สิริพรรณ นกสวน: เมื่อโลกเค้าเลือกตั้ง



ปีที่แล้วต่อปีนี้ มีการเลือกตั้งใน 4 ประเทศมหาอำนาจประชาธิปไตย

ประเด็นหลักในการเลือกตั้งเมื่อวานนี้คือ In April, May called a June election. She won with a hung parliament

ปรากฎการณ์ hung parliament คือ ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดหรือเกินครึ่ง เพื่อสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ เมื่อเกิด “รัฐสภาแขวน” พรรคที่ชนะเลือกตั้งมี 3 ช่องทางที่ทำได้คือ

1. โน้มน้าวพรรคอื่นให้ยกมือสนับสนุนเมื่อต้องลงคะแนนผ่านงบประมาณ และเมื่อมีการลงคะแนนอื่น ๆ เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ เรียกว่า "confidence and supply" arrangement โดยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างเป็นทางการร่วมกัน

2. จัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างเป็นทางการกับพรรคการเมืองอื่นในสภา เพื่อคุมคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด (ประเทศไทยใช้ช่องทางนี้้ป็นส่วนใหญ่)

3. จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงที่พรรคชนะเลือกตั้งจะบริหารประเทศในฐานะ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” (Minority Government)

ประสบการณ์รัฐบาลเสียงข้างน้อยในสหราชอาณาจักร มักจะอยู่ไม่นาน

สภาพ hung parliament เกิดขึ้นล่าสุดในปี 2010 นายกรัฐมนตรี David Cameron จากพรรค Conservative เลือกช่องทางที่ 2 โดยร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรค Liberal Democrats ซึ่งมี Nick Clegg เป็นหัวหน้าพรรค และอาจเป็นสาเหตุให้ Clegg แพ้การเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในครั้งนี้ไปอย่างเฉียดฉิว

หากไม่ใช้ 3 ช่องทางข้างต้น นายกรัฐมนตรี Theresa May อาจเลือกยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่อีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ช่องทางนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1974 ที่พรรค Labour ชนะเลือกตั้งในเดือนกุมภา แต่ไม่ได้คุมเสียงข้างมาก เลือกจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต่อมาจึงยุบสภาเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนตุลา ปีเดียวกัน และกลับมาคุมที่นั่ง 2 ใน 3

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายกรัฐมนตรี May เลือกแนวทางที่ 1 โดยพรรค the Democratic Unionists (the DUP) ซึ่งมี 10 ที่นั่ง จะทำหน้าที่เป็น “King maker” ให้ความร่วมมือแก่พรรค Conservative หรือTories ที่ครอง 318 ที่นั่ง (ต้องการ 326 จาก 650) จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่จะไม่ร่วมรัฐบาลผสมอย่างเป็นทางการ

พรรค the DUP เป็นพรรคจากไอร์แลนด์เหนือ ที่มีจุดยืนไม่แบ่งแยกออกจากสหราชอาณาจักร pro-Brexit และอนุรักษ์นิยมเข้มข้นทางสังคม เช่น ต่อต้านการแต่งงานของเพศเดียวกัน ต่อต้านการทำแท้ง (เป็นเรื่องผิดกฎหมายในไอร์แลนด์เหนือ ยกเว้นกรณีที่แพทย์รับรอง)

การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้พรรค Labour จะได้ที่นั่งในสภาน้อยกว่า แต่ได้คะแนนเสียงโหวตและที่นั่งเพิ่มขึ้นมากถึง 29 ที่นั่ง จนทำให้ดูเหมือนผู้แพ้คือ นายกรัฐมนตรี May ที่คุมที่นั่งเสียงข้างมากในสภาอยู่ดี ๆ กลายมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยเสียที่นั่งไป 12 ที่นั่ง

กล่าวกันว่า ผลเลือกตั้งที่น่าประทับใจคราวนี้เป็นการสิ้นสุดของพรรค Labour ยุค Tony Blair และเริ่มยุคสมัย Labour ภายใต้ Jeremy Corbyn นักสังคมนิยม (a socialist) ตัวกลั่น พูดถึง “ความซ้าย” แล้วล่ะก็ ซ้ายกว่าลุง Bernie Sanders แห่งพรรค Democrat อยู่หลายช่วงตัว ตัวอย่างมันส์ ๆ ของจุดยืน Corbyn เช่น เสนอให้ระบบรถไฟกลับมาเป็นของรัฐ (renationalizing rail system) ยกเลิกค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เพิ่มภาษีทั่วหน้าในอัตราสูงมาก ตั้งเพดานเงินเดือนผู้บริหารกลุ่มธุรกิจ และควบคุมค่าเช่าบ้านเพื่อให้อยู่ในวิสัยที่ประชาชนทั่วไปจ่ายได้

อเมริกาเลือกตั้งไปเมื่อเดือนพฤศจิกาปีที่แล้ว โดยใช้ระบบคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ได้ Donald Trump เป็นประธานาธิบดี จนถึงวันนี้ มีความพยายามอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายพรรคเดโมเครต ในการริเริ่มกระบวนการไต่สวนถอดถอน (Impeachment Trial) ด้วยข้อกล่าวหา Trump แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะแสดงท่าทีต่อนาย James Comey อดีตผอ.FBI ให้ยุติการสอบสวนนาย Michael Flynn ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ กรณีที่เกี่ยวพันกับรัสเซีย โดยขอพบถึง 3 ครั้ง และโทรมากดดันอีกหลายครั้ง จนในที่สุดนาย Comey ถูกไล่ออกกลางอากาศ

แต่เรื่องนี้คงจะไม่ง่ายและไม่เร็วนัก คาดว่าTrump ยังคงอยู่สร้างสีสันในแวดวงการเมืองอเมริกาและการเมืองโลกต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

ฝรั่งเศสเลือกตั้งไปเมื่อเดือนเมษาและพฤษภาที่ผ่านมา ด้วยระบบเลือกตั้งแบบเสียงข้างมากเด็ดขาด สองรอบ (Majority-Two Round System) ได้ Macron ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุด เป็นนักการเมืองที่ไม่มีฐานจากพรรค (post-party) เสนอนโยบายมองไปข้างหน้า (outward-looking) ไม่ยึดติดอุดมการณ์ ไม่ซ้าย ไม่ขวา (post-ideological) มุ่งสู่การปฎิรูประบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและฟื้นฟูจุดขายเชิงวัฒนธรรมซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติ

Macron ยังคงต้องพิสูจน์ฝีมือในการบริหาร แต่ได้ “โชว์เหนือ” ประธานาธิบดี Trump ในการจับมือไปแล้วเมื่อครั้ง Trump เยือนยุโรป

ชัยชนะของ Macron ต่อนักการเมืองอนุรักษ์นิยมประชานิยมฝ่ายขวา (right-wing populist) อย่าง Marine Le Pen ตามด้วยการที่พรรค Labour ได้ที่นั่งในสภาและคะแนนโหวตเพิ่มขึ้น ทำให้แนวร่วมฝ่ายซ้ายและและกลุ่มผู้นิยมสังคมนิยมประชาธิปไตยรู้สึกว่ามันก็จะกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาหน่อย ๆ

วันที่ 24 กันยายน เยอรมันนีจะเลือกตั้งสมาชิกสภา Bundestag ด้วยระบบเลือกตั้งแบบผสม หนึ่งเขตหนึ่งคนและระบบสัดส่วน (mixed member proportional representation system (MMP) ขณะนี้ คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี Angela Merkel ผู้นำแนวร่วมอนุรักษ์นิยม จากพรรค Christian Democratic Union (CDU) ที่ผนึกกำลังกับพรรคน้อง Christian Social Union (CSU) ยังนำโด่งอยู่ คู่แข่งคนสำคัญคือ อดีตประธานสภายุโรป (European Parliament President) Martin Schulz

ส่วนการเลือกตั้งของไทย ถึงแม้จะยังไม่มีวี่แวว แต่น่าสนใจว่า จะเกิดขึ้นภายใต้ กกต. ที่จะได้รับแต่งตั้งเข้ามาใหม่ 7 คน โดยจะมี “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” ทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด

 


หมายเหตุ: เขียนหลังจาก Dominic Thiem แพ้ให้ Nadal #มันก็จะง่วงๆหน่อย เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook

Siripan Nogsuan Sawasdee

 


อ่านเพิ่มเติมได้จาก

http://uk.businessinsider.com/what-is-a-hung-parliament-general-election-theresa-may-jeremy-corbyn-2017-5

https://www.vox.com/world/2017/6/8/15752210/uk-election-2017-british-polls

https://www.theguardian.com/politics/2017/jan/10/corbyn-proposes-maximum-wage-for-all-government-contractors

https://www.nytimes.com/2017/06/08/us/politics/james-comey-testimony-hearing.html?_r=0

https://www.washingtonpost.com/news/global-opinions/wp/2017/04/13/how-the-coming-elections-in-france-and-germany-can-save-the-west/?utm_term=.47a0a8c6ec3d

http://www.express.co.uk/news/politics/713430/German-election-2017-federal-vote-will-Angela-Merkel-lose-prediction-AfD-CDU-SDP-polls