จ้างงานเกษตร จ.สระแก้วซบเซา-หลังกัมพูชาปิด 43 จุดผ่านแดนชั่วคราว

ติดตามสถานการณ์ล่าสุดหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว โดยที่ชายแดนด้าน จ.สระแก้ว เริ่มมีผลกระทบหลังกัมพูชาสั่งปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวด้าน จ.บันเตียเมียนเจย 43 จุด ทำให้ขาดแรงงานเช้าไป-เย็นกลับข้ามมารับจ้างภาคเกษตรในพื้นที่ 3 อำเภอ จ.สระแก้ว "โคกสูง-อรัญประเทศ-ตาพระยา" ส่วนจุดผ่านแดนคลองลึก-ตลาดโรงเกลือ ยังเดินทางข้ามแดน-ค้าขายปกติ

ขณะที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก แรงงานพม่ายังคงเดินทางกลับแต่จำนวนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อน ขณะเดียวกัน ผบ.ตำรวจภูธรภาค 6 สั่งยกเลิกจุดตรวจ 2 แห่งบนถนนตาก-แม่สอด หลังก่อนหน้านี้โซเชียลแชร์คลิปด่านเรียกเก็บเงินแรงงานข้ามชาติ เรื่องร้อนจนผู้ว่าเมืองเมียวดีทำหนังสือสอบถามคณะกรรมการชายแดนว่าเก็บเงินค่าอะไร

5 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์ล่าสุด ภายหลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน และมีรายงานการเดินทางกลับของแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารเป็นจำนวนหลายหมื่นคนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์นี้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ค. มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 33/2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยมีมาตรการเลื่อนใช้บทลงโทษ 4 มาตราในพระราชกำหนดฉบับใหม่ไปเป็นวันที่ 1 มกราคม 2561 (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

 

สระแก้วขาดแรงงานภาคเกษตรเช้าไป-เย็นกลับ
หลังกัมพูชาปิดจุดผ่านแดนชั่วคราว 43 จุด

ชาวกัมพูชาและชาวไทยบริเวณทางเดินก่อนเข้าสู่จุดตรวจหนังสือเดินทางของ ตม.ฝั่งขาออก ที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา โดยพบว่าบรรยากาศการขนส่งสินค้าเข้ากัมพูชาผ่านช่องทางนี้ยังคงเป็นไปอย่างปกติ และยังคงมีชาวกัมพูชาข้ามมาทำงานแบบเช้าไป-เย็นกลับที่ตลาดโรงเกลือผ่านช่องทางนี้

แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่รอบๆ ด่านคลองลึกเริ่มเกิดผลกระทบ หลังจากที่ซอเค็ง รมว.มหาดไทย ของกัมพูชามีคำสั่งปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวตามแนวชายแดน จ.บันเตียเมียนเจยทั้งหมด 43 จุด ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันชาวกัมพูชาที่ไม่มีเอกสาร ลักลอบไปทำงาน หลังไทยออก พ.ร.ก.การทำงานคนต่างด้าวฉบับใหม่ และป้องกันการค้าหนีภาษี ละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ

ล่าสุดจากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าว พบว่าผลจากการปิดช่องทางผ่านแดนชั่วคราว 43 จุด ได้ส่งผลกระทบกับภาคการเกษตรฝั่งไทย ด้าน จ.สระแก้ว 3 อำเภอ คืออรัญประเทศ โคกสูง ตาพระยา เพราะเดิมแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางผ่านช่องทางชั่วคราวเหล่านี้เพื่อมารับจ้างแบบเช้าไป-เย็นกลับ โดยฝั่งไทยจะมีจุดที่เรียกว่า "จุดอนุโลมแรงงานไปเช้า-เย็นกลับ" หรือ "จต.อ." กำกับอยู่ตามช่องทางดังกล่าว แต่หลังจากมีคำสั่งของ รมว.มหาดไทยกัมพูชาดังกล่าว ก็ไม่มีการข้ามแดนของแรงงานกัมพูชาในช่องทางอนุโลมนี้เลย

นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานการปิดช่องทางผ่านแดนชั่วคราวในจังหวัดอื่นๆ ที่มีแดนติดต่อกับกัมพูชา ทั้งจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีแต่อย่างใด

ส่วนบรรยากาศที่ด่านถาวรคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามปอยเปตของกัมพูชา ที่ฝั่งขาออก มีชาวไทยและชาวกัมพูชาที่มีเอกสารเดินทางข้ามแดน นอกจากนี้ ตามทางหลวงหมายเลข 33 ที่มุ่งสู่ด่านชายแดน มีจุดตรวจของตำรวจและทหารเป็นระยะ คอยเรียกชาวกัมพูชาที่ไม่มีเอกสารลงจากรถโดยสาร

ส่วนฝั่งขาเข้า ที่ด่านคลองลึก พอมีชาวไทยและกัมพูชาข้ามแดนมาบ้าง และนักเรียนชาวกัมพูชายังคงใช้ช่องทางนี้ มาเรียนฝั่งไทยแบบเช้าไป-เย็นกลับ

 

ชายแดนแม่สอด แรงงานพม่ายังเดินทางกลับหลักพัน
แต่เริ่มน้อยลงเมื่อเทียบกับหลายวันก่อน

แรงงานจากพม่าเดินทางข้ามชายแดนไทย-พม่า มาถึงฝั่งเมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2560 ก่อนที่จะเปลี่ยนพาหนะซึ่งเจ้าหน้าที่พม่าจัดเตรียมไว้ แบ่งกลุ่มตามภูมิลำเนาสำหรับเดินทางกลับบ้านต่อไป (ที่มา: รวีพร ดอกไม้/เอื้อเฟื้อภาพ)

 

ส่วนที่ชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ตรงข้ามเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า เจ้าหน้าที่ทั้งฝั่งพม่าและไทยยังคงอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานจากพม่าที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาซึ่งในวันนี้ยังคงมีผู้เดินทางกลับนับพันคน แต่จำนวนผู้เดินทางกลับเริ่มลดจำนวนลงเมื่อเทียบกับวันก่อนๆ

นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. มีการปิดท่าข้ามแดนธรรมชาติฝั่งแม่น้ำเมยทุกจุด และให้แรงงานจากพม่าผ่านแดนตรงสะพานมิตรภาพไทย-พม่าเท่านั้น

 

ผบ.ตำรวจภูธรภาค 6 สั่งยกเลิกจุดตรวจ 2 แห่งบนถนนตาก-แม่สอด
หลังถูกร้องเรียนเรียกเก็บเงินแรงงานข้ามชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าเป็น "วิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ที่ 0021.131/266 ของ พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ได้สั่งการให้ยกเลิกการตั้งจุดตรวจห้วยยะอุ สภ.พะวอ และจุดตรวจท่าเลย์ สภ.แม่ท้อ และจุดตรวจอื่นๆ ใน ภ.จว.ตาก ยกเว้นจุดตรวจ/ด่านตรวจ ตามมติ ครม. กอ.รมน. กองทัพภาคที่ 3 หรือจุดตรวจตามกฎหมายอื่นๆ

นอกจากนี้ยังกำชับว่า "การตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ ร่วมกับฝ่ายทหารหรือฝ่ายปกรอง ให้คำนึงถึงขอบเขตการดำเนินการระมัดระวังการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้วาจาที่ก้าวร้าว/หยาบคาย พูดจาส่อเสียด/ดูถูกเหยียดหยาม การใช้คำพูดที่กระตุ้นให้เกิดการใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน"

ในคำสั่งยังห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจกระทำการอย่างใด โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อให้ได้มาเพื่อทรัพย์สินหรือประโยชน์อันใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยเด็ดขาด

โดยก่อนหน้านี้ มีการร้องเรียนว่ามีด่านตรวจบางแห่ง บนทางหลวงระหว่างตาก-แม่สอด เรียกเก็บเงินจากแรงงานข้ามชาติที่เดินทางกลับประเทศ จน ทุนวิน ผู้ว่าราชการเมืองเมียวดี ต้องทำหนังสือผ่านประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า หรือทีบีซี มายังเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เพื่อขอความชัดเจนว่าเก็บเงินเป็นค่าอะไร

ขณะเดียวกันในการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.ทวิชชาติ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ ได้ให้เหตุผลของการยกเลิกจุดตรวจว่า เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ได้มีคำสั่งตั้งด่านตรวจ 2 ด่านที่อยู่ในอำนาจด้แก่ ด่านห้วยยะอุ และด่านแม่ท้อ และยังคงเหลือด่านเพื่อความมั่นคงด่านเดียว โดยยกเลิกไปจนกว่าจะมีความจำเป็นตั้งใหม่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับบ้าน และเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาด้านอาชญากรรม เพราะมีด่านความมั่นคงอยู่หนึ่งด่าน และเพิ่มความเข้มในการสืบสวนหาข่าวทั้งยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย การลักลอบของหนีภาษี ใช้วิธีการสืบสวนสอบสวน ส่วนผลการสอบสวนหากพบมีตำรวจผิดจริงจะลงโทษทั้งทางวินัย และดำเนินคดีอาญา

 

กระทรวงแรงงานตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกแรงงานข้ามชาติ

ขณะเดียวกันสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการในที่ประชุมซูเปอร์บอร์ด ให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่ออำนวยการอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวซึ่งจะประกอบด้วย ส่วนบัญชาการ ส่วนติดตามและรายงานผล ส่วนวิเคราะห์ข่าวสาร ส่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์ ส่วนประชาสัมพันธ์ และส่วนปฏิบัติการระดับจังหวัด

โดย พล.อ.ศิริชัย ยังได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานกำหนดแนวทางเพื่อออกประกาศให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 33/2560 โดยให้ดำเนินการดังนี้ 1) เร่งออกมาตรการดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด 2) เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกระทรวงแรงงานทุกคนจะต้องปฏิบัติด้วยความโปร่งใสไร้ทุจริต 3) เร่งออกอนุบัญญัติ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยให้มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย และ 4) ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและรายงานสถานการณ์เป็นรายวัน

ส่วนกรณีที่แรงงานที่นายจ้างไม่ตรงตามบัตรหรือไม่มาขอใบอนุญาตทำงานทันภายในกำหนด ขอให้ไปติดต่อขอเปลี่ยนนายจ้างและขอใบอนุญาตทำงานได้ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 และสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว (สบต.) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สำหรับกลุ่มนายจ้างที่แรงงานไม่มีเอกสาร โปรดรอฟังแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างแรงงานที่ชัดเจนในลำดับต่อไป

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์