ไทยเตรียมเสนอจำกัดปริมาณส่งออกยางพารา

การยางแห่งประเทศไทยเตรียมร่วมประชุมสภาไตรภาคียางพารา ITRC ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย พร้อมเสนอมาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกยางพาราของ 3 ประเทศ แก้ไขปัญหายางพาราผันผวน ด้านชาวสวนยางห่วงราคาตกต่ำมากกว่าขาดแรงงาน
 
9 ก.ค. 2560 สำนักข่าวไทย รายงานว่านายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า กยท. ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ได้ร่วมประชุมหารือแนวทางและมาตรการแก้ปัญหายางพารา ในเวทีสภาไตรภาคียางพารา (International Tripartite Rubber Council – ITRC) ครั้งที่ 28 ร่วมกับประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย โดยในครั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ประเทศไทยเสนอทั้ง 2 ประเด็น คือ จะเร่งดำเนินการจัดประชุมระดับรัฐมนตรีของ 3 ประเทศให้เร็วขึ้นจากเดิมกำหนดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นเดือนกันยายนนี้
 
“สำหรับประเทศไทยได้เสนอให้มีการนำมาตรการจำกัดการส่งออกมาใช้อีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาราคายางผันผวนในระยะสั้น ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะทำงานฯ ศึกษารายละเอียดด้าน จำนวน/ระยะเวลา/ สัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีของ 3 ประเทศเห็นชอบและสั่งการต่อไป” ผู้ว่าการ กยท. กล่าว
 
ชาวสวนยางห่วงราคาตกต่ำมากกว่าขาดแรงงาน
 
ด้าน มติชนออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมาว่านายวีระศักดิ์ สินธุวงศ์ ประชาสัมพันธ์สภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวว่าการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรชาวสวนยางช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นการประกาศใช้อย่างกระทันหัน ทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ตามโรงงานต่างๆ เกิดภาวะตกใจ เดินทางออกนอกประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานในโรงงานแปรรูปยางขนาดเล็ก อย่างโรงงานน้ำยางข้น ซึ่งใช้แรงงานต่างด้าวทุกกระบวนการผลิตตั้งแต่การนำน้ำยางไปขึ้นรูป การนำยางไปรมควัน การตากยาง เมื่อขาดแรงงานจึงทำให้ไม่สามารถโรงงานไม่สามารถเดินหน้าผลิตได้ ต้องหยุดกิจการ หรือ หยุดการผลิตบางส่วนไปเป็นจำนวนมาก แต่เชื่อว่าภายใน 2–3 สัปดาห์จากนี้ แรงงานน่าจะจัดการเรื่องเอกสาร และกลับเข้าทำงานสู่ภาวะปกติ
 
“ยอมรับว่าผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวครั้งนี้ กระทบต่อชาวสวนเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้สาหัสเหมือนภาคเกษตรอื่น เนื่องจากขณะนี้ราคายางตกต่ำอยู่แล้ว ทำให้ชาวสวนบางคนตัดสินใจเลิกกรีดยาง จึงไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว ผลกระทบจึงไม่เยอะมาก นอกจากนี้โรงงานแปรรูปได้รับกระทบจากราคายางอยู่แล้ว ทำให้ไม่ได้เร่งการผลิตมาก เมื่อแรงงานต่างด้าวไม่มาทำงาน ก็ปิดบางส่วนไป เหลือไว้เฉพาะส่วนที่เป็นแรงงานคนไทยทำหน้าที่ผลิตต่อไป ผลกระทบจึงมีไม่มากนัก เชื่อว่าแรงงานน่าจะกลับเข้ามาเร็วๆนี้ แต่ปัญหาราคายางตกต่ำ ยังเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าปัญหาแรงงานด้วยซ้ำ” นายวีระศักดิ์ กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์