มินิคาบิเนต ตั้ง 4 พันล้าน ปรับระบบอิเล็คทรอนิคทำธุรกรรม หวังสร้างเว็บกลางเว็บเดียวครบวงจร

ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะ ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งงบ 4 พันล้านจาก กสทช. ปรับระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบธุรกิจ หวังแพลตฟอร์มกลางอยู่บนระบบดิจิทัลอันเดียวกัน ชี้อนาคตจะมีเว็บกลางเว็บเดียว ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนจบ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (มินิคาบิเนต) ครั้งที่ 6 / 2560

ภายหลังเลิกการประชุมเวลาประมาณ 11.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรรมการและเลขานุการ ฯ  แถลงผลการประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบเรื่องการปรับระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งเรียกว่า Doing Business Portal โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ธนาคารโลกได้มาวิเคราะห์ระบบเกี่ยวกับการยื่นเรื่องเพื่อประกอบธุรกิจประเด็นความยากง่ายในประเทศไทย และมีข้อสังเกตว่าเห็นควรมีการปรับปรุงระบบดังกล่าวของประเทศไทยในหลายประเด็น เช่นขั้นตอนการทำงาน การปรับระบบการใช้อิเล็คทรอนิค โดยมีการปลดล็อคข้อกฏหมายตามมาตรา 44 ทั้ง 10 ขั้นตอน ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลทั้งหมด  เนื่องด้วยธนาคารโลกได้รายงานว่า แม้ทางประเทศไทยจะมีระบบอิเล็คทรอนิคในการทำธุรกรรมต่าง ๆ แล้วก็ตาม แต่ระบบนั้นยังไม่ใช่ระบบ One Stop Service ที่แท้จริง  เมื่อติดต่อทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ยังต้องลิ้งค์ไปยังหน้าเว็บไซด์ของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีก  ถือว่าระบบปัจจุบันนี้ยังไม่ใช่ระบบ One Stop Service ที่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานสากล ดังเช่น ประเทศสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์  ซึ่งใช้ระบบสมบูรณ์แบบได้มาตรฐานแล้ว เพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ดังเช่น ประเทศที่พัฒนาแล้วดำเนินการอยู่ด้วยการกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียวเรียกว่า การกรอกข้อมูลครั้งเดียว (Single Form) ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งนำมาใช้อย่างเร่งด่วน  โดยมีองค์ประกอบทั้งหมด 4 ด้าน 1. ปรับแพลตฟอร์มกลางอยู่บนระบบดิจิทัลอันเดียวกันแบบ Single Form  2. ระบบยืนยันตัวตนของประชาชนและของนิติบุคคล  3. จะต้องมีดิจิทัล ID  และ 4. การวางระบบต่าง ๆ ที่รองรับอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณจาก  กสทช. ประมาณ 4,000 ล้านบาท รวมทั้งมีการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบไปพร้อม ๆ กัน โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน 

เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีผู้ประสงค์จะดำเนินการทำธุรกิจใด ๆ ก็สามารถเข้าเว็บกลางเว็บเดียว เรียกว่า Doing Business Portal ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนจบที่เว็บเดียว ไม่ต้องเข้าเว็บของแต่ละหน่วยงานอีกต่อไป  ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยหลายอย่าง พร้อมยกระดับการทำธุรกิจในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล ที่เรียกว่าระดับชั้นนำของโลก (ระดับเวิลด์คลาส)  ซึ่งจะเป็นการปฏิรูประบบการทำงานของภาคราชการสู่การทำงานที่โปร่งใสมากขึ้น  ซึ่งจะมี 30 กว่าหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบดังกล่าว และเรื่องนี้จะมีการนำเสนอในที่ประชุม ครม. ใน 23 พ.ค. 60 เพื่อให้ ครม. เห็นชอบต่อไปปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์