กสม.ผนึกกำลังร่วมกับเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันสากลชนเผ่าพื้นเมือง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผนึกกำลังร่วมกับเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันสากลชนเผ่าพื้นเมือง ประจำปี 60 กับ10 ปี ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง

9 ส.ค. 2560 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แจ้งว่า เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสถานะบุคคล สิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง กล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งการทำงานร่วมกับเครือข่ายในประเทศและพันธมิตรในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการสร้างพลัง (Synergy) ในการทำงานร่วมกันและพัฒนาการดำเนินงานและการทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และชุมชน ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้สถาบันวิชาการในท้องถิ่นเป็นที่พึ่งของชุมชน จึงจัดโครงการพัฒนาความร่วมมือเครือข่าย ในกิจกรรม: สมัชชาระดับชาติว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันสากลชนเผ่าพื้นเมือง ประจำปี 2560 โดยอาศัยความร่วมมือกับสมัชชาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 8–9 ส.ค. นี้ ณ ห้องประชุม 40 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย แกนนำและผู้แทนชนเผ่าพื้นเมืองจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย จำนวน 37 กลุ่ม ผู้แทนภาคีองค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองระหว่างประเทศ ผู้แทนเครือข่ายเด็ก เยาวชน และสตรีชนเผ่าพื้นเมือง คณะศิลปินและนักแสดงชนเผ่าพื้นเมือง นักวิชาการ สื่อมวลชน และผู้สนใจทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 702 คน

เตือนใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กสม. ร่วมเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก จากประสบการณ์การทำงานกับพี่น้องชาติพันธุ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2514 รวม 46 ปี เห็นการขยายตัว ความเข้มแข็ง และจำนวนอัตลักษณ์เพิ่มมากขึ้น การทำหน้าที่ของ กสม. ได้นำเสนอในที่ประชุมปฏิญญาชนเผ่าพื้นเมืองถึงเรื่องราวการต่อสู้ของขบวนชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย รวมถึงข้อเสนอการตั้งกลไกเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะร่วมทำหน้าที่ในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ซึ่งถือว่าเป็นการจุดประกายให้สังคมไทยยอมรับพหุวัฒนธรรมอีกด้วย

เตือนใจ กล่าวว่า ในวันที่ 9 ส.ค. ของทุกปี เป็นวันสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลก การจัดงานดังกล่าวจึงเป็นการจัดงานสมัชชาระดับชาติว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยจะเป็นการประมวลสถานการณ์สิทธิชนเผ่าในประเทศไทย การอภิปรายถึงสถานการณ์ของชนเผ่าในประเทศไทย การขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ....

นอกจากนี้ ยังมีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการกลุ่มย่อยเพื่อรณรงค์และส่งเสริมสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย  ประเด็นสถานการณ์ต่างๆ 7 ประเด็น ได้แก่ 1) เกษตรอินทรีย์คือวิถีแห่งความมั่นคงทางอาหารของชนเผ่าพื้นเมืองไทย 2) การแก้กฎหมายป่าไม้และที่ดิน และการปฏิบัติการตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐส่งผลกระทบต่อวิถีชนเผ่าพื้นเมือง อย่างไร 3) การศึกษาชนเผ่าพื้นเมืองและกระบวนการปฏิรูปการศึกษาไทย 4) การปรับตัวเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนและการมีส่วนร่วมของชนเผ่าพื้นเมือง 5) นโยบาย ยุทธศาสตร์ และการจัดการปัญหาสถานะบุคคล สำหรับคนไร้รัฐ และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย 6) ศักดิ์ศรีและโอกาสของสตรีชนเผ่าพื้นเมืองไทย 7) การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขของชนเผ่าพื้นเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์ การแสดงเจตนารมณ์ของชนเผ่าต่างๆ และเวทีเสวนา '1 ทศวรรษปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง: บทเรียน ข้อท้าทาย และอนาคตชนเผ่าพื้นเมืองไทย' ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เล็งเห็นความสำคัญถึงสิทธิของกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองและให้เกียรติในการกล่าวเปิดงานครั้งนี้

กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความก้าวหน้าเกี่ยวกับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่ประธาน และกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ โดยประเทศไทยได้ลงนามรับรอง UNDRIP มาตั้งแต่ปี 2550 และการนำเสนอวันนี้เป็นการหารือเรื่องข้อท้าทายที่มีอยู่ ดังนั้น ในการทำหน้าที่ราชการมาเกือบ 38 ปี ในกระทรวงมหาดไทย โดยได้ปฏิบัติหน้าที่กับพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ดอยผ่าหม่น ดอยยาว เชียงของ และเมื่อเริ่มเติบโตในหน้าที่ก็ได้เกี่ยวข้องกับงานสิทธิมนุษยชน โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค.2560 ได้รับโอกาสในการจัดงานและทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับได้ทำหน้าที่ถวายราชการ และนำเสนอเรื่องสถานการณ์การจัดการปัญหาสิทธิและสถานะ ซึ่งเห็นได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงห่วงใย ดูแลพสกนิกร ดูแลอาณาประชาราษฎร์ โดยไม่เลือกชนชั้น และเผ่าพันธุ์ การทรงงานของพระองค์ (ตลอด 70 ปี) ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกพื้นที่ การดูแลปากท้อง การทำมาหากิน การทำหน้าที่ของพระองค์ มีการทรงงานในพื้นที่ และดูแลสารทุกข์สุกดิบ การศึกษา สุขภาพ และอื่นๆ ซึ่งก็เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมให้ประชาชน รวมถึงพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองเข้าถึงสิทธิต่างๆ

การดำเนินการที่ผ่านมา รัฐบาลดูแลทั้งเรื่องการเข้าถึงสิทธิในการรักษาพยาบาล การศึกษา มีหลายส่วนที่เห็นว่า มีข้อโต้แย้งเรื่องสถานะ แต่ก็พยายามให้การดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานเกิดขึ้นจริงในทุกกลุ่ม นอกจากนั้น ณ ปัจจุบัน มีการขยายผลเป็นเรื่องสิทธิในการทำงาน ซึ่งมีการขยายผลไปเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การถือครองที่ดิน ที่ทำกิน และอื่นๆ โดยแม้จะมีข้อโต้แย้ง เรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ดังกล่าว รัฐบาลพยายามให้มีการดูแลมิให้กระทบกระทั่งกันมากนัก โดยการปฏิบัติงานที่ผ่านมาทำให้เห็นความยากลำบากและปัญหาเรื่องสิทธิการทำกิน ซึ่งรัฐบาลก็พยายามดูแลในภาพรวม

เรื่องการดูแล การจัดระบบสิทธิของบุคคล โดยมีการโต้แย้งเรื่องการออกนอกเขตพื้นที่ แม้ว่าจะมีการขยายเขตควบคุมจากอำเภอเป็นจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังมีข้อท้าทายคือ วิธีการพิสูจน์สถานะดังกล่าว ทั้งนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหา อาทิ กรณีของบุตรหลานเกิด เติบโต และศึกษาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 10 ปี ก็ให้พิจารณาให้สัญชาติกับบุตรหลานดังกล่าวได้เลย แม้จะมีข้อติดขัดเรื่องการดูแลความขัดแย้งระหว่างกลุ่มพวกที่อาจจะมีความแตกต่างกัน และแม้ว่าจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาสถานะในหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากภาวะปัญหาของมนุษย์ซับซ้อนและมีความเป็นพลวัต การกำหนดระยะเวลาต่างๆ ก็เป็นการสร้างเงื่อนไขที่พิจารณาแล้วเห็นความสมบูรณ์ของกลุ่มประชากรที่จะผสมกลมกลืนกับสังคมไทย ดังนั้น การกำหนดระยะเวลาการเข้าเมือง (หรือการได้รับการสำรวจว่าอยู่ในประเทศไทย) ก่อนปี ๒๕๔๒ และมีสถานการณ์การเข้าเมืองของกลุ่มต่างๆ หลังจากนั้น ระบบยังไม่อาจแก้ไขปัญหาของประชากรได้ทุกกลุ่ม แต่ก็ยืนยันเรื่องการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ

อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิและความเสมอภาคทางเพศสภาพ ขานรับข้อเสนอแนะจากกลุ่มสตรีชนเผ่า โดยกล่าวว่า ถือเป็นภารกิจหนึ่งของ กสม. ที่จะต้องร่วมสร้างศักยภาพในการส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนผ่านการสร้างความเข้มแข็งจากภายในของกลุ่มผู้หญิงชนเผ่า การขยายพื้นที่ในการสร้างความรู้ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างศักยภาพกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาในประเด็นต่อไป เนื่องจากการถูกเลือกปฏิบัติ มีการกระทำที่แตกต่างกัน เช่น การถูกเลือกปฏิบัติจากกลุ่มชนเผ่าที่มีความเชื่อพิธีกรรม นำไปสู่การเลือกปฏิบัติที่สร้างเงื่อนไขอยู่มาก

อังคณา กล่าวอีกด้วยว่า ในฐานะ กสม. ที่รับผิดชอบด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ผู้หญิงรวมถึงเพศสภาพ ดีใจที่เห็นความเป็นปึกแผ่น ความเข้มแข็งของพี่น้องชนเผ่า จากการทำหน้าที่ กสม. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงการถูกบังคับให้สูญหาย กรณีของบิลลี่และการถูกวิสามัญกรณีชัยภูมิ รวมถึงการดูแลเรื่องกลุ่มผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน กสม. ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ให้มีการปกป้องสิทธิมนุษยชนของทุกคน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น