คณะตรวจสอบ กสม. เผยกรรมการสิทธิฯ ไม่อิสระ ทำงานลำบาก ไม่จริงจัง การเงินไม่โปร่งใส

เผย 6 ข้อกังวลเกี่ยวกับเนื้อหา พ.ร.ป. ความอิสระของ กสม. กระบวนการคัดสรรกรรมการ สภาไม่จริงจังกับรายงาน กสม. วอน กรธ. ฟังความกังวลภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศหลังโดนลดเกรด เผยอาจลดเกรดจากบีเป็นซีได้ รัฐประหารมีผลกับการลดเกรด การเงินไม่โปร่งใส ไม่มีรายงานงบประมาณประจำปีออกสู่สาธารณะและสภา

17 ส.ค. 2560 มูลนิธิศักยภาพชุมชนจัดงานเปิดตัวรายงานติดตามการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประเทศไทย 2559 ที่สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีงานแถลงข่าวรายงานติดตามการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทยโดยอากันทารันนันซาร์ จูอันดาร์ เลขานุการเครือข่ายภาคประชาสังคมเอเชียเพื่อสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ANNI) และชลิดา ทาเจริญศักดิ์ เลขานุการเครือข่ายติดตามการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเทศไทย

แถลงการณ์รายงานติดตามการทำงานของ กสม. ประเทศไทย 2559 ระบุถึงข้อกังวลของภาคประชาสังคมต่อการทำงานของ กสม. ดังนี้

  • ความเป็นอิสระของ กสม. เพราะจะมีผลต่อการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งการละเมิดอาจมาจากนโยบายของรัฐ จากเจ้าหน้าที่รัฐ จากองค์กรธุรกิจ หรือจากประชาชนกับประชาชนด้วยกันเองจะเห็นว่ามีความละเอียดอ่อนอย่างมากในการทำหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ

  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ต้องแก้ไขให้การคัดสรรสามารถคัดสรรให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงในเรื่องสิทธิมนุษยชนตามหลักการปารีส

  • รัฐต้องไม่เข้าไปแทรกแซง ครอบงำการทำงานของ กสม. สำนักงานต้องเป็นอิสระ

  • รายงานของ กสม. และรายงานการทำงานของ กสม. ควรได้รับการพิจาณาอย่างจริงจังจากรัฐสภา

  • คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญและอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ควรรับฟังความเห็น และบรรจุข้อกังวลของภาคประชาสังคมใน พ.ร.ป. ด้วย เพราะ พ.ร.ป. จะมีผลต่อการเปลี่ยนสถานภาพของ กสม. ประเทศไทย จากบีเป็นเอ หรือจะทำให้สถานภาพถูกลดจากบีเป็นซีได้

  • หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีการเลือกตั้งแล้วให้มีการคัดสรรคณะ กสม. ชุดใหม่ตามหลักการปารีส

    ชลิดากล่าวว่า ทั่วโลกมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ 117 ประเทศ เป็นประเทศที่ได้ระดับ เอ อยู่ 74 ประเทศ ระดับบีมีอยู่ 33 ประเทศ ไทยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และระดับซีอีก 10 ประเทศ เครือข่ายติดตามการทำงานของ (กสม.) ประกอบด้วยภาคประชาสังคมหลายกลุ่ม มีกลไกการตรวจสอบ กสม. ว่าได้ปฏิบัติการตามหลักการปารีสหรือไม่ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

    อากันทารันนันซาร์ กล่าวว่า กสม. ประเทศไทยถูกลดเกรดจากเอเป็นปีไปแล้วเมื่อปี 2557 โดยดูจากขั้นตอนการคัดเลือก กสม. การขาดการคุ้มกันและความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และความล้มเหลวในการตอบสนองต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในบริบทที่ไทยอยู่ใต้การปกครองของทหาร และมีแนวโน้มว่าจะถูกลดไปเป็นเกรดซีอีกด้วยหากดูจาก พ.ร.ป. กสม.

    แม้แต่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เผชิญกับภาวะวิกฤตหลายอย่างทั้งฟิลิปปินส์และติมอร์เลสเตก็ยังได้เกรดเอ ตัวแทนจาก ANNI จึงระบุเพิ่มเติมว่า ระบอบการปกครองก็เป็นส่วนหนึ่งของการได้รับการลดเกรด เพราะว่าการคุ้มครองการละเมิดสิทธิมนุษยชนทำได้ยากขึ้นภายใต้รัฐบาลทหาร นอกจากนั้น โดยหน้าที่ของ กสม. ภายใต้การรัฐประหารหรือภาวะฉุกเฉินจะต้องเพิ่มความใส่ใจในการสอดส่องดูแล สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชน หลักการประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมอย่างไม่มีข้อยกเว้น

    ชลิดากล่าวว่า นอกจากเรื่องกระบวนการคัดสรรและเนื้อหา พ.ร.ป. แล้ว ยังพบว่า กสม. ไม่ได้ทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นที่ต้องร่วมงานกัน การตรวจสอบ กสม. นั้นเป็นไปเพื่อดูว่า กสม. ได้ปฏิบัติตามหลักการปารีสหรือไม่ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นศัตรูเพราะเราไปวิพากษ์วิจารณ์ นอกจากนั้น เรื่องการเงินของ กสม. ก็ไม่โปร่งใส มีกรรมการ กสม. คนหนึ่งบอกว่า งบประมาณที่ได้มาแต่ละปีนั้นมีมูลค่าราว 300 ล้านบาทและเพียงพอ ส่วนงบประมาณที่เหลือก็ไม่ต้องส่งกลับแต่ให้ทบเข้าไปในงบประมาณ แต่ กสม. ไม่เคยทำรายงานการเงินออกมาให้รัฐสภาและสาธารณะเลย ทั้งนี้ ตนคิดว่า กสม. ชุดนี้ก็คงไม่อยู่ตลอดไป จะมีชุดใหม่มาเรื่อยๆ และหวังว่าจะมี กสม. ที่มีคุณภาพ โปร่งใส เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก

    ทั้งนี้  เลขานุการเครือข่ายติดตามการทำงานของ กสม. ก็ยังระบุว่า แม้ กสม. ประเทศไทยจะถูกลดเกรดไป ก็มีข้อเสนอแนะจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Universal Periodic Review ซึ่งเป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council หรือ HRC) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) หรือ ICCPR แต่ก็ยังไม่มีการเอาข้อเสนอแนะไปปฏิบัติ

    หลักการปารีสเป็นแนวความคิดในการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่างๆ ซี่งกําหนดขึ้นจากการสัมมนาว่าด้วยสถาบันแห่งชาติและท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันถึงมาตรฐานขั้นต่ำของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงได้มีการกำหนดแนวทางของอํานาจและหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้นโดยได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (General Assembly) ในมติที่ 48/134 โดยได้กําหนดแนวทางการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของรัฐที่เป็นอิสระ เพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

    1. ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
    2. แนะนํารัฐบาลในเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน
    3. ทบทวนกฎหมายสิทธิมนุษยชน
    4. เตรียมรายงานสิทธิมนุษยชน
    5. รับและสอบสวนเรื่องราวร้องทุกข์จากสาธารณชน

     

    หมายเหตุ : 22 ส.ค. 2560 บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท ได้รับจดหมายด่วนที่สุด จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เลขที่ สม 0004/2461 ลงวันที่ 21 ส.ค.2560 จาก ภิรมย์ ศรีประเสริฐ เลขาธิการ กสม. เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมูลนิธิศักยภาพชุมชนแถลงข่าวกล่าวหา กสม. 

    โดย สำนักงาน กสม. ยืนยันว่า กสม.ดำเนินงานการเงินอย่างโปร่งใส ที่ผ่านมาการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งนำเสนอรายงานฯ ต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะชนทางเว็บไซต์ของ กสม. เป็นประจำทุกปี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://prachatai.org/journal/2017/08/72930)
     
    เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
    โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
    โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
    ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
    เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
    ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
    LINE ไอดี = @prachatai

    แสดงความคิดเห็น

    พื้นที่ประชาสัมพันธ์