็นผู้ลงนามประกาศ เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนพระราชอํานาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติ เป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ

มาตรา 12 การแต่งตั้งและการพ้นจากตําแหน่งองคมนตรีให้เป็นไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

การปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว องคมนตรีในฐานะข้าราชการในพระองค์มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกําหนดหรือ ทรงมอบหมาย

ให้องคมนตรีได้รับเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่น รวมทั้งบําเหน็จบํานาญหรือ ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรีซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามที่พระมหากษัตริย์ทรงกําหนด ตามพระราชอัธยาศัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 13 เว้นแต่ข้าราชการในพระองค์ในตําแหน่งองคมนตรี การให้ข้าราชการในพระองค์ ผู้ใดปฏิบัติงานในส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดและดํารงตําแหน่งใด รวมทั้งการโอน การย้าย และการให้ พ้นจากตําแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการ ในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในคําสั่งเกี่ยวกับการดํารงตําแหน่งของข้าราชการในพระองค์ดังกล่าวก็ได้

ข้าราชการในพระองค์จะเป็นองคมนตรี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ข้าราชการ ในพระองค์ฝ่ายทหาร และข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตํารวจ ในขณะเดียวกันมิได้

มาตรา 14 การโอนข้าราชการในพระองค์ไปเป็นข้าราชการฝ่ายอื่นที่มิใช่ข้าราชการในพระองค์ หรือการโอนข้าราชการฝ่ายอื่นเช่นว่านั้นมาเป็นข้าราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้มีการโอนตามพระราชอัธยาศัย ต่อไป

มาตรา 15 การดําเนินการเกี่ยวกับราชการในพระองค์และการบริหารงานบุคคลของ ราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้ ข้าราชการในพระองค์ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในหมายรับสั่งเพื่อรับผิดชอบในการนําไปปฏิบัติต่อไปก็ได้

การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย

(1) การปฏิบัติราชการของส่วนราชการในพระองค์

(2) การกําหนดตําแหน่ง บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง การได้รับบําเหน็จบํานาญ และค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของ ข้าราชการในพระองค์

(3) การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การเลื่อนตําแหน่ง การควบคุมการปฏิบัติ ราชการ การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน การมอบอํานาจหรือมอบหมายการปฏิบัติราชการ วินัย การออกจากราชการ และการอื่นตามความจําเป็นในการบริหารงานบุคคลของราชการ ในพระองค์

(4) การกําหนดวิธีการจ้าง เงื่อนไขการปฏิบัติงาน อัตราการจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นใดของ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์

(5) การกําหนดเครื่องแบบและการแต่งกาย การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ การกําหนด วันเวลาทํางานและวันหยุด การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ และ การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นของข้าราชการในพระองค์ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการในพระองค์

(6) การแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้ชํานาญการเฉพาะด้าน หรือคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ สนับสนุนราชการในพระองค์ รวมทั้งการกําหนดค่าตอบแทนและประโยชน์ตอบแทนอื่น

(7) การงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพย์สินอื่น การเงิน การบัญชี รวมทั้งการพัสดุ ของส่วนราชการในพระองค์

(8) การอื่นที่จําเป็นและเหมาะสมแก่การปฏิบัติราชการในพระองค์

ในกรณีที่การดําเนินการใดที่เกี่ยวกับราชการในพระองค์ ถ้ามีพระราชประสงค์ให้ทําเป็นระเบียบหรือประกาศเพื่อให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปสําหรับส่วนราชการในพระองค์ทุกหน่วยหรือส่วนราชการในพระองค์ หน่วยใดเป็นการเฉพาะ จะทรงกําหนดหรือทรงมอบหมายให้ข้าราชการในพระองค์หรือส่วนราชการในพระองค์ หน่วยใดเป็นผู้รับผิดชอบจัดทําร่างระเบียบหรือร่างประกาศให้เป็นไปตามพระราชประสงค์แล้วนําขึ้น ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย และเมื่อทรงเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการในพระองค์ ที่ทรงมอบหมายเป็นผู้ลงนามในระเบียบหรือประกาศนั้น เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนพระราชอํานาจที่จะมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะ

ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นใดกําหนดการดําเนินการอย่างใดตามมาตรานี้ไว้ มิให้นํากฎหมาย ดังกล่าวมาใช้บังคับกับการดําเนินการตามที่ทรงกําหนดในมาตรานี้

มาตรา 16 ในการจัดทําคําของบประมาณ ให้สํานักพระราชวังเป็นผู้รวบรวมความต้องการ ใช้งบประมาณจากส่วนราชการในพระองค์แต่ละหน่วย เพื่อจัดทําเป็นคําของบประมาณของส่วนราชการใน พระองค์ แล้วแจ้งต่อคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในพระองค์ต่อไป

หลักเกณฑ์ในการจัดทําคําของบประมาณและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่ สํานักพระราชวังกําหนด

มาตรา 17 การโอนกิจการ อํานาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ อัตรากําลังพลหรือตําแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ของสํานักราชเลขาธิการและสํานักพระราชวังตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กรมราชองครักษ์และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ตามกฎหมายว่าด้วย การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และสํานักงานนายตํารวจราชสํานักประจํา สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยตํารวจแห่งชาติ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็น ของส่วนราชการในพระองค์หน่วยใดตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่กําหนดโดย ประกาศการโอนกิจการ อํานาจหน้าที่ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ อัตรากําลังพลหรือ ตําแหน่งและอัตราเงินเดือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในส่วนราชการ ในพระองค์ ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการโอนที่กําหนดในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ในพระองค์ พ.ศ. 2560 และตามพระราชอัธยาศัย

ประกาศตามวรรคหนึ่ง จะทรงมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้ลงนามในประกาศนั้นก็ได้

ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้สํานักงบประมาณและกรมบัญชีกลางดําเนินการ โอนเงินงบประมาณของส่วนราชการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 18 ให้องคมนตรีได้รับเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่ได้รับอยู่เดิม ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น

ให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นที่โอนมาปฏิบัติราชการในส่วนราชการ ในพระองค์ ยังคงดํารงตําแหน่งและได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน เงินประจําตําแหน่ง และ สิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่เดิมในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีพระราชวินิจฉัย เป็นอย่างอื่น หรือมีการจัดระเบียบราชการหรือการบริหารงานบุคคลตามพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับแทน

มาตรา 19 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 15 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ ได้บัญญัติให้การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่ บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา ประกอบกับมาตรา 12 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติเกี่ยวกับองคมนตรีไว้ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์