นำร่องปรับหมายเลขรถเมลล์ 8 เส้นทาง - ทีดีอาร์ไอเสนอปรับค่าโดยสาร

นำร่องรถเมล์ 8 เส้นทางใหม่ เปลี่ยนหมายเลขรถ ปรับเส้นทาง เผยใช้เวลา 1 เดือน เริ่ม 15 ส.ค.นี้ ก่อนประเมินผล ด้าน ทีดีอาร์ไอเสนอปรับค่ารถเมล์ รถร้อนจาก 6.50 บาทเป็น 10-12 บาทต่อเที่ยว รถปรับอากาศเป็น 25 บาทอัตราเดียว ชง ขสมก.พิจารณาต้นปีหน้า

11 ส.ค. 2560 จากกรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'รถเมล์ไทย.คอม Rotmaethai.com' ออกมาเปิดข้อมูลจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มาเผยแพร่ โดยใช้หัวข้อว่า “เปิดโผเลขสายรถเมล์ใหม่ ในเส้นทางปฏิรูป 269 เส้นทาง” ซึ่งมีการระบุถึง เลขสายรถเมล์ใหม่ ในเส้นทางปฏิรูป 269 เส้นทาง” ยกตัวอย่างเช่น รถเมล์สาย 24 เปลี่ยนเลขสายใหม่เป็น B39, รถเมล์สาย 555 เปลี่ยนเลขสายใหม่เป็น B53E เป็นต้น ส่งผลให้เก็ดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเซียลเน็ตเวิร์กถึงความเหมาะสมและเหตุผลความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งผ่ายหลัง สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า การเปลี่ยนสายรถเมล์เป็นหมายเลขใหม่นั้น เป็นเรื่องจริง และกำลังเริ่มใช้ในเส้นทางนำร่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขบ.ร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เตรียมเปิดทดลองเดินรถ 8 เส้นทางใหม่ซึ่งถือเป็นแนวทางการปฏิรูปรถโดยสารประจำทางใน กทม.และปริมณฑลเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 15 ส.ค.-15 ก.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.30-18.30 น โดย ขสมก.จะนำรถโดยสารมาวิ่งให้บริการเส้นทางละ 5 คัน ประกอบด้วย 1.สายที่ G21 รังสิต-ท่าเรือพระราม 5 (เทียบเคียงสาย 114 อ.ต.ก. 3-แยกลำลูกกา) 2.สายที่ G59E มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) (เทียบเคียงสาย 514 มีนบุรี-ถ.รัชดาภิเษก-สีลม) 3.สายที่ R3 สวนหลวง ร.9-สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ (เทียบเคียงสาย 11 อู่เมกาบางนา-มาบุญครอง)

4. สายที่ R41 ถนนตก-แฮปปี้แลนด์ (เทียบเคียงสาย 22 อู่โพธิ์แก้ว-สาธุประดิษฐ์) 5.สายที่ Y59 สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน-กระทุ่ม แบน (เทียบเคียงสาย 189 สนามหลวง -กระทุ่มแบน) 6.สายที่ Y61 หมู่บ้านเศรษฐกิจ-สถานีขนส่งจตุจักร (เทียบเคียงสาย 509 สถานีขนส่งจตุจักร-บางแค) 7.สายที่ B44 วงกลมพระราม 9-สุทธิสาร (เทียบเคียงสาย 54 วงกลมรอบเมืองห้วยขวาง) 8.สายที่ B45 หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม-ท่าเรือสะพานพุทธ (เทียบเคียงสาย 73 อู่โพธิ์แก้ว-สะพานพุทธ)

นอกจากนั้นทาง ขบ.ยังได้เตรียมเปิดเชิญชวนให้เอกชนเข้าแข่งขันประมูลเส้นทางเดินรถอีก 10 เส้นทาง ซึ่งได้เปิดรับคำขอแล้ว 2 เส้นทาง ได้แก่ สายที่ R26E เส้นทางจากสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และสายที่ Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) โดยมีกำหนดการเปิดรับคำขอถึงวันที่ 8 ก.ย.นี้

สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนในการเข้าประมูลเส้นทางเดินรถนำร่องทั้ง 10 สายนั้น ขบ.กำหนดหลักเกณฑ์ให้เอกชนผู้เข้าเสนอต้องเป็นนิติบุคคลเพื่อเป็นหลักประกันในการรับผิดชอบผู้โดยสาร นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องมีรถโดยสาร 12-18 คัน ในเส้นทาง Y70E และ 12-16 คันในเส้นทาง R26E ซึ่งกำหนดเป็นรถโดยสารมาตรฐาน แบ่งเป็นรถโดยสารมินิบัสไม่เกิน 21 ที่นั่ง และรถโดยสาร 30 ที่นั่งรวมเที่ยววิ่งขั้นต่ำ 48 เที่ยวต่อวัน คาดว่าจะได้ตัวเอกชนภายในปีนี้ 8 เส้นทางอยู่ระหว่างคัดเลือกเส้นทางเพื่อเปิดประมูลคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ อาทิ เส้นทางมีนบุรี-สนามหลวง โดยเส้นทางดังกล่าวจะใช้รถร้อนวิ่งให้บริการ

สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า การทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง กรมการขนส่งฯ และ TDRI จะนำข้อมูลและข้อคิดเห็นจากการนำร่องปฏิรูปรถเมล์ 8 เส้นทางมาประมวลผลและสรุปแนวที่เหมาะสม โดยเส้นทางใดมีเสียงผลตอบรับดีก็จะเดินหน้าให้บริการต่อและใช้เป็นแนวทางการปฏิรูปเส้นทางที่เหลือ ส่วนเส้นทางไหนมีเสียงตอบรับไม่ดีก็จะทบทวนและหาแนวทางใหม่ โดยหลังนำร่อง 8 เส้นทางแรกแล้ว จะมีการนำร่องเพิ่มอีก 7-10 เส้นทางภายในปีนี้

สุเมธกล่าวอีกว่า จากการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. พบว่ารถเมล์ร้อน มีต้นทุนอยู่ที่ 15 บาท แต่ ขสมก.เก็บค่าโดยสารเพียง 6.50 บาทต่อเที่ยว-คน หรือขาดทุนอยู่ 8.50 บาทต่อเที่ยว-คน จึงมองว่าควรปรับค่าโดยสารรถเมล์ร้อนเป็น 10-12 บาทต่อเที่ยว-คน เพื่อลดภาระการขาดทุนของ ขสมก. ส่วนรถเมล์ปรับอากาศมีต้นทุนเฉลี่ย 20 บาทต่อเที่ยว-คน แต่ปัจจุบัน ขสมก.จัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางระหว่าง 13-26 บาทต่อเที่ยว-คน

“ดังนั้น ถ้าต้องการสะท้อนต้นทุนค่าโดยสารที่แท้จริง ก็ควรเก็บค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศเป็นราคาเดียวตลอดเส้นทาง โดยมีอัตราระหว่าง 20-25 บาทต่อเที่ยว-คน จึงจะทำให้ ขสมก.อยู่ได้ ทั้งนี้ ข้อมูลเป็นเพียงผลการศึกษาเบื้องต้น ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดและปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะสรุปผลศึกษาการปรับขึ้นค่าโดยสารทั้งหมดเสนอให้ ขสมก.พิจารณาได้ช่วงต้นปีหน้า” ผู้อำนวยการทีดีอาร์ไอ กล่าว

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์