3 วันยังไม่ได้กลับบ้าน ทหารเชิญครูตาดีกาสะบ้าย้อยอยู่ค่ายฯ อ้างปลอดภัย หลังถูกอุ้ม

หลังถูกปล่อยจากการถูกอุ้ม ครูสอนตาดีกา ‘ดาโหะ มะถาวร’ ถูกเชิญตัว พร้อมน้องชาย ตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว อ้างบำบัดจิตใจ ชี้อยู่ค่ายทหาร ปลอดภัยกว่าบ้าน ด้านนักสิทธิโต้หากเป็นเช่นนี้ ปชช.ทุกคน ก็ต้องอยู่ค่ายฯ เพื่อปลอดภัย แม้วันนี้ญาติเข้าคุยที่ค่ายฯ หวังพากลับ สุดท้ายไร้เงา มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ชี้เป็นการควบคุมตัวโดยพลการ ร้องปล่อยตัวทันที

ดาโหะ มะถาวร หรือ เจ๊ะฆูโอะ ผู้อำนวยการและครูสอนโรงเรียนตาดีกาประจำหมู่บ้านทุ่งพอ 

19 พ.ค. 2560 ความคืบหน้ากรณี ดาโหะ มะถาวร หรือ เจ๊ะฆูโอะ ผู้อำนวยการและครูสอนโรงเรียนตาดีกาประจำหมู่บ้านทุ่งพอ (ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามขั้นพื้นฐาน สำหรับเด็กช่วงชั้นประถมศึกษา) ม.3 อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกอุ้มโดยกลุ่มคนร้ายไม่เปิดเผยตัวตน เมื่อ 13 พ.ค. 2560 เวลาประมาณ 20.20 น. และได้รับการปล่อยตัวที่สถานีขนส่ง (บขส.) จ.สตูล เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 60 ถึงบ้านอย่างปลอดภัย จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 17.00 – 18.00 น. ของวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา  มีหน่วยงานทหารจากค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มารับตัวเจ๊ะฆูโอะ ไป วันนี้ (19 พ.ค.60) เจ๊ะฆูโอะ ยังไม่กลับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

มาตามนัด คุยกับทหารหวังพากลับ สุดท้ายไร้เงาเจ๊ะฆูโอะกลับบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมล่าสุดจากการสัมภาษณ์ อัญชณา หีมมิหน๊ะ ประธาน กลุ่มด้วยใจ นักสิทธิที่มีชื่อเสียงด้านการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกละเมิดสิทธิในพื้นที่จังหวัดชายใต้/ปาตานี หลังกลับจากการพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารค่ายอิงคยุทธบริหาร พร้อมภรรยาและพี่สาวของเจ๊ะฆูโอะวันนี้ (19 พ.ค.60) เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา โดย อัญชนา เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเจ๊ะฆูโอะ เดินทางไปถึงค่ายอิงคยุทธฯ ตามเวลาที่นัดหมาย แต่ตนไม่สามารถเข้าไปข้างใน โดยเจ้าหน้าที่ให้ตนและเพื่อนร่วมงานอีกคนรอที่อาคารเยี่ยมญาติ โดยพาภรรยาและพี่สาวของเจ๊ะฆูโอะเข้าไปที่อาคาร “อาร์ต รีสอร์ท” ที่ตั้งอยู่ภายในค่ายอิงคยุทธฯ  เพียงลำพัง กระทั่งครอบครัวเขาคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ออกมาตนกลับไม่เห็นเจ๊ะฆูโอะและน้องชายเขาเดินออกมาด้วย บวกกับท่าทีของครอบครัวเปลี่ยนไป เหมือนจะไม่กล้าคุยกับตนด้วย

นักสิทธิแนะ จนท.ควรหาคนผิดมาลงโทษ - มอบนักจิตวิทยา ดูแลสภาพจิตแทน

อัญชณา กล่าวอีกว่า จากนั้นตนขออนุญาติเข้าพบเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงนายหนึ่ง โดยตนได้ถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า แนวทางที่ถูกต้องรัฐควรทำอย่างไร พร้อมแจ้งไปว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นหลังจากที่เจ๊ะฆูโอะปลอดภัยจากการถูกอุ้ม  คือ การมีนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยามาดูแลสภาพจิตใจของเจ๊ะฆูโอะและครอบครัว การที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย  และมีการร่วมมือกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร ชุดคุ้มครองตำบลและหมู่บ้าน มาร่วมกันคิดถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยต่อประชาชนด้วย

พาไปอยู่ค่ายฯ สภาพไม่ต่างกับตอนถูกอุ้ม

อัญชนา เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า เจ๊ะฆูโอะกลับต้องไปอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับการเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะการไปอยู่ในค่ายทหาร ไปอยู่ในห้องที่มีสภาพไม่ต่างจากตอนทีถูกอุ้มไป ถูกทหารเชิญตัวไปเวลากลางคืนซึ่งสภาพเดียวกันกับช่วงเวลาที่ถูกอุ้ม แต่ครั้งนี้โชคดีที่มีน้องชายของเขาไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย แต่น้องชายของเขาเองก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำงานเลี้ยงดูลูกเมีย การต้องมาอยู่ในค่ายทหารแบบนี้เขาและครอบครัวคงได้รับผลกระทบในการดำรงชีพอย่างแน่นอน และวิธีการแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพราะคนในสังคมมีความเชื่อว่าการไปอยู่ในค่ายทหาร คือ การตกเป็นผู้ต้องสงสัยและอาจเป็นจำเลยของสังคมต่อไป

ทหารยันครอบครัวยินยอม ห่วงความปลอดภัย - อยู่ค่ายฯ ต่อจนรู้สึกปลอดภัย

อัญชนา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า เป็นความยินยอมของเจ๊ะฆูโอะและครอบครัว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของเจ๊ะฆูโอะจึงยินยอมให้อยู่ในค่ายทหาร จนกว่าทุกคนในครอบครัวจะรู้สึกปลอดภัยถึงจะได้กลับไป

ที่มา เฟซบุ๊กส่วนตัว “Anchana Heemmina

เผยทหารอ้างบำบัดจิตใจหลังถูกอุ้มและเพื่อความปลอดภัย – นัดส่งเช้าอีกวัน กลับไร้ร่องรอย

วานนี้ (18 พ.ค.60) อัญชนา ได้โพสต์ ถึงกรณี เจ๊ะฆูโอะ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวไปยังค่ายอิงคยุทธฯ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Anchana Heemmina” ด้วยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 เวลา 17.30 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจรวมกัน 7 นาย มารับตัว ดาโหะ มะถาวร อ้างพาไปบำบัดจิตใจที่ค่ายอิงคยุทธฯ หลังจากเจอเหตุถูกอุ้มไประหว่างเดินทางกลับบ้าน  (เมื่อวันที่ 13 พ.ค.60) โดยการไปครั้งนี้มีน้องชายดาโหะตามไปด้วยอีกคนจากการเชิญชวนของเจ้าหน้าที่เพื่อความสบายใจของครอบครัว พร้อมบอกว่า “พรุ่งนี้ (18 พ.ค 60.) เช้าจะนำตัวมาส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย”

อัญชณา ยังระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ให้หมายเลขโทรศัพท์ไปหลังจากทางครอบครัวยื้อเวลานานถึงครั่งชั่วโมงเพราะไม่ไว้ใจให้เจ้าหน้าที่พาไป ต่อมาเมื่อเวลา 19.20 น. ของวันเดียวกัน (17 พ.ค.60) ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้

อัญชณา ระบุเพิ่มเติมว่า ตนได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามถึงความเป็นอยู่และเหตุผลที่นำตัวเจ๊ะฆูโอะไปยังค่ายอิงคยุทธฯ จนได้รับคำชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เพียงแค่ต้องการทราบถึงรายละเอียดเหตุการณ์ช่วงเวลาที่เจ๊ะฆูโอะถูกอุ้มตัวไปเท่านั้น รวมทั้งเจ๊ะฆูโอะก็สมัครใจที่จะมาด้วย อีกทั้งครอบครัวของเขาเองก็เข้าใจ

สำหรับคำถามถึงวันนัดส่งกลับที่ตามสัญญาไปจนบัดนี้เลยเวลานัดมาหลายชั่วโมงแล้วนั้น อัญชณา ระบุว่า เจ้าหน้าที่บอกว่าหากเดินทางกลับไปช่วงเวลากลางคืนเกรงเจ๊ะฆูโอะและน้องชายเขาจะไม่ปลอดภัย ทั้งที่ช่วงเวลาที่มารับตัวก็เป็นช่วงเวลาเดียวกัน  พร้อมอ้างว่าการอยู่ในค่ายอิงคยุทธฯ จะปลอดภัยกว่าอยู่ที่บ้าน ซึ่งหากอยู่บ้านอาจจะถูกอุ้มไปอีก แต่ทางครอบครัวก็ยืนยันที่จะนำทั้งสองกลับบ้านโดยด่วน จึงมีการนัดหมายเพื่อพบปะและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่วันนี้ (19 พ.ค.) เวลา 09.00 น. ที่ค่ายอิงคยุทธฯ

อัญชนาระบุ ปิดท้ายว่า กระบวนการรักษาความปลอดภัยในชุมชนสามารถออกแบบมาตรการได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วประชาชนในพื้นที่ทุกคนจะต้องย้ายไปอยู่ในค่ายอิงคยุทธฯ กระนั้นหรือ ชีวิตทุกชีวิตถึงจะปลอดภัย 

ผสานวัฒนธรรม ชี้ควบคุมตัวโดยพลการ ร้องปล่อยตัวทันที

วันนี้ (19 พ.ค.60) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แถลงด้วยว่า ได้รับทราบข้อมูลจากญาติ ดาโหะ มะถาวรว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 ช่วงเวลาเย็นประมาณ 17.30 น. ดาโหะและญาติได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดสงขลาว่าให้เดินทางไปกับเพื่อพูดคุยโดยนายดาโหะได้ขอให้น้องชายไปเป็นเพื่อน ซึ่งต่อมาญาติได้รับแจ้งว่าขณะนี้นายดาโหะและน้องชายถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันนายดาโหะ และน้องชายยังอยู่ในการควบคุมตัวโดยไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นการควบคุมตัวตามกฎหมายใด ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ของวันที่ 17 พ.ค. 2560 ทางญาติไม่สามารถติดต่อและพูดคุยกับ ดาโหะ และน้องชายได้เพียงได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทหารว่านายดาโหะและน้องชายกลัวเรื่องความปลอดภัยและต้องการอยู่ในค่ายทหาร แต่ทางญาติต้องการให้มีการปล่อยตัวกลับบ้านและเชื่อว่า ดาโหะและน้องชาย ไม่ได้ประสงค์จะอยู่ในค่ายทหารและไม่ได้กระทำความผิดใดใด 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เห็นว่าการควบคุมตัว ดาโหะและน้องชาย เป็นการควบคุมตัวโดยพลการ (Arbitrary Detention) ซึ่งเป็นการควบคุมตัวโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อีกทั้งพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อยไม่ใช่พื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นการควบคุมตัวบุคคลจึงต้องเป็นการควบคุมตัวตามหมายศาล

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายดาโหะและน้องชายโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความกรณีการลักพาตัว ดาโหะ ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. 2560 สืบสวนสอบสวนและนำผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย