ประยุทธ์ ชี้ 'คิดนอกกรอบ' สำคัญอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมโลกศตวรรษที่ 21

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้การคิดนอกกรอบ เป็นการคิดสร้างสรรค์ ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมของโลกยุคศตวรรษที่ 21 ระบุช่วยยกระดับการศึกษาของประเทศและเปิดโอกาสให้ ปชช.ได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างวิสัยทัศน์

19 พ.ค. 2560 เมื่อเวลา 20.15 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งถึงการยกระดับการศึกษาของประเทศ โดยระบุว่า การคิดนอกกรอบ เป็นการคิดสร้างสรรค์ ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมของโลก ยุคศตวรรษที่ 21  

"ผมเห็นว่าการคิดนอกกรอบ เป็นการคิดสร้างสรรค์ ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมของโลก ยุคศตวรรษที่ 21  ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการยกระดับการศึกษาของประเทศ และเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างวิสัยทัศน์  ในการที่เราจะก้าวไปสู่ การศึกษาไร้พรมแดน รัฐบาลจึงได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยกตัวอย่างโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ ทุกหมู่บ้าน ว่า รัฐบาลนี้ เร่งดำเนินการอยู่ 25,000 หมู่บ้าน ในปีนี้ และอีก 15,000 หมู่บ้านในอนาคต เรามีอยู่แล้ว 30,000 กว่าหมู่บ้าน ทั้งหมดมี 70,000 กว่าหมู่บ้าน ไม่เช่นนั้นจะเข้าใจว่า ทำไมทำช้า มีอยูแล้ว ส่วนที่ขาดเราก็จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ อีกแนวความคิดหนึ่ง คือการส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันการศึกษา โดยให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ อีกด้วย อาทิเช่น จากประเทศที่เจริญแล้ว หรือจากสถาบันที่ประสบความสำเร็จมาก่อน อาจเป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ในสาขาที่ประเทศไทยขาดแคลน แต่เป็นที่ต้องการ และโรงเรียนเอกชน ที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น อย่าถือว่าจะเอาใครมาแย่งงานของเราเลย เป็นระยะแรก เราต้องการสนับสนุนนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC นะครับ หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ทั้ง 10 แห่ง

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ในด้านการศึกษา คือมีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นการใช้สีกำหนดขั้นตอนการอ่าน สำหรับวิชาด้านภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ของครูในโรงเรียนบ้านหนองแก อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ที่ส่งผลให้คะแนนสอบของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น ติดระดับประเทศ โดยเฉพาะคะแนนสอบโอเน็ต ซึ่งโรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่ ก็ได้นำวิธีการดังกล่าวไปปรับใช้เพื่อขยายผล  ผมเองก็เห็นว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสอนที่เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและสามารถใช้เป็นแบบอย่างได้ หรือให้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อีกด้วย ก็ขอให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ก็อยากจะยกเป็นกรณีศึกษา แล้วได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ให้กระทรวงศึกษาธิการศึกษา ได้ขยายผลแนวทางการสอนนี้ หรือแบบอื่น ๆ  ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย โดยให้หาข้อมูลเพิ่มเติม จากการรวบรวมแนวทางการสอนที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทยและสังคมไทย เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับครูในโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกด้วยต่อไป