UN เตือนอาเซียน ยิ่งห้ามแม่บ้านไปทำงาน ตปท. ยิ่งเสี่ยงค้ามนุษย์

สหประชาชาติเตือน การที่รัฐบาลกลุ่มประเทศอาเซียนมีมาตรการห้ามผู้หญิงเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ ยิ่งทำให้เสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ส่วนฟิลิปปินส์พึ่งระงับส่งแรงงานไปกาตาร์เมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ILO ระบุมาตรห้ามแรงงานหญิงไปทำงานยังต่างประเทศ ยิ่งส่งผลให้บรรดาผู้หญิงที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น ที่มาภาพประกอบ: hongwrong.com

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมาเว็บไซต์ straitstimes.com รายงานว่าองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เตือนว่าการที่รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกมาตรการห้ามผู้หญิงเดินทางไปทำงานเป็นแม่บ้านในต่างประเทศ จะทำให้พลเมืองของตนเองเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ผู้หญิงเอเชียซึ่งส่วนใหญ่ครอบครัวมีฐานะยากจนตัดสินใจออกเดินทางไปทำงานแม่บ้านในต่างประเทศเพื่อหารายได้ จุนเจือครอบครอบ โดยคิดเป็นเกือบครึ่งของจำนวนแรงงานแม่บ้านทั้งหมด 53 ล้านคนทั่วโลก แต่พวกเธอมักจะพบกับชะตากรรมที่โหดร้ายไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายและข่มขืนในประเทศปลายทาง

อินโดนีเซีย พม่า และกัมพูชา เคยออกมาประกาศห้ามไม่ให้แรงงานหญิงเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิพลเมืองของตนจากนายจ้างที่ต่างแดน แต่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เคยเผยแพร่ผลการศึกษาพบว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลให้บรรดาผู้หญิงที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่กัมพูชาออกคำสั่งห้ามเมื่อปี 2554 พม่าประกาศห้ามเมื่อปี 2557 ก็ส่งผลให้มีจำนวนผู้ลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น

แอนนา โอลเซ่น ผู้เชี่ยวชาญจาก ILO ระบุว่ามาตรการการห้ามโดยไม่มีการออกเอกสารรับรองให้นั้น ได้ทำให้สุดท้ายบรรดาแรงงานหญิงเหล่านั้นก็แสวงหาวิธีเดินทางออกนอกประเทศไปทำงานได้อยู่ดี ขณะที่ UN ระบุว่าหากไม่มีช่องทางอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงจะไม่กล้าขอความช่วยเหลือหากเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเอง

ฟิลิปปินส์ประกาศระงับการส่งแรงงานไปยังกาตาร์เป็นการชั่วคราว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2560 เว็บไซต์ scmp.com รายงานว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการส่งแรงงานไปยังกาตาร์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากวิตกต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่หลายประเทศได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของฟิลิปปินส์ระบุว่าคำสั่งระงับการส่งแรงงานดังกล่าวจะยังคงมีผลบังคับใช้ จนกว่ารัฐบาลจะเสร็จสิ้นการประเมินสถานการณ์ของกาตาร์

ปัจจุบันมีแรงงานจากฟิลิปปินส์มากกว่า 2 ล้านคน ทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นงานแม่บ้าน, คนงานก่อสร้าง, วิศวกร และพยาบาล โดยทำงานที่กาตาร์ประมาณ 250,000 คน และทำงานในซาอุดิอาระเบียประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ได้สร้างรายได้ส่งกลับฟิลิปปินส์กว่า 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา

อนึ่งเมื่อต้นเดือน มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟส์ ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูดกับกาตาร์ โดยอ้างเหตุผลว่ากาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค

 

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์