ภาคประชาชนวอล์คเอาท์เวทีแก้ กม.บัตรทอง เหตุมุ่งแก้เจตนารมณ์กระทบผู้ป่วย

เริ่มแล้ว เวทีประชาพิจารณ์แก้ กม.บัตรทอง ประเดิมรับฟังความเห็นพื้นที่ภาคใต้ จ.สงขลา ผู้ร่วมประชาพิจารณ์คึกคัก ภาคประชาชนแสดงจุดยืน “วอล์คเอาท์ ไม่ร่วมประชาพิจารณ์” พร้อมแถลงการณ์ เรียกร้องยุติรับฟังความเห็น เหตุมุ่งแก้ไขเจตนารมณ์ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทบผู้ป่วย ขณะที่ภาพรวมผู้ให้บริการ หนุนเดินหน้าแก้ไข
 
 
10 มิ.ย. 2560 ที่โรงแรมลีการ์เดนท์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา – เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2560 นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีประชาพิจารณ์  (Public Hearing) เรื่อง “การแก้ไขเพิ่มเติม (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นเวทีประชาพิจารณ์ครั้งแรก โดยมีผู้แทนวิชาชีพทางการแพทย์ ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และเครือข่ายประชาชนสนใจเข้าร่วมเพื่อแสดงความเห็นทั้งลงทะเบียนล่วงหน้าและลงทะเบียนที่ที่ประชุมเป็นจำนวน เกือบ 300 คนตามเป้าหมาย
          
นพ.พลเดช กล่าวว่า การประชาพิจารณ์วันนี้เป็นการรับฟังความเห็นและระดมข้อเสนอแนะต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม (ร่าง) พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการดำเนินการภายหลังจากที่คณะกรรมการยกร่างแก้ไขกฎหมายที่มี รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ แล้วเสร็จ ตามมาตรา 77 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ โดยจะมีการเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน
          
สำหรับการประชาพิจารณ์ครั้งนี้ นับเป็นการเปิดเวทีประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ เป็นครั้งแรก โดยคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ฯ กำหนดจัดเวที 4 ภาค ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) จะเป็นเวทีประชาพิจารณ์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ส่วนเวทีประชาพิจารณ์ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น และเวทีประชาพิจารณ์ภาคกลาง กรุงเทพ จะมีขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. และ วันที่ 18 มิ.ย. ตามลำดับต่อไป นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) ซึ่งเป็นเวทีลำดับสุดท้ายในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยจะมีการถกแถลงผู้แทนกลุ่มเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ ที่เข้าร่วม ส่วนการรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซด์ www.lawamendment.go.th ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนร่วมแสดงความเห็นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
          
“การประชาพิจารณ์ในวันนี้มีความสำคัญมากจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลระบบให้ยั่งยืน” ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์ กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชาพิจารณ์ฯ ในเวทีได้มีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งจากฝ่ายผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และตัวแทนเครือข่ายต่างๆ  โดยภาพรวมแทนผู้ให้บริการส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไข พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ทั้งการแยกเงินเดือน การเพิ่มกรรมการสัดส่วนผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. การร่วมจ่ายค่าบริการ เป็นต้น ขณะที่ภาพรวมผู้รับบริการและภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายนี้ 
 
ทั้งนี้ในช่วงที่ นางชโลม เกตุจินดา ประธานเครือข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้ ได้แสดงเห็นโดยระบุว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งดำเนินมาร่วม 15 ปีแล้วถือเป็นระบบที่ดี ซึ่งเท่าที่ดูข้อเสนอ 14 ประเด็น ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เนื่องจากมองว่ากำลังทำให้ประชาชนถูกริดรอนสิทธิการเข้าถึงบริการสุขภาพ และจะทำให้ สปสช.กลายเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งกระบวนการรับฟังความเห็นนอกจากไม่เปิดกว้าง ยังจำกัดเวลามาก ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงเห็นว่าอยากให้เริ่มต้นกระบวนการแก้ไขกฎหมายใหม่  พร้อมกับตะโกนข้อความว่า “หากแก้ไขแล้วแย่ อยากให้เริ่มใหม่”
          
ต่อจากนั้นกลุ่มเครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้ได้วอล์คเอาท์ออกจากเวทีประชาพิจารณ์ฯ นี้ พร้อมกับได้ร่วมตัวอ่านแถลงการณ์บริเวณหน้าห้องประชุม เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ “แก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพประชาชนต้องมีส่วนร่วม หยุด!!!กระบวนการและเริ่มใหม่”
          
โดยแถลงการณ์ระบุว่า “เครือข่ายฯ ได้ติดตามการใช้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2545 สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อระบบบริการสุขภาพภาพรวมเป็นอันมาก ลดการล้มละลายครัวเรือนชัดเจน ขณะเดียวกันก็พบข้อติดขัดทางปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักการระบบหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ มาตรฐานการรักษาเดียวกันทุกกองทุน การแยกผู้จัดบริการและผู้บริการ การครอบคลุมประชากรทุกลุ่ม การร่วมจ่ายภาษีทางตรงและทางอ้อม ไม่เรียกเก็บ ณ จุดบริการ และสิ่งสำคัญคือหลักการการมีส่วนร่วมที่ต้องสนับสนุนให้ภาคประชาชนจัดบริการ 
          
ทั้งเราพร้อมร่วมประชาพิจารณ์เพื่อแก้ไขกฎหมายแต่ต้องคงหลักการสำคัญข้างต้น แต่กระบวนการรับฟังความเห็นที่จำกัดผู้เข้าร่วม 300 คน กำหนดเวลา 3 นาที รวมทั้ง 14 ประเด็นที่แก้ไขยังมีนัยยะขัดหลักการสำคัญที่เครือข่ายกังวล ทั้งการเพิ่มกรรมการ สปสช.ในสัดส่วนผู้ให้บริการ การเน้นปลดล็อกการเบิกจ่ายเงินหน่วยบริการ ทั้งไม่ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอประชาชนต่อการเข้าถึงยา ดังนั้นเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์รับฟังไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 77 และทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดความยั่งยืน จึงขอเรียกร้องให้ยุติกระบวนการรับฟังความเห็นครั้งนี้ และจัดกระบวนการรับฟังความเห็นใหม่โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มจัดทำข้อเสนอ ซึ่งเครือข่ายฯ จะยังคงติดตามการแก้ไขกฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคงเจตนารมณ์และหลักการต่อไป  
          
ด้าน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา กล่าวว่า การที่ภาคประชาชนว็อกเอาท์ออกจากเวทีควรมีการทบทวน เพราะการพูด 3 นาทีในประเด็นสำคัญไม่ตอบโจทย์ เพราะไม่มีการแลกเปลี่ยนความเห็น ดังนั้นในการจัดเวทีความเห็นกลางทางสถาบันพระปกเกล้าควรจัดเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อให้ตกผลึก ซึ่งจะทำให้เกิดความสมานฉันท์และเกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จจริง ทั้งมองว่ากฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ภาพรวมยังดำเนินไปได้อยู่ หากจะแก้ไขเห็นว่าควรเป็นการแก้หลังเลือกตั้ง ไม่ควรรีบเร่งจนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจขึ้น
 
ขณะที่ นพ.พลเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่เครือข่ายประชาชนออกจากเวทีประชาพิจารณ์ก่อน และแถลงการณ์นอกห้องประชุม นับเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยและเป็นสันติวิธี แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ แต่อยากฝากไปยังประชาชนที่ออกไปก่อนว่ายังสามารถแสดงความเห็นผ่านทางระบบออนไลน์ได้ โดยยังเปิดกว้างรับฟังความเห็นเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้ดียิ่งขึ้นตามที่มุ่งหวัง
 
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์