งานวิจัยค้นพบว่าแมวเป็นฝ่ายเข้าหามนุษย์ก่อน-มาตั้งแต่ 9 พันปีที่แล้ว

ผลการวิจัยที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ ระบุว่าเหมียวจอมกวนที่ปีนป่ายอยู่รอบตัวเรา วางแผนครองโลกกันมานานแล้ว โดยย้อนไปเมื่อ 9,000 ปีก่อนในบริเวณที่เป็นตุรกีในปัจจุบัน พวกแมวเป็นฝ่ายเข้าหามนุษย์ก่อน แล้วกลายเป็นเพื่อน (หรือเป็นเจ้านาย?) ของมนุษย์ ก่อนที่จะถูกมนุษย์จับลงเรือแล้วแพร่พันธุ์ไปทั่วจนกระทั่งกลายเป็นแมวบ้านในปัจจุบัน

ที่มาของภาพประกอบ: allen watkin/Wikipedia

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

Cat domestication: From farms to sofas (ที่มา: YouTube/Nature Video)

21 มิ.ย. 2560 แมวเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมนุษย์ หรืออาศัยอยู่ร่วมพื้นที่กับมนุษย์ในหลายๆ เมืองของโลก อย่างไรก็ตามยังคงมีความพยายามค้นคว้าว่าแมวบ้านทั้งหลายเริ่มกลายมาเป็นสัตว์ที่สนิทสนมกับมนุษย์ (โดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นนายใครเป็นลูกน้อง) ตั้งแต่เมื่อใดกันแน่ และด้วยวิธีการใด

ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งสมมุติฐานและงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พูดถึงเรื่องแมวมาบ้าง แต่ในงานวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยหลายสถาบันก็เปิดเผยว่าเป็นพวกแมวเองที่เริ่มเข้ามาในชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายเมื่อราว 9,000 ปีที่แล้วในดินแดนอานาโตเลียยุคโบราณ จากการที่พวกมันมาล่าหนูที่เข้ามากินเมล็ดธัญพืชในยุ้งฉางของชาวนายุคหินใหม่ แมวจึงเป็นสัตว์ที่เข้ามาหามนุษย์เพราะมีสังคมเกษตรกรรม ทำให้คนใช้เจ้าสี่ขานักล่าผู้นี้ช่วยกำจัดสัตว์รบกวนให้ตัวเอง

พื้นที่ที่แมวเริ่มเข้าหามนุษย์ที่ว่าปัจจุบันคือประเทศที่เรียกว่าตุรกีนั่นเอง นักวิจัยระบุว่าหลังจากนั้นเหล่าแมวที่เป็นมิตรกับมนุษย์ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก ข้ามช่องแคบบอสพอรัสไปสู่ยุโรป

แต่ทว่าเจ้าแมวยุคโบราณเหล่านี้ก็ยังไม่ได้มีลักษณะร่างกายแบบเดียวกับแมวบ้านในปัจจุบันเสียทีเดียว มันยังคงเป็นสปีชีส์ใหญ่ๆ ที่เรียกว่า Felis silvestris ซึ่งรวมเอาแมวบ้านในสปีชีส์ย่อยที่เรียกว่า Felis silvestris catus เอาไว้ด้วย จนกระทั่งถึงยุคกลางเจ้าแมวพวกนี้บางตัวก็เริ่มมีขนที่มีลักษณะเป็นแต้มสีต่างๆ และเมื่อไม่นานนี้ในยุคศตวรรษที่ 19 นี้เองที่พวกมันเริ่มมีพันธุ์ที่มีขนงามสง่าแบบแมวในปัจจุบัน

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ อีวามาเรีย เกย์กี ผู้อำนวยการการวิจัยจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศสกล่าวว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานทีเดียวถึงจะเพิ่งมาเริ่มเพาะพันธุ์แมวจนเกิดเป็นพันธุ์ต่างๆ ในยุคปัจจุบัน

รูปปั้นแมวทำจากสำริดพบในอียิปต์ กำหนดอายุไว้ราว 664 ถึง 350 ปีก่อนคริสตกาล (ที่มาของภาพประกอบ: Wikipedia)

จากที่ก่อนหน้านี้เคยมีสมมุติฐานจากนักโบราณคดีว่าชาวอียิปต์เป็นพวกแรกที่เริ่มนำแมวเข้ามาเลี้ยงในบ้านเมื่อราว 4,000 ปีที่แล้ว แต่มีข้อโต้แย้งสมมุติฐานนี้มาตั้งแต่ปี 2547 เมื่อมีนักวิจัยค้นพบว่าเมื่อ 9,500 ปีที่แล้ว มีการฝังแมวร่วมกับมนุษย์ที่ไซปรัส และในปี 2556 ก็มีงานวิจัยอีกหนึ่งงานวิจัยที่พบว่าในประเทศจีนเริ่มมีการนำแมวเข้ามาเลี้ยงเมื่อราว 5,300 ปีที่แล้ว

โดยที่งานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าแมวเริ่มเข้าหาผู้คนในพื้นที่ที่ปัจจุบันตุรกีนั้นใช้วิธีศึกษาจากดีเอนเอของซากแมวบ้านที่เหลือตั้งแต่อายุ 100 ปี ถึง 9,000 ปี ผู้นำการวิจัยครั้งนี้คือเคลาดิโอ อ็อตโตนี นักพันธุศาสตร์บรรพกาล จากมหาวิทยาลัยลิวเวน ประเทศเบลเยียม พวกเขาทำการศึกษาซากแมวที่ถูกเก็บรักษาไว้แบบมัมมีที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน

สาเหตุที่พวกเขาต้องจริงจังถึงขั้นสำรวจดีเอนเอนี้เพราะแค่ดูจากโครงกระดูกจะไม่สามารถแยกแยะระหว่างแมวบ้านกับสปีชีส์ย่อยอื่นๆ อีก 5 สปีชีส์ได้ จึงต้องมีการวิเคราะห์ดีเอนเอจากแมวหลายๆ พื้นที่รวมถึงยุโรปและแอฟริการ่วมด้วย

นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานว่าแมวบ้านในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะมาจากพันธุ์แมวป่า 2 สปีชีส์ย่อย สมมุติฐานแรกมองว่าน่าจะมาจากสปีชีส์ย่อย Felis silvestris lybica ที่แถบตะวันออกใกล้รวมถึงอานาโตเลีย จนต่อมามนุษย์เป็นผู้ทำให้พวกมันแพร่กระจายไปสู่ยุโรปในพื้นที่ๆ ปัจจุบันคือประเทศบัลแกเรียเร็วสุดน่าจะช่วงราวปี 4,400 ก่อนคริสตกาล และพื้นที่โรมาเนียในช่วง 3,200 ปีก่อนคริสตกาล

แมวบนเกาะอาโอชิมะ หรือ "เกาะแมว" ประเทศญี่ปุ่น (ที่มา: 暇・カキコ/Wikipedia

เกย์กีพูดถึงสาเหตุที่นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าแมวไม่ได้เดินทางข้ามทวีปด้วยตัวมันเอง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มักจะยึดติดกับพื้นที่อาณาเขตเดิมของตัวเองจึงน่าจะเป็นพวกมนุษย์นี่แหละที่เป็นคนนำแมวไปยังพื้นที่อื่นๆ

โดยถ้าพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นไปได้ว่าแมวจะถูกย้ายถิ่นผ่านทางเรือเป็นส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะคนเรือเอาแมวขึ้นเรือไปด้วยเพื่อช่วยล่าพวกสัตว์รบกวน พอเรือจอดเทียบท่าแล้วแมวบนเรือก็ออกจากเรือไปผสมพันธุ์กับแมวในท้องถิ่นจนเกิดเป็นแมวลูกผสมเพิ่มขึ้น หนึ่งในหลักฐานของเรื่องนี้คือมีการพบซากแมวอียิปต์บนท่าเรือแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวไวกิงในช่วงศตวรรษที่ 7 อย่างไรก็ตาม เคลาดิโอ อ็อตโตนี หัวหน้านักวิจัยอีกคนหนึ่งบอกว่ายังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าแมวอียิปต์มีเชื้อสายมาจากแมวแถบตุรกีหรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งที่นักวิจัยสนใจคือลายบนตัวของแมว ในปัจจุบันเราจะได้เห็นแมวที่มีทั้งลายแต้มและลายแถบแบบเสือ โดยที่แมวยุคโบราณจะมีลายแถบ แบบแมวป่าที่เป็นบรรพบุรุษของพวกมันมากกว่า จนกระทั่งมีการผ่าเหล่าในยีนส์ทำให้ลักษณะดีเอนเอตัวหนึ่งของแมวเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดแมวลายแต้ม ลายจุด ขึ้นทีหลัง โดยที่ในยุคอียิปต์โบราณยังพบภาพของแมวแบบลายแถบอยู่จนกระทั่งถึงช่วงยุคกลางราวศตวรรษที่ 13 นี้เองที่เพิ่งจะมีแมวลายแต้มมากขึ้น

เกย์กิบอกว่าเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห้นว่าแมวไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักหลักจากเข้ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์แล้ว ภาพของแมวในสายตาของชาวอียิปต์โบราณก็วาดภาพพวกมันเป็นสัตว์จากป่าที่ล่าเหยื่ออย่างดุดัน ช่วยสังหารงูที่เป็นศัตรูของเทพ "รา" เทพแห่งแสงอาทิตย์ ยุคต่อมาจึงมีภาพแมวเดินเคียงคู่มนุษย์ร่วมกันล่านกตามหนองบึง แล้วยุคหลังจากนั้นก็เป็นภาพแมวนั่งอยู่ใต้เก้าอี้ของชนชั้นสูง

งานวิจัยเรื่องนี้ใช้เวลานานมากถึง 10 ปี ตั้งแต่การวางแนวคิดไปจนถึงกระบวนการจัดพิมพ์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลักฐานชิ้นส่วนที่เหลือของแมวนั้นหายาก รวมถึงสภาพชิ้นส่วนที่เหลือของแมวโบราณทั้งหลายก็ผ่านสภาพภูมิอากาศที่ไม่เป็นผลดีต่อหลักฐานดีเอนเอ เช่นในตะวันออกกลางก็เจออากาศร้อน มัมมีแมวในอียิปต์ก็เจอความชื้นสูงทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทำการสกัดดีเอนเออย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามผลการค้นคว้าก็ทำให้เราพบว่าเจ้าเหมียวรอบตัวเรามันอยู่กับเรามานานเกือบหมื่นปีแล้ว และยังคงทำตัวเป็นนักล่า (ผู้น่ารัก?) มาจนถึงปัจจุบัน โดยที่มันอาจจะเพิ่มบทบาทอื่นเข้ามาด้วยอย่างการความเป็นตัวกวน เป็นดาราโซเขียล รวมถึงเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับมนุษย์ได้

 

เรียบเรียงจาก

Cat Tale: Ancient DNA Reveals How Your Kitty Came to Be, Livescience, 19-06-2017

How Cats Used Humans to Conquer the World, The Atlants, 19-06-2017

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Wildcat

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์