ประยุทธ์เผยเตรียมคลอดกฎหมายห้ามมีกิ๊ก ขออย่าไล่เพราะยังไม่ไป

ประยุทธ์ ลงพื้นที่โคราช เผยเตรียมคลอดกฎหมายให้มีเมียเดียว ยันจะไปตามขั้นตอน แต่อย่าไล่ เพราะถ้าไล่ก็ยังไม่ไป ย้ำภาคอีสานเป็นภาคที่มีความสำคัญ รถไฟทางคู่ที่ผ่าเมืองโคราช จะพยายามลดผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวโคราช

21 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (21 ส.ค. 60) เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมายังศาลาอเนกประสงค์ สวนสาธารณะเทศบาล ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกับประชาชนในจ.นครราชสีมา และตอบข้อซักถามจากประชาชนในพื้นที่

โดย ข่าวสดออนไลน์ รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการพบปะประชาชนดังกล่าวว่า วันนี้ได้กราบสักการะย่าโม ซึ่งตนเกิดที่นี่ในค่ายสุรนารี เท่ากับเป็นคนที่นี่ จึงเป็นลูกหลานชาวอีสาน ไม่เคยลืม ซึ่งไม่ว่าใครจะลืมถิ่นที่เกิดที่อยู่ที่กินไม่ได้ พ่อเป็นทหารที่โคราช แม่เป็นคนชัยภูมิ และในช่วงเช้าผู้ว่าฯ นำลอดประตูชัยพร้อมบอกว่าถ้าเดินลอดประตูแล้วจะเป็นเขยคนโคราช ซึ่งไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะตนเป็นเขยคนกรุงเทพฯแล้ว หากเป็นอีกเขยก็ต้องเป็นเรื่องแน่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขออย่ามองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว ใครผิดถูกทะเลาะเบาะแว้งก็ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัว คนไทยรักกันเหมือนที่ทุกคนรักตน ใครมารังแกตน พวกท่านก็ไม่ชอบ แต่ขอให้รักใครให้ถูกวิธี ถ้าตนทำผิดก็ไม่ต้องมารัก ไม่ใช่ชอบเสียอย่าง ผิดถูกก็ช่างมัน จะโกงหรือแบ่งกันก็ได้ แบบนี้ถือว่าผิดศีลธรรม ประชาชนมีแววตาซื่อ จะไปหลอกอะไรไม่ได้ คนไทยมีความซื่อสัตย์ โอบอ้อมอารี ใครให้อะไรก็บอกว่าดี กลัวเสียน้ำใจ ซึ่งตนไม่ได้ว่าใคร แต่อย่าไปหลงเชื่ออีก อย่าให้เขาพาไปติดคุกอีก หลายคนที่ติดคุกถูกทิ้งอยู่ ไม่มีใครไปดูแล รู้สึกสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรในเมื่อผิดกฎหมาย

“อย่ามัวแต่สนใจข่าวดาราจะรักจะเลิกกัน ไม่ได้เกี่ยวกันเลย อยากให้เขากลับมาคืนดีกัน แต่ตัวเองผัวยังทิ้งอยู่เลย ใครผัวทิ้งมาบอกผม เรื่องนี้ผิดกฎหมายไม่ได้ กฎหมายให้มีเมียเดียว จะมีกิ๊กก็ไม่ได้ กฎหมายกำลังออก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“คิดถึงกันบ้างเด้อ ทหารพูดอะไรโกหกไม่ได้ เป็นคำมั่นสัญญาที่ต้องการทำเพื่อประชาชน และเคยฟังเพลงกันหรือไม่ หรือคิดว่าขอเวลาอีกไม่นาน แต่ไม่ไปสักที ผมก็ไปตามขั้นตอน ไปได้ก็ไป อย่าไล่ผม ถ้าไล่ก็ยังไม่ไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ย้ำภาคอีสานเป็นภาคที่มีความสำคัญ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีความสำคัญ การมาประชุม ครม. ครั้งนี้ได้นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ การแก้ไขปัญหาทั้งหลายให้หมดไปอย่างยั่งยืนต้องใช้ความร่วมมือ ใช้พลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชน พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกัน รัฐบาลได้วางรากฐานอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ “มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่การปฏิบัติ 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร การทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ การจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งเสริมสินค้า OTOP ให้ไปไกลในตลาดโลก ไม่เพียงแต่ด้านเกษตรกรรม รัฐบาลยังส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมโดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เร่งสถาบันการศึกษาผลิตแรงงานมีฝีมือเพื่อป้อนตลาดแรงงานในอนาคต ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนารวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะมารองรับการค้า การลงทุน การขนส่งและเชื่อมโยงภูมิภาค CLMVT โครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในหมู่บ้าน สำหรับเรื่องที่ดินป่าไม้นั้นรัฐบาลพยายามฟื้นฟูป่าพร้อมทั้งหยุดยั้งการบุกรุกตลอดจนสร้างป่าเพิ่มเพื่อช่วยรักษาระบบนิเวศน์ให้อุดมสมบูรณ์

รถไฟทางคู่ที่ผ่าเมืองโคราช ยันพยายามลดผลกระทบชาวโคราช

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ที่ผ่าเมืองโคราชเป็นสองส่วนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าโครงการนี้เป็นเรื่องสำคัญและจะช่วยสร้างความเจริญให้กับพี่น้องชาวโคราชในอนาคต อย่างไรก็ดีการยกระดับรถไฟนั้นต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและพยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะลดผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวโคราช

การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม รัฐบาลเร่งดำเนินการ ในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนชาวอีสานให้ได้รับความสะดวกในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพที่เหมาะสม โดยต้องทำให้การอยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่มีความเท่าเทียมกันกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำสร้างโอกาสในอาชีพในถิ่นฐานบ้านเกิดลดช่องว่างรายได้ และกระจายรายได้ที่เป็นธรรม รัฐบาลตั้งเป้าหมายการพัฒนาอีสานสู่มิติใหม่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ด้วยการผลักดันและพัฒนาในด้านต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้นคือ 1. การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน 2. การแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 3. การสร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ทุกโครงการให้ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ประชาชนชาวอีสานได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งชื่นชมทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อพี่น้องประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์และเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล