สถิติคดี 112 ขอนแก่นเพิ่มวันเดียว 8 ราย คดีเผาซุ้มฯ ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น

แจ้งข้อกล่าวหา ส่งอัยการและส่งศาลสั่งขังภายในวันเดียว ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น แม่ผู้ต้องหาบ่นเสียใจเพราะตำรวจบอกว่าเรียกตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติมเท่านั้น

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2560 อัยการจังหวัดพล ได้ทำการยื่นฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ร. 10 ในพื้นที่ อ.พล และ อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ต่อศาลจังหวัดพล ในความผิดฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, เป็นอั้งยี่, ซ่องโจร และร่วมกันหมิ่นประมาทฯ พระมหากษัตริย์ รวม 3 คดี

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 ที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้าทำจับกุมชาวบ้านในพื้นที่ อ.ชนบท และ อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่นไปจำนวน 9 คน โดยได้นำตัวไปกักขังและทำการสอบสวนโดยไม่มีทนายความที่ค่ายศรีพัชรินทร มทบ. 23 อ.เมือง จ.ขอนแก่น และที่ มทบ.11 กรุงเทพ รวม 6 วัน ก่อนที่จะส่งตัวกลับมาให้ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ กับ สภ.ชนบท (พื้นที่เกิดเหตุ) โดยดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร จากพฤติการณ์รับจ้างวางเพลิงเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติ รวม 3 จุด ในวันที่ 3 และช่วงต่อของคืนวันที่ 12 และ 13 และยังมีการตระเตรียมวางเพลิงใน อ.เปือยน้อย จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลจังหวัดพลฝากขังผู้ต้องหา 8 คน ที่เรือนจำอำเภอพล จนเมื่อได้มีการฝากขังครบ 4 ผัด 48 วัน จึงได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 10 ก.ค. 2560 เนื่องจากอัยการยังไม่ส่งฟ้องต่อศาล ขณะที่คดีที่มีโทษจำคุกสูงไม่ถึง 10 ปี ศาลมีอํานาจสั่งขังได้ไม่เกิน 48 วัน จึงต้องปล่อยตัวชั่วคราว

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2560 พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้มีหมายเรียกมาถึงผู้ต้องหาทั้ง 8 โดยแจ้งว่าให้มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ชนบท ในวันที่ 17 ส.ค. 2560 แต่เมื่อผู้ต้องหา ทั้ง 8 มาถึงตามเวลานัดหมาย เจ้าพนักงานสอบสวนกลับแจ้งข้อหาเพิ่มว่าผู้ต้องหาทั้ง 8 คนมีการกระทำความผิดฐานร่วมกันหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และนำตัวส่งอัยการจังหวัดพลและอัยการได้ส่งฟ้องทั้ง 8 ผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดพลโดยศาลได้สั่งขังระหว่างการพิจารณาคดีโดยทันที

มารดาของผู้ต้องหาในคดีคนหนึ่งกล่าวว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัวถึงที่บ้านเลย โดยได้บอกกับผู้ต้องหาและครอบครัวว่าเป็นการเรียกไปสอบข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกช็อค ไม่ได้เตรียมตัวและไม่รู้ว่าจะหาเงินสดหรือหลักทรัพย์ที่ไหนมาขอประกันตัว เนื่องจากเป็นคนหาเช้ากินค่ำ คดีดังกล่าว มีผู้ถูกกล่าวหาว่กระทำความผิดทั้งสิ้น 11 คน ถูกจับกุมไปแล้ว 9 คน ส่วนอีกสองคนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้จ้างวานอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ผู้ถูกจับกุมทั้ง 9 คน จำแนกเป็น เยาวชนชาย (อายุ 14 ปี) 1 คน วัยรุ่นชาย (อายุ 18-20 ปี) 6 คน และผู้ใหญ่อีก 2 คน อายุ 25 และ 50 ปี โดยมีผู้ต้องหา 3 คน ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและถูกจับกุมในสถานศึกษา สำหรับเยาวชนชายอายุ 14 ปี ถูกแยกนำไปพิจารณาคดีในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวและถูกนำไปขังไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น โดยไม่มีขาวว่าได้รับการปล่อยตัวจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการฟ้องคดีผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย มีรายละเอียดดังนี้

1.คดีเผาซุ้มฯ ใน อ.บ้านไผ่ ฟ้องจำเลยวัยรุ่น รวม 6 คน ในข้อหา ร่วมกันวางเพลิง, ทำให้เสียทรัพย์, เป็นอั้งยี่, ซ่องโจร และหมิ่นฯ พระมหากษัตริย์ โจทก์บรรยายฟ้อง ความโดยสรุปว่า เมื่อวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จนถึงวันที่ 3 พ.ค. 60 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้ง 6 กับพวกได้เข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่มุ่งประสงค์จะวางเพลิงเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติซึ่งประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 ซึ่งตั้งอยู่ร่องกลางถนนสายบ้านไผ่-บรบือ จำนวน 1 ซุ้ม โดยมีนายปรีชา กับพวก ซึ่งหลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง เป็นหัวหน้าคณะบุคคลอั้งยี่นี้ และเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ได้มีการประชุมวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำที่กระท่อมนาของนายปรีชา เพื่อไปวางเพลิงเผาซุ้มดังกล่าว โดยเวลาต่อมาได้ไปวางเพลิงจนซุ้มฯ ได้รับความเสียหายบางส่วน คิดเป็นค่าเสียหายจำนวน 3,000 บาท ต่อมาวันที่ 22 พ.ค.60 พนักงานสอบสวนจับจำเลยทั้ง 6 ได้

2.คดีเผาซุ้มฯ ใน อ.ชนบท ฟ้องจำเลยวัยรุ่น 4 คน (เป็นกลุ่มเดียวกับคดีแรก) ในข้อหา ร่วมกันวางเพลิง, ทำให้เสียทรัพย์, เป็นอั้งยี่, ซ่องโจร และหมิ่นฯ พระมหากษัตริย์ โจทก์บรรยายฟ้อง ความโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 12 พ.ค. 60 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จนถึงวันที่ 3 พ.ค. 60 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้ง 4 กับพวก (โดยร่วมกับเยาวชน ซึ่งแยกดำเนินคดีต่างหากแล้ว) ได้เข้าเป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่มุ่งประสงค์จะวางเพลิงเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติซึ่งประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โดยมีนายปรีชา กับพวก ซึ่งหลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง เป็นหัวหน้าคณะบุคคลอั้งยี่นี้ และได้มีการประชุมวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำที่กระท่อมนาของนายปรีชา เพื่อไปวางเพลิงเผาซุ้มดังกล่าวในเขต ต.ชนบท อ.ชนบท จำนวน 2 ซุ้ม โดยเวลาต่อมาได้ไปวางเพลิงจนซุ้มฯ ได้รับความเสียหาย คิดเป็นค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 758,000 บาท ต่อมาวันที่ 22 พ.ค.60 พนักงานสอบสวนจับจำเลยทั้ง 4 ได้

3.คดีตระเตรียมเผาซุ้มใน อ.เปือยน้อย ฟ้องจำเลย 2 คน (คนละกลุ่มกับ 2 คดีข้างต้น) ร่วมกันตระเตรียมวางเพลิงเผาทรัพย์ และหมิ่นฯ พระมหากษัตริย์ (ไม่มีข้อมูลคำฟ้อง)

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น