ไทยยื่นจดทะเบียนสัตยาบันสาร ฉ.111 ต่อ ILO ว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน

รมว.แรงงาน เข้าพบผอ.ใหญ่ ILO ยื่นจดทะเบียนสัตยาบันสารอนุสัญญา ฉบับ 111 ขจัดการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคในการจ้างงานและการประกอบอาชีพ พร้อมพิจารณาเพิ่มอีก 2 ฉบับ คือ อนุสัญญา ฉ. 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ และ ฉ. 188 ว่าด้วยงานประมง

14 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงานแจ้งว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เข้าพบ Mr.Guy Ryder ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยกล่าวว่า การให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 111 ในครั้งนี้เป็นการแสดงความมุ่งมั่นของประเทศโดยการให้พันธะสัญญาต่อประชาคมระหว่างประเทศที่จะดำเนินการเพื่อส่งเสริมโอกาสอันเท่าเทียมกันด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในมิติต่างๆ ของการจ้างงานให้หมดไป อันเป็นหนทางไปสู่การบรรลุวาระงานที่มีคุณค่าและวาระเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ อนุสัญญาฉบับที่ 111 กำหนดให้มีนโยบายและมาตรการระดับชาติเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมโอกาสความเสมอภาคในการจ้างงานและการประกอบอาชีพ โดยมีสาระสำคัญ มุ่งเน้นการขจัดการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเชื้อชาติ สีผิว เพศ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง สถานะทางสังคม สำหรับความหมายของการจ้างงานและการประกอบอาชีพตามอนุสัญญานี้จะครอบคลุมถึงการเข้าถึงการฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน การจ้างงานและการประกอบอาชีพบางประเภท รวมทั้งเงื่อนไขและสภาพการจ้าง

รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักการความเท่าเทียมและการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบอย่างแท้จริง โดยกำหนดไว้ในแนวนโยบายแห่งชาติและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ กรอบการทำงานในภาคปฏิบัติที่ประจักษ์ว่าแรงงานในประเทศทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่ ตามปณิธานที่มุ่งหวังให้คนทำงานดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเกิดความเท่าเทียมในสังคม สำหรับการพิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาของ ILO เพิ่มเติมนั้น ขณะนี้กำลังศึกษาวิเคราะห์ และประชุมหารือถึงความพร้อมที่จะให้สัตยาบันเพิ่มเติมอีก 2 ฉบับ คือ พิธีสาร ค.ศ.2014 แนบท้ายอนุสัญญาฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 และอนุสัญญาฉบับที่ 188 ว่าด้วยงานประมง ค.ศ.2007

รมว.แรงงาน ยังกล่าวต่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 3 ปี สะท้อนให้เห็นโดยตัวแทนประเทศสมาชิก ILO ลงมติโหวตให้เราได้เข้ามาเป็นผู้แทนถาวรของ GB ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี นับแต่นี้ต่อไปซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อประเทศไทย ที่เรามีหน้าที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานทั่วโลก  และเรายังได้เตรียมความพร้อมเรื่องอนาคตของงาน (Future of Work) เพื่อรองรับตลาดงานแห่งอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาคนไทย เยาวชนไทยให้มีทักษะความรู้ความสามารถอย่างเท่าทันต่อความเป็นไปของโลกปัจจุบันด้วย  โอกาสเดียวกันนี้  ยังได้แสดงความยินดีกับ Mr.Guy Ryder ที่ได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ILO อีก 1 วาระ และพร้อมที่จะทำงานกับ ILO ในฐานะสมาชิกประจำของคณะประศาสน์การ  เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่มุ่งหวังและก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน