คิดถึงจิตใจบ้าง! ประยุทธ์โอดเป็น 'หัวหน้า คสช.' ถูกต่างประเทศแบล็คลิสต์ห้ามเข้า

ประยุทธ์ ยันวันนี้ต่างชาติยังค้าขายกับเราเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ให้ตนเดินทางไปเยือนเพียงคนเดียว เพราะเป็นหัวหน้าคณะ คสช. วอนคิดถึงจิตใจบ้าง เตือนอย่าไปเชื่อ ลดโครงการ 30 บาทหรือบัตรทอง แนะพามาปรับทัศนคติ

ที่มา เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

7 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบว่า  วันนี้ (7 ส.ค. 60)  เวลา 09.00 น. ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตลอดจนตัวแทนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ พร้อมกัน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวเกี่ยวกับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนไม่ต้องการละเมิดใครทั้งสิ้น ปัญหาการก่อการร้าย สุดโต่ง เวลานี้เกิดขึ้นทั้งโลกฉะนั้นเราต้องคัดกรองคนของเรา พร้อมช่วยเฝ้าระวัง เรื่องเศรษฐกิจเราต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อให้ขายได้ ถ้าเราไม่พัฒนาก็จะถอยหลังลงเรื่อยๆ เมื่อขายใครไม่ได้เราก็จะล่มสลาย วันนี้รัฐบาลกำลังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งระบบบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวก โดยแก้กฎหมายให้ทันสมัย กำจัดการทุจริต ซึ่งการทุจริตจะเกิดจากคนคนเดียวไม่ได้ ต้องทั้งคนให้และคนรับ ขอให้หามาให้ตนตนจะลงโทษทั้งหมด 

"ยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลวางไว้ เขียนไว้เพื่อให้ตอบโจทย์ให้ได้ถ้าคิดว่ารัฐบาลนี้ทำไว้ไม่ดีรัฐบาลใหม่ก็สามารถแก้ได้ในวันข้างหน้าได้สิ่งที่แก้ต้องดีกว่าที่ทำไว้ หากคิดแบบเดิมประเทศก็ยังเดินไปไม่ได้ ฉะนั้นขอฝากท้องถิ่น ทั้งเทศบาล อบต., อบจ. ให้เข้าใจตรงนี้ด้วย โดยเอายุทธศาสตร์ชาติไปขับเคลื่อน แล้วก็จะได้เลือกตั้งกันเอง มีการเลือกตั้งคนที่ลงสมัครต้องหาเสียงแบบนี้ไม่ใช่หาเสียงแล้วทำให้ประเทศล้มเหลว ทั้งเรื่องงบประมาณที่ทำให้เกิดความเสียหายประเทศเดินไปไม่ได้ตอนนี้ยังมีคดีอีก 700 ถึง 800 คดี ผมไม่ได้เป็นคนทำใครทำก็ไปรับกันเอง"

"วันนี้ต่างชาติยังค้าขายกับเราเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ให้ผมเดินทางไปเยือนเพียงคนเดียว เพราะผมเป็นหัวหน้าคณะ คสช. แต่ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนต่างประเทศได้หมด ไปค้าขายทุกประเทศ คิดถึงจิตใจผมบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะอยากอยู่กับคนไทย นั่งบริหารในประเทศแล้ว เอาคนอื่นไปทำ ขณะที่มีแขกต่างประเทศเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลทุกวัน วันนี้ก็มีมา เขามาค้าขายชื่นชมบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เขาเห็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ เห็นช่องทางที่จะเข้ามา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่คสชเข้ามามีกว่า 100 กิจกรรมเขามองแล้วเห็นว่าดีก็จะมาร่วมโดยเฉพาะการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์เขา เพราะมาตามสัญญาที่มีอยู่เดิม เพื่อให้โครงการต่างๆเกิดเร็วขึ้น ลำพังรัฐบาลทำคงไม่พอเนื่องจากงบลงทุนมีไม่มาก ทั้งโครงการรถไฟ รถเมล์ รัฐบาลต้องดูแลประชาชนแต่ถ้าต้องใช้งบประมาณมากขึ้นต้องทำอย่างไร จึงต้องหาวิธีการรวมถึงโรงพยาบาลจะทำอย่างไรไม่ให้เขาเจ๊งนั่นคือปัญหาที่เราเจอ ประชาชนอาจจะเจอปัญหาการรักษาพยาบาลไม่ดีแต่ตนเจอปัญหาโรงพยาบาลจะเจ๊ง เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานกันไม่ไหว 

"ผมอยากให้ประชาชนออกกำลังกายกันให้มากขึ้นจะได้ปวดหัวกันน้อยลง การรักษาพยาบาลก็จะลดลง จะได้มีเงินไปดูแลส่วนอื่น ผมไม่เคยลดอะไรเลย มีแต่หาเงินเพิ่ม อย่าไปเชื่อไอ้ใครที่บอก ว่าจะลดโน้นลดนี่ ลดโครงการ 30 บาทหรือบัตรทอง พามาหาผมหน่อย ต้องพูดคุย ปรับทัศนคติกันนิดหน่อย นิสัยแบบนี้ไม่ยอมเลิก เล่นไม่เลิก แต่ผมจะทำให้เต็มที่จะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นผมว่ามันเป็นลิขิตที่ผมมายืนตรงนี้เพราะถูกลิขิตมาอะไรจะเกิดต่อไป จะเป็นลิขิตของประเทศไทยว่าจะเจริญหรือไม่เจริญ จะล่มสลายหรือไม่ล่มสลายอยู่ที่มือคนไทยทุกคน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนขอขอบคุณข้าราชการที่เสียสละ และเหน็ดเหนื่อย ขอให้บริหารราชการเพื่อการปฏิรูปให้ดีที่สุดและเร็วที่สุดไม่มีการทุจริต รัฐบาลนี้ให้งบประมาณดูแลทุกจังหวัด ทุกภาค และในปีนี้ก็ให้งบประมาณลงพื้นที่มากกว่าเดิม 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam และเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล