13 ปีที่รอคอย พนง.โรงแรมมาเลเซียสู้จนได้ข้อตกลงสภาพการจ้างคืน

หลังโรงแรม 'ปิดปรับปรุง-เปลี่ยนชื่อ-เปิดใหม่' จ้างพนักงานเดิมภายใต้ข้อตกลงสภาพการจ้างใหม่ ทำให้เสียสวัสดิการต่าง ๆ ล่าสุดศาลมาเลเซียตัดสินให้พนักงานโรงแรมแชงกริ-ลาของมาเลเซีย กลับไปใช้ข้อตกลงสภาพการจ้างย้อนหลังก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุง หลังสู้กันมาถึง 13 ปี ที่มาภาพ: IUF

11 ส.ค. 2560 กรณีสถานประกอบการปิดปรับปรุงและเปิดใหม่โดยเปลี่ยนชื่อและว่าจ้างพนักงานเดิมกลับเข้าทำงาน แต่กลับเปลี่ยนสภาพการจ้างพนักงานเหล่านั้นให้เป็นเหมือนพนักงานใหม่ ซึ่งทำให้พนักงานเสียสิทธิสวัสดิการที่สะสมมารวมทั้งสภาพการจ้างงานใหม่ที่ไม่เป็นธรรม นอกจากจะพบเห็นในประเทศไทยแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซียก็มีเช่นกัน

โดย เว็บไซต์ iuf.org ของสมาคมสหภาพแรงงานอาหาร เกษตรกรรม โรงแรม ภัตตาคาร การบริการอาหาร ยาสูบและแรงงานพันธมิตรระหว่างประเทศ (IUF) ได้รายงานเมื่อต้นเดือน ส.ค. 2560 ที่ผ่านมาว่าพนักงานในเครือโรงแรมแชงกรี-ลา (Shangri-La) ซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานโรงแรมและร้านอาหารแห่งมาเลเซีย (NUHBRW) ได้สิทธิข้อตกลงสภาพการจ้างย้อนหลังคืน หลังต่อสู้ในชั้นศาลยืดเยื้อมายาวนานถึง 13 ปี

ในเดือน ธ.ค. 2547 โรงแรมแชงกรี-ลาได้ปิดโรงแรม Rasa Sayang Resort สาขาที่ปีนัง เพื่อปรับปรุงแล้วเปิดใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น Rasa Sayang Resort and Spa ในปี 2549 และได้ให้พนักงานเดิมกลับเข้าทำงาน แต่ไม่ได้ใช้ข้อตกลงสภาพการจ้างเดิมที่เคยทำกับสหภาพแรงงานไว้ เหมือนเป็นการจ้างพนักงานใหม่ซึ่งทำให้พนักงานเสียสิทธิสวัสดิการที่สะสมมา ทั้งอัตราค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ภายใต้ข้อตกลงเดิม

จากนั้นสมาชิกสหภาพแรงงาน NUHBRW ได้ดำเนินการประท้วงและยื่นเรื่องฟ้องต่อศาล ซึ่งโรงแรมแชงกริ-ลาก็ได้เปิดการต่อสู้ทางกฎหมายกับสหภาพแรงงานโดยทันที และการต่อสู้ในชั้นศาลพึ่งมายุติเมื่อเดือน เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา โดยศาลมาเลเซียได้ตัดสินให้โรงแรมแชงกรี-ลา ‘คืนสิทธิ’ ให้พนักงานกลับไปใช้ข้อตกลงสภาพการจ้างเดิม หลังจากผ่านไป 13 ปีนับตั้งแต่ปี 2547

อนึ่งข้อมูลจาก Wikipedia (เข้าถึงข้อมูลเมื่อ 10/8/2560) ระบุว่าปัจจุบันโรงแรมในเครือแชงกรี-ลา ดำเนินการทั่วโลก 99 แห่ง ด้วยห้องพักกว่า 38,000 ห้อง กระจายอยู่ในเอเชีย, ยุโรป, ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย โดยในมาเลเซียมีโรงแรมในเครือแชงกรี-ลา 9 แห่ง