จีนตักเตือนเกาหลีเหนือ หลังยูเอ็นคว่ำบาตรกดดันกรณีทดลองอาวุธ

จีนเริ่มแสดงบทบาทมากขึ้นต่อกรณีเกาหลีเหนือทดลองอาวุธหลังจากที่โลกเริ่มกดดันเกาหลีเหนือมากขึ้นด้วยมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักครั้งใหม่ที่มีการแบล็กลิสต์เจ้าหน้าที่และธุรกิจในเกาหลีเหนือ โดยรมต.ต่างประเทศของจีนเตือนเกาหลีเหนือว่าอย่ายั่วยุประชาคมโลกด้วยการทดลองอาวุธอีก

7 ส.ค. 2560 หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเตือนเกาหลีเหนือว่า อย่ายั่วยุประชาคมโลกด้วยการทดลองขีปนาวุธหรืออาวุธนิวเคลียร์อีก โดยบอกว่าสถานการณ์ความขัดแย้งคาบสมุทรเกาหลี "กำลังอยู่ในระยะอันตรายมาก" หวังอี้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ส.ค.) หลังจากที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางการเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือพยายามทดลองขีปนาวุธอีกครั้งในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ทำให้กลายเป็นประเด็นเรื่องความมั่นคงเอเชียตะวันออกและคาบสมุทรเกาหลีอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายูเอ็นเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือด้วยการสั่งแบนธุรกิจส่งออกเกาหลีเหนือที่ทำเงิน 3,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้วรวมถึงห้ามลงทุน หรือร่วมทุนใดๆ กับบริษัทเกาหลีเหนือ 

นอกจากนี้ยูเอ็นยังมีการลงบัญชีดำชาวเกาหลีเหนือ 9 รายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตัวแทนบรรษัทกับธนาคารเข้าไปในการคว่ำบาตรด้วย โดยห้ามไม่ให้พวกเขาเดินทางและมีการสั่งอายัดทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้

ในคราวนี้ทางการจีนตัดเตือนเกาหลีเหนือว่า ควรจะติดสินใจโดยใช้สติปัญญามากกว่านี้ในเรื่องโครงการอาวุธของพวกเขา โดยที่หวังอี้กล่าวเตือน รียองโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือว่า อย่าละเมิดการตัดสินใจของสหประชาชาติหรือยั่วยุประชาคมโลกที่หวังดีด้วยการทดลองอาวุธอีก และขอให้เกาหลีเหนืออยู่อย่างสงบไม่ตอบโต้การคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

หวังอี้พูดถึงการคว่ำบาตรของยูเอ็นว่า ไม่เพียงเป็นการพยายามสกัดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้ประเด็นนี้กลับสู่การนั่งโต๊ะเจรจาหารือกันด้วย นอกจากนี้เขายังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อรัฐบาลจีนว่า เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตัดสินและปฏิบัติการด้วยความรับผิดชอบเพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเกิดการยกระดับสถานการณ์

ร่างการคว่ำบาตรในครั้งนี้สหรัฐฯ เป็นคนร่างและมีการหารือร่วมกับจีนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเกาหลีเหนือ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นแสดงท่าทีทางบวกกับการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดโดยมองว่าจะเป็นการกดดันเกาหลีเหนือมากยิ่งขึ้นได้ โดยที่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการทดลองอาวุธของเกาหลีเหนือ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ก็กล่าวชื่นชมการคว่ำบาตรโดยยูเอ็นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นิกกี เฮลีย์ เอคอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นกล่าวว่า แค่การคว่ำบาตรยังไม่เพียงพอจะหยุดยั้งเกาหลีเหนือได้ โดยมองว่าเกาหลีเหนือยังเป็นภัยและต้องมีมาตรการอื่นๆ ที่จะคุ้มครองสหรัฐฯ และพันธมิตรของสหรัฐฯ แต่หลิวเจียอี้เอคอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็นก็เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการติดตั้งระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง หรือ THAAD ในเกาหลีใต้รวมถึงเรียกร้องให้รื้อถอนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปแล้ว โดยอ้างว่าการติดตั้ง THAAD เป็นการ "ยกระดับความตึงเครียด"

ฮิโตชิ ทานากะ ประธานสถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์นานาชาติของสถาบันวิจัยแห่งญี่ปุ่นเคยเขียนบทความเมื่อเดือน ก.ค ถึงกรณีบทบาทของจีนกับเกาหลีเหนือก่อนหน้าการคว่ำบาตรในครั้งนี้ว่า จีนเป็นประเทศที่ส่งอิทธิพลต่อเกาหลีเหนือได้ง่ายมาก เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จึงควรทำงานร่วมกันเพื่อให้จีนให้ความร่วมมือกับพวกเขาทั้งในการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือและการหารือปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ โดยที่ทานากะปะเมินว่าจีนเองก็ไม่อยากให้เกิดสงครามด้วยว่าจะส่งผลกระทบทางลบกับพวกเขาในหลายแง่ หนึ่งในนั้นคือการเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเข้าไปมีอิทธิพลในคาบสมุทรเกาหลีได้มากขึ้น

 

เรียบเรียงจาก

North Korea must not provoke international community, China says, The Guardian, 06-08-2017

https://www.theguardian.com/world/2017/aug/05/un-north-korea-sanctions-nikki-haley

Breaking the impasse with North Korea, Nitoshi Tanaka, East Asia Forum, 04-07-2017

http://www.eastasiaforum.org/2017/07/04/breaking-the-impasse-with-north-korea/