ไหนล่ะปฏิรูปผังเมือง?



 

ขึ้นต้นเป็นลำไม่ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา เนื้อเพลงบ้องกัญชาของครูไวพจน์แว่บขึ้นมาได้เมื่อนึกถึงงานปฏิรูปผังเมืองของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งโหมโรงซะใหญ่โต แต่งตั้งกูรูผู้รู้นักวิชาการนั่งใน สปช. สปท. คิดกันหัวแทบแตก เสนอ สนช.รับทราบ ส่งไปยังรัฐบาลแล้วก็หายต๋อมในม่านหมอกควัน

งานใหญ่งานช้างมุ่งล้างระบบไร้ประสิทธิภาพเดิม ดันส่งไปให้ข้าราชการประจำพิจารณา ซึ่งก็ปกติคิดอะไรเป็นครับ นอกจากการปฏิรูปคือการเพิ่มงบประมาณ เพิ่มอัตรากำลัง จากนั้น กพร. และสำนักงบประมาณ ก็จะรำออกหน้าม่านส่งสาส์นอย่างโกรธาว่าสิ้นเปลือง เพราะเพิ่มคนเพิ่มค่าใช้จ่าย สุดท้ายหยักตื้นติดกึกหยักลึกติดกัก

ตัวเนื้อสาระการปฏิรูปยังไม่กระจายอำนาจการจัดการผังเมือง คงกระจุกตัวที่ส่วนกลางทั้งหมด ทั้งๆ ที่ศึกษาเปรียบเทียบมามากมาย ดูงานต่างประเทศก็หลายหน ยังไม่รู้อีกว่างานผังเมืองแท้จริงแล้วเป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองบ้านเมืองสวยงาม นั่นแหล่ะผังเมืองในมือของท้องถิ่นทั้งนั้น

เมื่อคิดอยู่ได้ว่าต้องสร้างซุปเปอร์องค์กรทำงานผังเมืองทั้งระบบ เลยเป็นตรรกะที่ต้องเพิ่มคนเพิ่มเงินให้กับหน่วยงานที่จะสร้างใหม่นี้มหาศาล คนคุมเรื่องคนเรื่องงบก็ต้องรีบกระตุกเพราะมันไปเพิ่มโหลดตัวเลขรายงานต่อหน่วยเหนือ สวนทางนโยบายการลดกำลังคนและงบประมาณอีก

งานผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะจึงควรจัดการเชิงนโยบายให้เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกแบบใหม่ให้กระบวนการและขั้นตอนออกฎหมายจากท้องถิ่นโดยท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจเลือกวิถีทางเดินพัฒนาบ้านเมืองของตนเอง แล้วเสร็จทุกขั้นตอนในระดับจังหวัด ไม่ควรให้กรรมการจากกรุงเทพเป็นคุณพ่อรู้ดีกำหนดชะตาชีวิตในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งทำให้ผังเมืองออกมาได้อย่างรวดเร็วรับกับการเติบโตของเมือง

เมื่อยืนบนหลักการกระจายอำนาจแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้มีหน่วยงานผังเมืองอ้วนเทอะทะ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนอีกเลย ใช้คนที่มีอยู่นี่แหล่ะเท่านั้นพอ ปัจจุบันมีข้าราชการนักผังเมือง 86 คน และนักวิเคราะห์ผังเมือง 86คน หากรวมพนักงานราชการผังเมืองอีก จำนวน 79 คน พนักงานวางผังเมือง 52 คน และพนักงานวิเคราะห์ผังเมือง 183 คน รวมคนทำงานโดยตรงด้านผังเมือง (ไม่รวมสายสนับสนุน) 486 คน เหลือเฟือครับ

อย่าลืมเรากำลังทำงานบนพื้นฐานการกระจายอำนาจ และการใช้เครือข่ายการผังเมืองซึ่งสถาบันการศึกษารวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนพร้อมที่เข้ามาช่วยทันทีถ้าหน่วยงานจะคิดใหม่ลดการสั่งการตามลำดับชั้นแต่แสวงหาพันธมิตรการทำงาน การปฏิรูปจริงๆ แล้ว ต้องเริ่มจากวิธีคิดไม่ใช่หรือ

ทีนี้ 486 คน พอเหรอ ตอบเลยพอครับ ผังเมืองไม่จำเป็นต้องมีส่วนภูมิภาค เพราะส่วนภูมิภาคเอาเข้าจริงควรยุบออกไปจากสังคมไทยด้วยซ้ำ จำนวนสี่ร้อยกว่าชีวิตให้กระจายตามศูนย์ระดับภาค เลือกพื้นที่เป็นสำนักงานภาคในเขตตรวจราชการ 18 เขตเพียงพอแล้ว การประชุมผังเมืองของจังหวัดต่างๆ ไม่ได้มีทุกวัน การจัดการแบ่งงานทำได้อยู่แล้ว

ไม่เห็นต้องใช้คนใช้เงินมากมายเป็นพันๆ ล้าน อย่างที่ข้าราชการประจำเสนอขึ้นไปให้ฝ่ายนโยบายตกอกตกใจเดินไม่ได้ไปไม่เป็น วันนี้ฝ่ายนโยบายต้องเคาะให้การปฏิรูปผังเมืองเป็นรูปร่างทั้งระบบ อย่าปล่อยให้ข้าราชการทำตามลำพัง ไม่สำเร็จหรอกเพราะจะพลัดตกคลองหลอด ติดเชื้อตายแน่นอนครับ