แอมเนสตี้ฯ แถลงชี้คำพิพากษาคดีไผ่ ดาวดิน ทำให้เห็นแนวทางสุดโต่งของรัฐไทย

16 ส.ค. 2560 จากกรณีศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจการทางสังคมการเมือง ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการแชร์รายงานจากเว็บไซต์ BBC Thai เรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย" ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 (ปัจจุบันรายงานดังกล่าวถูกปิดกั้นการเข้าถึงโดยกระทรวงดิจิตัล เศรษฐกิจและสังคม) พร้อมกับคัดลอกเนื้อหาตอนหนึ่งในรายงานลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยศาลได้อ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกเป็นเวลา 5 ปี แต่เนื่องจากจำเลยยอมสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน ทั้งนี้ไผ่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดจังหวัดขอนแก่นมาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 จนถึงวันรับสารภาพ 15 ส.ค. 2560 เป็นระยะเวลา 237 วันโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

ต่อกรณีดังกล่าว แอสเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล โดย โจเซฟ เบเนดิกต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำพิพากษาในคดีดังกล่าวว่า สะท้อนให้เห็นแนวทางสุดโต่งของทางการไทย ซึ่งพร้อมจะใช้กฎหมาย เพื่อห้ามการแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปราศจากความรุนแรง ทั้งยังเห็นว่าไผ่ ไม่ควรขึ้นศาลตั้งแต่ต้น และไม่ควรถือว่าการรับสารภาพเป็นการยอมรับว่าทำผิดทางอาญา พร้อมเรียกร้องปล่อยตัวทันทีโดยไม่เงื่อนไข และประเทศไทยต้องหยุดใช้สถาบันตุลาการเพื่อคุกคาม ลงโทษจำคุกนักกิจกรรมที่ทำงานอย่างสันติ


ประเทศไทย: คำพิพากษาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา

จากกรณีที่ศาลตัดสินว่า นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมที่เป็นนักศึกษาที่ทำงานส่งเสริมประชาธิปไตย มีความผิด และลงโทษจำคุกสองปีครึ่ง เนื่องจากละเมิดกฎมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย กรณีแชร์บทความจากเว็บไซต์ BBC ในเฟซบุ๊กของตนเอง

โจเซฟ เบเนดิกต์ (Josef Benedict) รองผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “คำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นแนวทางสุดโต่งของทางการ ซึ่งพร้อมจะใช้กฎหมาย เพื่อห้ามการแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปราศจากความรุนแรง รวมทั้งการใช้เฟซบุ๊ก เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจอย่างยิ่งที่ไผ่ ดาวดินถูกกักขังในเรือนจำรวมเป็นเวลาสองปีกว่า เพียงเพราะการแชร์ข่าวชิ้นเดียว” “ไผ่ ดาวดินไม่ควรต้องขึ้นศาลตั้งแต่ต้น และไม่ควรถือว่าการสารภาพนี้ เป็นการยอมรับว่ากระทำผิดทางอาญา ซึ่งศาลไทยมักลดโทษกึ่งหนึ่งให้กับจำเลยที่ยอมสารภาพผิดในคดีเช่นนี้เสมอ

ไผ่ ดาวดินต้องได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข” “ประเทศไทยต้องหยุดใช้สถาบันตุลาการเพื่อคุกคามและลงโทษจำคุกนักกิจกรรมที่ทำงานอย่างสันติ และให้ปฏิบัติตามพันธรกรณีระหว่างประเทศ รวมทั้งการเคารพเสรีภาพในการแสดงออกอย่างจริงจัง”