ยูเอ็นประณามอิสราเอล-ปราบผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์กรณีมัสยิดอัลอักซอ

ในช่วงที่ชาวปาเลสไตน์ประท้วงกรณีอิสราเอลจำกัดคนเข้ามัสยิดอัลอักซอ และต่อมาเกิดความรุนแรงจากการปราบปรามผู้ชุมนุมที่มีการใช้ทั้งแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริง มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ทางสหประชาชาติประณามการใช้ความรุนแรงในครั้งนี้ ขณะเดียวกันมีชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ถูกชาวปาเลสไตน์บุกสังหารเสียชีวิต 3 ราย

มัสยิดอัลอักซอ ในนครเยรูซาเลม อิสราเอล
ที่มาของภาพประกอบ: Andrew Shiva/
Wikipedia /CC BY-SA 4.0

22 ก.ค. 2560 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวประณามกรณีการสังหารชาวปาเลสไตน์ที่ประท้วงการปิดกั้นมัสยิดอัลอักซอว่าถือเป็นการกระทำที่ชวนให้รู้สึก "น่าตำหนิอย่างยิ่ง" โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวมีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหาร 3 คน หนึ่งในนั้นถูกสังหารโดยชาวอิสราเอล

กูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนในกรณีการสังหารดังกล่าวหลังจากที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในที่ชุมนุม ชาวปาเลสไตน์ประท้วงต่อต้านที่อิสราเอลปิดกั้นไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไปในมัสยิดแห่งนี้โดยอ้างเรื่องมาตรการความปลอดภัย กูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้ผู้นำของทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอลหยุดยั้งการกะทำที่จะทำให้เกิดการยกระดับความรุนแรงมากขึ้นโดยบอกว่าพื้นที่ทางศาสนาควเป็นพื้นที่ในการไตร่ตรอง ไม่ใช่พื้นที่ความรุนแรง

กองกำลังอิสราเอลปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาโดยมีการใช้ทั้งแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงยิงเข้าใส่ฝูงชนชาวปาเลสไตน์ผู้ประท้วงมาตรการใหม่ที่ห้ามไม่ให้คนอายุน้อยกว่า 50 ปี เข้าไปสู่มัสยิดรวมถึงมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับเหล็ก มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมามีเหตุเจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 รายถูกสังหาร ซึ่งชาวปาเลสไตน์ 3 คน ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก่อนที่พวกเขาจะถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

องค์กรเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 450 รายจากการปราบปรามผู้ชุมนุมในเขตเวสต์แบงก์และนครเยรูซาเลม อย่างน้อย 215 รายที่บาดเจ็บจากการสูดดมแก๊สน้ำตาเข้าไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามีชาวอิสราเอล 3 คนที่ถูกสังหารโดยชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์เช่นกัน ขณะที่สื่ออิสราเอลรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินและพลุไฟใส่

องค์กรปาเลสไตน์พริซอนเนอร์ส์คลับเปิดเผยว่ามีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 21 รายถูกจับกุมจากการประท้วงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ก.ค.)

ก่อนหน้านี้พื้นที่อัลอักซอเป็นพื้นที่ที่ชาวมุสลิมเป็นผู้ควบคุมดูแลและสามารถให้ชาวยิวเข้าไปได้แต่ไม่ให้มีการสวดภาวนาที่นี่

ประเทศตุรกี อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และเลบานอน ต่างก็ประณามการที่อิสราเอลเพิ่มการควบคุมมัสยิดแห่งนี้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการออกแถลงการณ์ประณามว่าอิสราเอลทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตจากการ "ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ" ทางด้านอียิปต์เตือนว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์และประเทศมุสลิมมาจากการจำกัดเสรีภาพทางศาสนามากเกินไป

อีเมียร์ ทามิม บิน ฮาหมัด ประมุขแห่งกาตาร์ก็ทรงแสดงความเห็นต่อกรณีปาเลสไตน์ไปพร้อมๆ กับช่วงที่มีพระดำรัสในกรณีวิกฤตกลุ่มประเทศกล่าวแบนกาตาร์ โดยทรงพระราชดำรัสว่าทรงแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันร่วมกับพี่น้องชาวปาเลสไตน์และทรงประณามการปิดมัสยิดที่ถือเป็นการแบ่งแยกมากกว่าการทำให้เกิดเอกภาพและความปรองดอง

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ก็ประกาศระงับการติดต่อกับอิสราเอลจนกว่าพวกเขาจะยกเลิกมาตรการปิดกั้นมัสยิดอัลอักซอ ซึ่งแฮร์รี ฟาวเซตต์ นักข่าวอัลจาซีราวิเคราะห์ว่ามันหมายถึงการที่ปาเลสไตน์จะเลิกให้ความร่วมมือทางความมั่นคงกับอิสราเอล ขณะเดียวกันก็ทำให้เสี่ยงต่อกรเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่ายมากขึ้นซึ่งยากที่จะทำให้เกิดการอมชอมกันได้ในระยะสั้น

เรียบเรียงจาก

Al-Aqsa: UN slams Israel killings of young Palestinians, Aljazeera, 22-07-2017