กรมสวัสดิการฯ ลงพื้นที่สอบเหตุนิสิตจุฬาฯฝึกงาน-คนงาน 5 ราย เสียชีวิตในบ่อน้ำเสียซีพีเอฟ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ในบ่อน้ำเสีย บ.ซีพีเอฟ ซอยบางนา-ตราด 20 ถ.บางนา-ตราด กทม.

23 มิ.ย. 2560 จากกรณีช่วงสายวันนี้ เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ภายในบ่อบำบัดน้ำเสีย บริษัทผลิตอาหาร ของบริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ภายในซ.บางนา-ตราด 20 ถ.บางนา-ตราด จากเหตุ นักศึกษาสัตวแพทย์ จุฬาฯ มาฝึกงานเกิดลื่นพลัดตกลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย และมีพนักงานของบริษัทมาช่วยเหลือ 4 คน ซึ่งทั้งหมด 5 คนเสียชีวิต ประกอบด้วย 1. ปัณทิกา ตาสุวรรณ 23 ปี นักศึกษา ฝึกงานจากสัตวแพทย์จุฬาฯปี5 2.ลักษชนก แสนทวีสุข 24 ปี  จนท. สิ่งแวดล้อมของบริษัท 3. พรศักดิ์ บุญบาล  40ปี หัวหน้างานอนามัย 4. ชาญชัย  พันธุนาคิน 42 ปี หัวหน้าหน่วยซ่อมบำรุง 5.ชาตรี  สีสันดร 43 ปี  เป็นคนงานรายวัน

ล่าสุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รายงานว่า สุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่ากรณีมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ในบ่อน้ำเสีย บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด ตนเองได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพร้อมด้วยพนักงานตรวจความปลอดภัยได้สอบข้อเท็จจริงเบื้องตนพบว่า ในวันนี้ มีนักศึกษามาศึกษาดูงานภายในโรงงาน ในส่วนของขั้นตอนการพักน้ำเสีย จำนวน 2 คน โดยทางบริษัทมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมเป็นคนนำนักศึกษาทั้ง 2 คน ดูขั้นตอนการทำงานต่างๆ บริเวณบ่อน้ำเสีย และได้เกิดอุบัติเหตุนักศึกษาหญิงหนึ่งรายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำเสีย โดยเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมได้พยายามลงไปช่วยและจมหายไป จากนั้นพนักงานอีก 3 คน ได้ลงไปช่วยและประสบเหตุเช่นเดียวกันอีก โดยการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน  5 ราย

เบื้องต้นได้ตรวจสอบการจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าโอที นายจ้างได้โอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้างแล้วก่อนเกิดเหตุในวันนี้ สำหรับกรณีดังกล่าวบริษัท ซีพีเอฟฯ จะรับผิดชอบเบื้องต้นโดยจ่ายเงินช่วยเหลือค่าทำศพ และค่าเคลื่อนย้ายศพไปยังภูมิลำเนา ตามระดับตำแหน่งหน้าที่การปฏิบัติงาน คือ หัวหน้างาน 1 ล้านบาท พนักงาน 6 แสนบาท คนงาน 2 แสนบาท และ 1 ล้านบาทสำหรับนักศึกษาดูงาน

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นพนักงานตรวจความปลอดภัยจะได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานว่านายจ้างได้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ.2547 หรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวคือ ลูกจ้างไม่มีการประเมินอันตรายว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อับอากาศ และลูกจ้างไม่ได้รับการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด มีบทกำหนดโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้พนักงานตรวจความปลอดภัยได้มีหนังสือเชิญนายจ้างมาพบเพื่อสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในวันที่ 26 มิถุนายน 2560 ต่อไป