"คุณต้องฆ่าฉันก่อน" หญิงชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ ปกป้องชาวคริสต์จากกลุ่มก่อการร้าย

หนึ่งในเรื่องราวเล็กๆ ท่ามกลางสถานการณ์ก่อการร้ายจากกลุ่มเมาเต (Maute) ในฟิลิปปินส์ เมื่อหญิงมาราเนามุสลิม 2 คนเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือปกป้องชาวคริสต์จากกลุ่มก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2560 คริส เป็น "บิซายา" (คำที่ชาวมุสลิมและชนพื้นเมืองใช้เรียกคนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม) ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายบุกเข้ามาในร้านอาวุธปืนที่เขาทำงานอยู่ แต่คนที่ชื่อฟาริดาก็ช่วยปกป้องเขาไว้โดยการเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายแบบตาต่อตา ดูจริงจัง ซึ่งคริสบอกว่าเขาชื่นชมความแน่วแน่ของฟาริดา

จากคำบอกเล่าของคริส เรื่องนี้ทำให้ผู้นำกลุ่มที่เข้ามาขออาวุธปืนกับกระสุนพาตัวฟาริดาออกไปและถามเธอเกี่ยวกับลูกน้องของเธอที่มีอยู่ 13 คนรวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของห้อง เธอบอกกับผู้ก่อการร้ายว่า "คุณต้องฆ่าฉันก่อนถึงจะแตะต้องพวกเขาได้"

ร้านค้าอาวุธปืนของครอบครัวฟาริดาทั้งสองร้านต่างก็ถูกกลุ่มก่อการร้ายปล้น คริสบอกว่าถ้าหากผู้ก่อการร้ายจับตัวฟาริดาไว้ได้ครอบครัวของเธอก็คงจะถูกจับไปด้วย หลังจากเหตุการณ์สงบลงเมื่อผู้ก่อการร้ายออกไปจากร้าน ฟาริดาและครอบครัวก็พากันหลบหนีไปอยู่ที่เมืองอิลลิแกน คริสลงความเห็นว่าการที่ผู้ก่อการร้ายไม่ทำอะไรกับลูกจ้างในร้านอาวุธอาจจะเพราะสนใจในทักษะวิชาชีพของพวกเขา

จากสถิติของทางการระบุว่าในมาราวีมีคนที่ไม่ใช่มุสลิมอยู่เพียงร้อยละ 1 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนประชากรที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมอยู่มากกว่าตัวเลขนี้ กลุ่มที่เรียกว่าบิซายามักจะทำงานอยู่ในย่านการค้าหรือในบ้านของคนที่มีฐานะดี พวกเขาเรียนรู้ที่จะพูดภาษามาราเนาและหลอมรวมตัวเองเข้ากับชุมชนได้เป็นอย่างดี มีบิซายากลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยรัฐมินดาเนาที่ถูกจัดวางให้เป็นศูนย์วิจัยการปฏิสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรมในหมู่ประชากรชาวมินดาเนา ซูลู และปาลาวาน

ถึงแม้ว่ากลุ่มติดอาวุธโมโรจะเคยสร้างความตึงเครียดระหว่างศาสนาคริสต์และอิสลามมาก่อน แต่ความพยายามจัดการเจรจาหารือระหว่างศาสนาก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่กลุ่มก่อการร้ายศาสนาอิสลามแบบสุดโต่งมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ทางศาสนาที่ยังคลอนแคลนอยู่อีกครั้ง จากการที่มีเหตุผู้ก่อการร้ายเมาเตก่อเหตุฆ่าตัดคอคนงานโรงเลื่อยชาวคริสต์ 2 ราย สร้างความหวาดผวาให้กับชุมชนชาวคริสต์และทำให้เหล่านายจ้างชาวมุสลิมไม่สบายใจ

มีเรื่องของหญิงมุสลิมอีกคนหนึ่งที่ชื่อไซนับ เป็นคนทำงานด้านการพัฒนาและบรรเทาทุกข์ผู้สร้างศูนย์ที่พักพิงแก่ชาวคริสต์ เธอเป็นคนที่ช่วยส่งชาวคริสต์หลบหนีไปยังเมืองอิลิแกนในช่วงที่กลุ่มก่อการร้ายเข้ายึดครองย่านใจกลางเมืองมาราวี ไซนับเดินทางพร้อมกับชาวคริสต์เป็นเวลา 15 ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่มีการพักทานอาหารซึ่งเสี่ยงมากกับคนเป็นโรคเบาหวานอย่างเธอ แต่ไซนับก็บอกว่าเธอไม่สนใจว่าจะเป็นอันตราย เธอเตรียมพร้อมจะตายก่อนอยู่แล้วถ้าหากผู้ก่อการร้ายจะทำร้ายชาวคริสต์

 

เรียบเรียงจาก

2 Muslim women defend Christians, Inquirer, 30-05-2017

http://newsinfo.inquirer.net/900748/2-muslim-women-defend-christians

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์