"บอกทุกคนบนรถไฟว่าผมรักพวกเขา" คำพูดสุดท้ายของผู้ต่อสู้กับความเกลียดชังแห่งพอร์ตแลนด์

กรณี "ฮีโรแห่งพอร์ตแลนด์" ที่ชายสองคนถูกมีดแทงเสียชีวิตและอีกหนึ่งคนที่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากพวกเขาพยายามปกป้องเยาวชนหญิงชาวมุสลิม ที่กำลังถูกโจมตีจากคนที่เหยียดเชื้อชาติบนรถไฟในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ด้านสื่อท้องถิ่น Oregon Live นำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากคำของผู้เห็นเหตุการณ์และพยายามช่วยเหลือ เธอเล่าถึงคำพูดสุดท้ายของฮีโรคนหนึ่งว่า "บอกกับทุกคนบนรถไฟนี้ว่าผมรักพวกเขา"

ช่อดอกไม้ไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุการณ์ปกป้องเยาวชนหญิงมุสลิม และเยาวชนผิวดำ ที่พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา (ที่มา: Ninjanabe/Wikipedia)

2 มิ.ย. 2560 "ฮีโรแห่งพอร์ตแลนด์" ผู้ปกป้องคนที่กำลังถูกโจมตีจากการเหยียดเชื้อชาติได้แก่ ทาลิเอซิน เมิร์ดดิน นัมไคเมเช (Taliesin Myrddin Namkai Meche) อายุ 23 ปี ริค เบสต์ (Rick Best) อายุ 53 ปี ทั้งสองคนนี้ถูกแทงเสียชีวิตหลังจากพยายามเข้าสกัดกั้นผู้มีแนวคิดคนขาวอยู่เหนือเชื้อชาติอื่นที่กำลังตะโกนคำที่ยั่วยให้เกิดความเกลียดชังหรือ "เฮชสปีช" ใส่เยาวชนหญิงชาวมุสลิม 1 ราย และเพื่อนของเธอที่เป็นเยาวชนหญิงผิวดำ ที่โดยสารรถไฟ ส่วนอีกคนหนึ่งที่ถูกแทงคือ มิคาร์ เดวิดโคล เฟลตเชอร์ (Micah David-Cole Fletcher) อายุ 21 ปีถูกส่งไปรักษาพยาบาล

ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้คือ เจเรมี โจเซฟ คริสเตียน อายุ 35 ปี ถูกจับกุมตัวฐานเป็นผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมจากการทะเลาะวิวาท พยายามฆ่า ข่มขู่คุกคาม และพกพาอาวุธ เขาถูกจับไม่นานหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์นี้เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ในสื่อท้องถิ่น Oregon Live นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดจากปากคำของ ราเชล มาซี อายุ 45 ปี ที่อยู่บนรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ เธอเล่าว่าคริสเตียนทำเสียงดังโหวกเหวกและใช้วาจาหยาบคายขณะขึ้นรถไฟที่สถานีลอยด์เซนเตอร์เมื่อคืนวันที่ 26 พ.ค. ที่แม้กระทั่งมาซีที่กำลังใส่หูฟังอยู่ยังได้ยิน "เขาตะโกนว่าเขาเป็นคนจ่ายภาษีและพวกคนผิวสีทั้งหลายก็กำลังทำให้ประเทศนี้พังลงและอ้างว่าเขามีสิทธิตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ" มาซีกล่าว

มาซี ซึ่งมีเชื้อสายของชนพื้นเมืองอเมริกัน เล่าต่อไปว่าหลังจากนั้นคริสเตียนก็ใช้คำใส่ร้ายต่อต้านชาวมุสลิม เธอกลัวเขาเพราะตัวเธอเองก็เป็นคนผิวสีเลยพยายามไม่มองหน้าเขา บรรยากาศในตอนนั้นตึงเครียดมาก ในตอนนั้นที่นั่งบนรถไฟเต็มหมดแล้วผู้โดยสารคนอื่นๆ ยืนกันหมด มาวีบอกว่าเธอเริ่มรู้สึกผิดสังเกตเมื่อเห็นชายคนหนึ่งพยายามออกห่างจากคริสเตียนซึ่งต่อมาทราบว่าชชายคนนั้นคือ นัมไคเมเช อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต

ในตอนนั้นผู้ที่อยู่ใกล้กับคริสเตียนที่สุดคือเบสต์ ผู้เสียขีวิตอีกรายหนึ่ง เขาพยายามทำให้คริสเตียนสงบสติอารมณ์ลงและบอกว่าเขาได้ยินสิ่งที่คริสเตียนพูดแล้ว เช่นบอกว่า "ผมรู้ว่าคุณเป็นคนจ่ายภาษีแต่การทำให้ผู้คนกลัวก็เป็นเรื่องไม่โอเค" แต่คริสเตียนก็ยังคงตะโกนต่อไปเหมือนกับไม่ฟังใครแล้วก็พูดเสียงดังกว่าเดิม ในช่วงนั้นเองมีการประกาศจากผู้ปฏิบัติการรถไฟออกทางเครื่องขยายเสียงว่าใครที่ก่อความวุ่นวายจะถูกเชิญให้ออกจากรถไฟในสถานีถัดไป คริสเตียนได้ยินดังนั้นก็ตะโกนว่าเขาจะออกจากรถไฟในขบวนถัดไปและใครก็ตามที่ตามเขามาจะต้องตาย

จากนั้นนัมไคมาเชก็เข้าไปพูดเสียงดังกับคริสเตียนว่าเขาควรจะออกจากรถไฟขบวนนี้ ในตอนนั้นทั้งเบสต์ มันไคเมเช และเฟลตเชอรืต่างก็พยายามลดความตึงเครียดในขบวนรถไฟลงด้วยพยายามให้คริสเตียนลงจากรถไฟ

ตัวมาซีเองบอกว่าเธอไม่ได้เห็นชัดเจนว่าหญิงชาวมุสลิมสองคนที่ถูกคริสเตียนข่มเหงเป็นคนไหนกันแน่ในหมู่ผู้โดยสารที่นั่งอยู่แต่คนที่ถูกแทงเสียชีวิตต่างก็พยายามสกัดกั้นคริสเตียนไว้ไม่ให้เขาเข้าหาผู้หญิงทั้ง 2 คน ซึ่งทำให้คริสเตียนไม่พอใจและขู่ว่า "ถ้าแตะต้องผมอีก ผมจะฆ่าคุณ" ในขณะนั้นเองนัมคเมเชก็ยังคงถือโทรศัพท์อยู่โดยไม่แน่ใจว่าเขากำลังค้นหาอะไรสักอย่างจะให้คริสเตียนดูหรือกำลังบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในจุดนั้นเองที่คริสเตียนปัดโทรศัพท์ออกจากมือของนัมไคเมเชและแทงเขาที่คอ มาซีบรรยายว่าฉากที่เห็นเหมือนกับฝันร้าย

หลังจากก่อเหตุแทงผู้คนคริสเตียนก็ตะโกนด่าทอผู้โดยสารคนอื่นๆ แล้วก็พยายามหลบหนี ในตอนนั้นเองมาซีเห็นเบสต์เดินมาไม่กี่ก้าวแล้วก็ล้มลง เธอเข้าไปปลอบโยนเขาว่า "อยู่กับพวกเรา คุณเข้มแข็ง อยู่กับพวกเรา"

ไม่เคิล เคนเนดี ผู้เห็นเหตุการณ์อีกรายหนึ่งที่เดินผ่านผู้คนที่กำลังวิ่งหนีระบุถึงเหตุการณ์ว่าเขาและคนอื่นๆ พยายามเข้าไปปั้มหัวใจให้กับเบสต์จนกระทั่งหน่วยฉุกเฉินมาถึง

ในตอนนั้นเองมาซีก็เห็นนัมไคเมเชล้มลงเสื้อเปื้อนเลือด บอกว่า "ผมกำลังจะตาย" ในตอนนั้นมาซีนั่งลงกับพื้นแล้วบอกให้นัมไคเมเชนอนลงจากนั้นจึงพยายามปฐมพยาบาลด้วยการเอาเสื้อดล้ามของเธอห้ามเลือดจากคอของนัมไคเมเช ในตอนนั้นมีอรกคนหนึ่งที่บอกว่าตัวเองเป็นทหารผ่านศึกพยายามปลอบโยนนัมไคเมเชเพื่อไม่ให้เขาตื่นตระหนก บอกว่าหัวใจเขายังเต้นอยู่และพูดว่าได้ยินเสียงไซเรนรแล้วมีคนกำลังจะมาช่วย ขณะที่มาซีบอกเขาซ้ำๆ ว่า "คุณไม่ได้อยู่ลำพังคนเดียว พวกเราอยู่นี่แล้ว" และ "สิ่งที่คณทำเป็นความการุณย์ คุณเป็นคนที่จิตใจดีงามมาก ฉันเสียใจที่โลกนี้มันชางโหดร้าย"

จากนั้นมาซีก็สวดภาวนาพอเธอบอกให้นัมไคเมเชภาวนาตามไปด้วยเขาก็หลับตาลงแล้วพยายามที่จะหายใจ ส่วนเฟลตเชอร์เดินโซเซออกจากรถไฟในขณะที่กุมคอตัวเองไว้

มาซียังคงอยู่บนรถไฟจนกระทั่งตำรวจและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แพทย์พยายามช่วยเหลือเบสต์อย่างเต็มความสามารถแต่เขาก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนัมไคเมเชถูกนำขึ้นเปลไปโดยมีมาซีอยู่ข้างๆ ข้อความสุดท้ายที่นัมไคเมเชพูดกับมาซีคือ "บอกทุกคนบนรถไฟว่าผมรักพวกเขา"

มาซีทิ้งสัมภาระของตนไว้แล้วเดินกลับเข้าไปในรถไฟในจุดที่เบสต์นอนอยู่ เธอสวดภาวนาให้เขาและครบครัวของเขา "พระผู้สร้าง ได้โปรดปลอบโยนครอบครัวของเขาที่ไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่" เจ้าหน้าที่เข้ามาบอกกับมาซีว่า "คุณทำได้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้แล้ว ถึงเวลาออกจากรถไฟแล้ว"

หลังงจากนั้น 20 นาที เธอก็ได้รับรู้จากเจ้าหน้าที่ว่านัมไคเมเชเสียชีวิตแล้ว ในคินถัดจากวันเกิดเหตุพ่อแม่ของนัมไคเมเชจัดรำลึกที่จุดรอรถไฟ มาซีนำหินทาสีม่วงรูปหัวใจซึ่งเป็นหินที่เธอใช้สวดภาวนามอบให้ครอบครัวของนัมไคเมเช ครอบครัวขอบคุณเธอที่อยู่กับลูกของพวกเขาในช่วงก่อนเสียชีวิตแะบอกว่า "เธอดูเหมือนแม่สำหรับลูกของพวกเขาในช่วงเวลานั้น"

มาซีเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 5 คน เธอกำลังศึกษาจิตวิทยาอยูที่วิทยาลัยคาสเคดแห่งพอร์ตแลนด์และต้องอาศัยรถไฟขบวนดังกล่าวเดินทางไปกลับเพื่อเรียนในวิทยาลัย เธอเล่าว่าเธอแค่ทำในสิ่งที่เธอคิดว่าควรที่จะทำ เธอคิดเสมอว่า "คนๆ นี่เป็นลูกของใครคนหนึ่ง" มาซียังบอกอีกว่าเหล่าฮีโรแห่งพอร์ตแลนด์เหล่านี้เป็นเสมือนเทวทูตในหมู่ผู้คนเพราะพวกเขาลุกขึ้นเสี่ยงตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่นจากคนเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่เธอพูดถึงคริสเตียนว่าเขาเป็นคนที่ทำตัวมุทะลุและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เป็นคนที่ไม่มีเหตุผลเลย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า

เรียบเรียงจาก

Portland MAX hero's last words: 'Tell everyone on this train I love them', Oregon Live, 30-05-2017

'He will remain a hero': families and friends mourn victims of Portland stabbing, The Guardian, 28-05-2017

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์