ละหมาดฮายัต ขอสันติ ที่บิ๊กซีปัตตานี - พบศพเจ้าของรถกระบะที่ถูกนำไปคาร์บอมบ์

จนท.เตรียมออกหมายจับ เพิ่มอีก 2 คน พร้อมเผยรายชื่อผู้ลงมือก่อเกตุ เพิ่ม 8 คน บิ๊กซีปัตตานี ละหมาดฮายัต ขอสันติสุขชายแดนใต้ วานนี้พบศพเจ้าของรถกระบะที่ถูกนำไปคาร์บอมบ์ ขณะที่กอ.รมน.ภาค 4 แถลงคดีระเบิดบิ๊กซี และระเบิดเสาไฟฟ้า หลายจุดต้นเดือน เม.ย. 

พิธีละหมาดฮายัต ขอสันติสุขชายแดนใต้ ที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี 

12 พ.ค.2560 จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในห้างบิ๊กซี อ.เมือง จ.ปัตตานีเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 50 คน โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 คน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ล่าสุดวันนี้ (12 พ.ค.60) เวลาประมาณ 15.00 น. เฟซบุ๊ก 'Thapanee Ietsrichai' ของ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เฟซบุ๊กไลฟ์ พิธีละหมาดฮายัต ขอสันติสุขชายแดนใต้ ที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

พบศพเจ้าของรถกระบะที่ถูกนำไปคาร์บอมบ์

วานนี้ (11 พ.ค.60) ไทยพีบีเอสรายงานว่า หลังพบรอยเลือด บริเวณมัสยิดใน ต.ปะกาจินอ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังค้นหาพื้นที่ใกล้เคียง จนล่าสุดพบศพที่คาดว่าจะเป็น นุสน ขจรคำ คนขับรถยนต์กระบะที่ถูกนำมาประกอบระเบิดห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อ 2 วันก่อน ถูกทิ้งบริเวณบ้านเกาะเปาะเหนือ ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังสอบปากคำพยานและเชิญตัวคนในพื้นที่เข้ามาให้ข้อมูลหลายคน โดยเฉพาะอิหม่ามประจำมัสยิดในตำบลปะกาจินอ และข้าราชการท้องถิ่น ตามที่พบรอยเลือดก่อนหน้านี้

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า การพบศพของนายนุสน ขจรคำ เป็นการขยายผล หลังการจับกุมเเนวร่วมระดับสั่งการ 2 คน ใน จ.ปัตตานี ที่ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมลงมือก่อนจะนำศพมาทิ้งที่ หมู่ 1 ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เเละในวันพรุ่งนี้จะออกหมายจับเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 คน จากผู้ร่วมก่อเหตุที่มีประมาณ 5-6 คน

กอ.รมน.ภาค 4 แถลงคดีระเบิดบิ๊กซี และระเบิดเสาไฟฟ้า หลายจุดต้นเดือน เม.ย.

ขณะที่ วันนี้ (12 พ.ค.60) ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ โดย พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอชี้แจงความคืบหน้ากรณีการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุรุนแรง 2 กรณี ดังนี้ 

กรณีแรก จากเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาปัตตานี ดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทนพระองค์ นำดอกไม้และสิ่งของพระราชทานรวมถึงพระราชทานความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ซุปเปอร์เซนเตอร์ สาขาปัตตานี ณ  โรงพยาบาลปัตตานี  อำเภอเมืองปัตตานี  จังหวัดปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ 

พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. 

และในวันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอประณามกรณีการวางระเบิดห้างบิ๊กซี จังหวัดปัตตานี จนเป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ โดย สำนักจุฬาราชมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บและขอประณามการกระทำอันเหี้ยมโหดและไร้มนุษยธรรม เป็นการกระทำที่ละเมิดกับหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาอย่างร้ายแรงและในทางศาสนาอิสลามถือเป็นบาปใหญ่ ที่พระผู้เป็นเจ้าจะลงโทษผู้ก่อเหตุก่อนสิ่งอื่นใดในวันพิพากษาตามวจนะศาสดามุฮัมมัดว่า “สิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกพิพากษาในวันปรโลก คือ การละเมิดเลือดเนื้อ  และชีวิต”

จากกรณีดังกล่าว พล.ท.ปิยวัฒน์  นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว นุสน  ขจรคำ และผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุครั้งนี้ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการการเยียวยาอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนและให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดตลอดจนขยายผลสู่ผู้ปฏิบัติการร่วมในเหตุดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ การกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่และไม่สนใจความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของเด็ก สตรี คนชรา รวมถึงประชาชนทุกศาสนิกชน  โดยมุ่งหวังก่อเหตุรุนแรง เพื่อผลประโยชน์และวัตถุประสงค์ของกลุ่มตนเพียงอย่างเดียวไม่คำนึงถึงว่าเด็กและผู้หญิงจะจับจ่ายใช้สอยซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษาเพื่อเตรียมการเปิดภาคเรียนในเร็ววันนี้  ทั้งนี้  สันติสุขอย่างแท้จริงต้องเกิดจากพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันออกมาต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์อันเป็นการกระทำสุดโต่ง โหดเหี้ยม  ไร้จิตสำนึก  ดังนั้น  ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันตรวจสอบและสอดส่องสิ่งผิดปกติเพื่อเฝ้าระวังร่วมกันหากพบเห็นบุคคลยานพาหนะหรือสิ่งผิดปกติใดกรุณาแจ้งที่หมายเลข 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งที่หมายเลข 191  

กรณีที่ 2 เมื่อวันที่ 6 - 7 เม.ย. ที่ผ่านมา คดีระเบิดเสาไฟฟ้า หลายจุดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีการออกหมายจับแล้ว 3 หมายจับ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน คือ มัฮหมูด หาแว และ อัสรีย์ โต๊ะเย๊ะ นั้น จากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลทางการข่าว เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2560 พล.ท.ปิยวัฒน์ ได้แถลงข่าวกรณีการขยายผลการซักถามของสถานีตำรวจภูธรอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ไปสู่การบูรณาการร่วมกันของ ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 43 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นสถานศึกษาแห่งหนึ่งในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และสามารถควบคุมตัว อาหามะ สะอุ ได้ และจากการรวบรวมด้านการข่าวทราบว่ามีการใช้สถานศึกษาบางแห่งซ่องสุมกำลังและวางแผนในการก่อเหตุ พร้อมให้การยอมรับว่า เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดเสาไฟฟ้า และให้ข้อมูลเบื้องต้นสำคัญอื่นๆ ดังนี้ (1)  การก่อเหตุระเบิดครั้งนี้ ใช้ผู้ก่อเหตุ 2 คน ต่อระเบิด 1 ลูก (2) เหตุก่อกวนเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2560 ผู้ก่อเหตุเป็นทีมปฏิบัติการ โดย 1 ทีม ต่อ ระเบิด 3 ลูก และ (3) ผู้ก่อเหตุชุดปฏิบัติการจะอาศัยอำพรางแฝงตัวหลบซ่อนปะปน ในหมู่บ้านสถานศึกษา สถานที่ทางศาสนาหลายแห่งในพื้นที่โดยข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากผลการซักถามจักนำไปสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการออกหมายจับผู้กระทำความผิด ตลอดจนการวางมาตรการป้องกันเพิ่มเติมซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของคดีมีมากขึ้นโดยลำดับ  

เตรียมออกหมายจับ เพิ่มอีก 2 คน พร้อมเผยรายชื่อผู้ลงมือก่อเกตุ เพิ่ม 8 คน

พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุใช้ศาสนสถานในการก่อเหตุในการปล้นและฆ่าเจ้าทรัพย์ ตอนนี้รู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุแล้วทั้งหมด และได้ควบคุมตัวแล้ว 2 คน ขณะนี้ทั้งสองได้รับสารภาพแล้วว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้ และได้เปิดเผยพฤติการณ์ต่าง ๆ ทั้งเส้นทางสถานที่ใช้ในการวางแผน รวมไปถึงรายชื่อผู้ร่วมกระทำในครั้งนี้ คนที่ร่วมกันฆ่า นุสน ขจรดำ ประกอบด้วย 1. อันนุงวา กาซอ หรือ แบเลาะ 2. รุสลัน ใบหมะ หรือ รุสดี 3. เมาลานา ส่าเมาะ 4. อิสมาแอล มอซู หรือ แอ 5. บูคอลี หลำโซะ 6. อับดุลอาซิ จะปะกิยา 7. มะนาเซ  ไซดี หรือ นาเซ และ 8. มูฮำมัด กาซอ หรือ เลาะ ซึ่งทั้ง 8 คนขณะนี้ได้หลบหนีไปแล้ว และจากข้อมูลพบว่าต่างคนแยกกันหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา อำเภอสะบ้าย้อย  อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี บางคนยังกบดานในพื้นที่ และจากการตรวจสอบประวัติทั้ง 8 คนพบว่ามีหมายจับและก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในหลายพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไล่ล่าทุกเป้าหมายที่ได้รับแจ้ง ส่วน สูไฮมี สมาแอ ที่ถูกจับกุมก่อนที่จะมีการพบศพ นุสน นั้นรับสารภาพว่าร่วมกันวางแผนและฆ่าชิงรถยนต์กระบะนำไประเบิดห้างบิ๊กซี  และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนีน่าจะยังคงมีแผนในการก่อเหตุและจะกลับเข้ามาก่อเหตุอีกครั้ง

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวอีกว่า ครั้งนี้คนร้ายมีการวางแผนใช้มัสยิดในการก่อเหตุ และอาจจะมีการบีบบังคับบุคคลทางศาสนามาร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นการสร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนในพื้นที่ ฉะนั้นก็อยากให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มวงจรอุบาทเหล่านี้ และให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันแก้และปกป้องความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่และขอความร่วมมือทุกคนมาช่วยกันแจ้งเบาะแส

ส่วนเหตุผลทำไมที่คนร้ายใช้ห้างบิ๊กซีก่อเหตุนั้น เพราะแรงจูงใจที่มาจากอุดมการณ์ เพราะประชาชนมาให้ความร่วมมือกับรัฐ เช่นคดีครั้งนี้ ฉะนั้น คนร้ายจึงใช้ความรุนแรงมาควบคุมมวลชนไม่ให้เข้ามาร่วมมือกับรัฐ ส่วนนายสะมะแอ ผู้ดูแลมัสยิดหนึ่งในผู้ต้องสงสัยและถูกควบคุมตัวตามกฏอัยการศึกและให้การรับสารภาพที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากถูกบีบบังคับจำยอมให้ใช้สถานที่มาก่อเหตุ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นฆ่าและการใช้รถยนต์ประกอบระเบิดครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน

พล.ต.ตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า  ผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ถูกควบคุมตัวขณะนี้ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก จนเจ้าหน้าที่รู้เส้นทางการวางแผน พฤติกรรมต่าง ๆ จึงไปถึงกลุ่มขบวนการที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานต่าง ๆ ทั้ง 2 จุด เรามั่นใจว่าจะออกหมายจับได้แน่นอน เมื่อคืนเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมหลายจุดปรากฏว่าเป้าหมายได้หลบหนีไปแล้ว ยอมรับว่า นอกจากสองคนที่ถูกคุมตัว ส่วนอีก 8 คนรู้ตัวแล้วและหลบหนีอยู่ แต่ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ในขบวนการร่วมก่อเหตุทั้งปล้นฆ่าและระเบิดห้างบิ๊กซี ซึ่งกระบวนการสอบสวนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกันหลายกลุ่ม ส่วน นายก อบต.ที่ถูกเชิญตัวมานั้น เพราะวันเกิดเหตุกำลังทำงานอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงได้เชิญตัวมาในฐานะพยานในที่เกิดเหตุและให้กลับบ้านแล้ว

สำหรับคดีในครั้งนี้เป็นคดีใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างเต็มกำลัง โดยบูรณาการในการเข้าไปดำเนินการทางคดี และมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวอยู่ และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด อีกทั้งให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้มีมากกว่า 10 คน มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และมากพอสมควรที่จะเป็นส่วนสำคัญ ในการดำเนินคดีให้คลี่คลายได้ในไม่ช้า

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์