ธนาคาร U.S. Bank ถอนการลงทุนท่อก๊าซ-พลังงานหลังมีการประท้วงทั่วโลก

หลังจากนักกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโลกร้อนและต่อต้านการใช้เชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์หรือพลังงานฟอสซิลในระดับโลกมาเป็นเวลา 10 วัน พวกเขาก็ได้รับชัยชนะจากการที่ U.S.Bank หนึ่งในธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าพวกเขาจะไม่ให้เงินทุนสนับสนุนการสร้างท่อส่งเชื้อเพลิงพลังงานฟอสซิลอีกต่อไป

กลุ่ม MN350 ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มต้านโลกร้อนนานาชาติ 350.org รายงานว่ามีการประกาศในเรื่องนี้จากการประชุมผู้ถือหุ้นตั้แต่เดือนเมษายนจนได้ผลลัพธ์จากที่ประชุมออกมาเป็นนโยบายใหม่ว่าทางธนาคาร U.S. Bancorp หรือ U.S. Bank จะไม่ให้ทุนใน "โครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันหรือท่อส่งก๊าซธรรมชาติ" และจะ "เสริมกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายให้เข้มแข็งมากขึ้น" ต่อกลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิง

วิชาห์ปี อ็อตโต อาสาสมัครของ MN350 ผู้ที่เข้าร่วมประชุมหุ้นส่วนด้วยบอกว่านโยบายของธนาคาร U.S. Bank นับเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและเดินหน้าสู่อนาคตที่ปราศจากพลังงานฟอสซิล เธอยังชื่นชมว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของชุมชนและความพยายามของประชากรโลกในการพูดถึงปัญหาโลกร้อน

การตัดสินใจในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีการกดดันธนาคาร U.S. Bank จากกลุ่มต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติรวมถึงกลุ่มอย่างเครือข่ายสิ่งแวดล้อมของชนพื้นเมืองและขบวนการต่อต้านท่อก๊าซดาโคตาแอคเซสไปป์ไลน์ด้วย โดยในปฏิบัติการต่างๆ ในระดับท้องถิ่นมีทั้งการเขียนจดหมายส่งถึง การปิดบัญชีธนาคาร และการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ธนาคาร U.S. Bank เริ่มเปลี่ยนทิศทางมาลงทุนในพลังงานสะอาดมากขึ้นและจำกัดพลังงานถ่านหินลง

ทารา ฮุสกา ผู้อำนวยการโครงการระดับชาติของ Honor the Earth กล่าวว่าพวกเขาขอชื่นชมการตัดสินใจในเชิงก้าวหน้า อีกทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณถึงอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลว่าผู้บริโภคอย่างพวกเขามีอำนาจการตัดสินใจในตัวเองและมีสิทธิที่จะรับรู้ว่าเงินของพวกเขาจะถูกใช้ลงทุนไปกับอะไร นอกจากนี้ยังเป็นการเคลื่อนย้ายไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและอนาคตที่ไม่ใช่การแสวงหาผลกำไรจากการทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชน

จากข้อมูลในวิกิพีเดีย [1], [2] ธนาคาร U.S. Bank เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมินนีแอโพลิส มลรัฐมินนิโซตา เป็นธนาคารที่มีทรัพย์สินเป็นอันดับ 7 ของธนาคารในสหรัฐอเมริกา หรือราว 445 พันล้านเหรียญสหรัฐ

การเคลื่อนไหวล่าสุดของนักกิจกรรมต้านโลกร้อนมีชื่อว่าขบวนการขับเคลื่อนเรียกร้องถอนทุนโลก ที่มีการจัดงาน 260 งาน ใน 45 ประเทศทั่วโลกเมื่อวันที่ 5-13 พ.ค. เพื่อเรียกร้องให้ธนาคารถอนทุนจากโครงการพลังงานฟอสซิล

350.org ระบุว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้มีสถาบันที่ได้รับความเคารพหลายแห่งทั่วโลกเข้าร่วมด้วยเช่นสถาบันศาสนานิกายคาทอลิค บางแห่งก็มีกลุ่มสถาบันทางวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในปารีส หรือพิพิธภัณฑ์แวนโกะในอัมสเตอดัม และพิพิธภัณฑ์บริติช ในจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียก็มีผู้คนหลายร้อยคนเข้าร่วมรับฟังตัวแทนชุมชนจากอินทรามายูพูดถึงการดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยมีการเรียกร้องกดดันธนาคารในญี่ปุ่นที่ให้ทุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซียถอนทุน

ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลียก็มีนักกิจกรรมที่ตั้งเป้ากับบรรษัทยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลียอย่างอดานีโดยเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ ถอนทุน หนึ่งในความกังวลของกลุ่มนักรณรงค์ในออสเตรเลียคือเรื่องปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟที่กำลังเกิดภาวะฟอกขาวอย่างรุนแรงที่มาจากฝลกระทบของภาวะโลกร้อน ขณะที่ในนิวยอร์กมีนักกิจกรรม 150 รายเดินขบวนในอาคารทรัมป์ทาวเออร์เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ในนิวยอร์กซิตี้ตัดสายสัมพันธ์กับบรรษัทพลังงานฟอสซิลที่ควบคุมรัฐบาลปัจจุบันของสหรัฐฯ อยู่ ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันแสดงท่าทีปฏิเสธว่าภาวะโลกร้อนไม่มีอยู่จริง

บิลล์ แมคคิบเบน ผู้ร่วมก่อตั้ง 350.org ระบุในแถลงการณ์ว่ามนุษย์กำลังอยู่ใน "วิกฤตฉุกเฉินด้านปัญหาโลกร้อน" และมีวิธีแก้ไขวิกฤตนี้หลายทาง หนึ่งในวิธีการเหล่านี้คือเรียกร้องถอนทุนในโครงการพลังงานฟอสซิลที่อยู่เบื้องหลังวิกฤตโลกร้อนนี้

เรียบเรียงจาก

US Bank to Stop Funding Pipelines as Divestment Movement Expands Worldwide, Common Dreams, 15-05-2017