ผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ซื้อเรือดำน้ำจีน ไม่ขัด รธน. - ไม่รับคำร้อง 'เรืองไกร'

ผู้ตรวจการแผ่นดินยุติการพิจารณาเรื่องซื้อเรือดำน้ำจากจีน เหตุไม่มีได้ขัดรัฐธรรมนูญ การจัดซื้อไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาที่ต้องเสนอสภาฯ  พร้อมกับไม่รับคำร้อง 'เรืองไกร' ปมขอให้ส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.ตราขึ้นโดยชอบหรือไม่ ชี้ เรื่องการตรากฎหมาย ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ 

 

26 ก.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า รักษ์เกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และ 2550 ขัดรัฐธรรมนูญ  เพราะองค์ประชุมไม่ครบ  ตามที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้อง เนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการตรากฎหมาย ไม่เกี่ยวกับเนื้อหากฎหมาย ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงไม่อยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินการได้ จึงมีมติไม่รับคำร้องของผู้ร้องเรียนไว้พิจารณา  

รักษเกชา กล่าวว่า  นอกจากนี้ คำร้องที่มีผู้ร้องเข้ามาเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายฉบับต่างๆ เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ถ้าไม่มีอะไรแตกต่าง ก็อาจจะมีผลคำวินิจฉัยออกมาในรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องรอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาก่อน เช่น  พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 และ  พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2550 รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ด้วย 

ยุติการพิจารณาปมซื้อเรือดำน้ำจีน ระบุไม่ขัด รธน.

ส่วนผลการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ S-26T ระหว่างกองทัพเรือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำร้องของ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นั้น รักษเกชา แถลงว่า ไม่พบเหตุผิดปกติ หรือ มีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงมีมติให้ยุติเรื่องดังกล่าว  

รักษ์เกชา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำ ซึ่งมีการก่อหนี้ผูกพัน วงเงิน 13,500 ล้านบาท ได้มีการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ใช้บังคับแล้ว โดยเสนอ ครม.พิจารณาตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2559 จึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา 23 วรรค 3 ของ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จึงถือว่าชอบด้วยวิธีการงบประมาณ 

“ส่วนมติคณะรัฐมนตรี วันที่  18 เมษายน พ.ศ.2560 เป็นการรับทราบและเห็นชอบ ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ก่อนดำเนินการเท่านั้น อีกทั้ง การจัดซื้อดังกล่าวยังเป็นไปตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 โดยมีการปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์มาโดยลำดับ จึงมิได้เป็นการสร้างภาระแก่ประเทศชาติ หรือประชาชนโดยไม่จำเป็น หรือเกินสมควรแต่อย่างใด” รักษ์เกชา กล่าว  

รักษ์เกชา กล่าวว่า  สำหรับกรณีที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำถือเป็นหนังสือสัญญา ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนหรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ไม่มีลักษณะเป็นสัญญา ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 178 เนื่องจากเป็นข้อตกลงจัดสร้างเรือดำน้ำ เป็นการทำสัญญาซื้อขายเชิงพาณิชย์ ในทำนองเดียวกับการทำสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน  จึงไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน  อีกทั้ง กรณีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่า จะเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่  

ที่มา : สำนักข่าวไทย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น