คปอ.โต้คอลัมนิสต์เดลินิวส์ ยันไร้ใบสั่งจัดต้านแก้ ก.ม.บัตรทอง

คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ แถลงโต้ “ดินสอโดม” คอลัมนิสต์ในเดลินิวส์ หลังลงข้อความในลักษณะที่ชวนให้เข้าใจได้ว่างานเสวนาที่ คปอ. จัดขึ้น เป็นของ นพ.วินัย สวัสดิวร อดีตเลขาธิการ สปสช. เพื่อต้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ

คอลัมน์ “คนหน้า 5” โดย “ดินสอโดม” ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  24 ก.ค.60

2 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ข้อเท็จจริงที่คลาดเลื่อนในคอลัมน์ “คนหน้า 5” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 2560 แถลงการณ์ ระบุว่า หลังจากที่ คปอ. ได้จัดเสวนา "จากบัตรทองสู่บัตรอนาถา? ปัญหาและทางออกของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค" ขึ้น เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ปรากฎว่าเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ก.ค.60 คอลัมน์ “คนหน้า 5” โดย “ดินสอโดม” ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ลงข้อความในลักษณะที่ชวนให้เข้าใจได้ว่างานดังกล่าวจัดขึ้นโดย นพ.วินัย สวัสดิวร อดีตเลขาธิการ สปสช. เพื่อต้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

คปอ. ชี้แจงว่า นพ.วินัย ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการจัดงานเสวนาดังกล่าว แต่งานนี้เป็นการจัดร่วมกันระหว่างพรรคใต้เตียง มธ. ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คปอ. ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมที่เคยจัดเสวนาในประเด็นต่าง ๆ มาหลายครั้ง เช่น เสรีภาพทางศาสนา สวัสดิการการศึกษา สิทธิคนหลากหลายทางเพศ สิทธิแรงงาน ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นต้น ซึ่งในการจัดงานทุกครั้ง คปอ. เป็นฝ่ายเลือกวิทยากรเองจากการปรึกษากันในกลุ่ม โดยไม่มีอิทธิพลจากภายนอกแทรกแซงแต่อย่างใด

คปอ. ชี้แจงด้วยว่า จุดมุ่งหมายของงานนี้คือเพื่อกล่าวถึงปัญหาที่พบในการดำเนินโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และเสนอทางออกร่วมกันเพื่อช่วยให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายั่งยืนต่อไป การตั้งชื่องานว่า “จากบัตรทองสู่บัตรอนาถา?” นั้นจงใจใส่เครื่องหมายคำถามไว้ เพื่อตั้งคำถามว่าการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จะทำให้บัตรทองกลายเป็นบัตรอนาถาจริงอย่างที่ฝ่ายคัดค้านวิจารณ์หรือไม่ ซึ่งอาจไม่จริงก็ได้ ในการนี้ คปอ. ไม่เพียงติดต่อผู้คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. นี้มาเป็นวิทยากรเท่านั้น แต่ยังติดต่อผู้สนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ. นี้อีกหลายท่าน ทั้งแพทย์ องค์กรแพทย์ และนักวิชาการ ทั้งทางโทรศัพท์และทางจดหมาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดตอบรับ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิทยากรทุกคนจะสนับสนุนให้ดำเนินโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคต่อไป แต่ในงานก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ นำเสนอปัญหาที่พบอย่างเข้มข้น รวมทั้งเสนอแนะทางแก้ต่าง ๆ ไว้ด้วย

โดยสรุป งานเสวนา "จากบัตรทองสู่บัตรอนาถา? ปัญหาและทางออกของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค" ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อต้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 แต่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอปัญหาที่พบและเสนอทางออกร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้นคืองานนี้ไม่ได้จัดโดย นพ.วินัย สวัสดิวร แต่จัดร่วมกันระหว่างกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกลุ่มนักกิจกรรม โดยเชิญ นพ.วินัย เป็นวิทยากร

"ขอชี้แจงข้อเท็จจริงข้างต้นไปยัง “ดินสอโดม” ผู้เขียนคอลัมน์ “คนหน้า 5” ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ทาง คปอ. หวังว่าท่านจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้องก่อนเขียนคอลัมน์พาดพิงผู้อื่นในอนาคต หากมีข้อสงสัยประการใดท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลและติดต่อคณะผู้จัดได้ทางเฟซบุ๊ค โทรศัพท์ถึงวิทยากรด้วยตนเอง หรือจะสอบถามนักข่าวที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ของท่านส่งมาทำข่าวงานเสวนาครั้งนี้ก็ได้" แถลงการณ์ของ คปอ. ระบุตอนท้าย 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์