ฎีกาเลื่อนอ่านคำพิพากษา 85 การ์ดพันธมิตรฯ ล้อม NBT ปี 51 เหตุจำเลยป่วยคล้ายอัมพาต

ทนายยื่นคำร้องศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีการ์ดพันธมิตรฯ-ผู้ชุมนุมบุกล้อมเอ็นบีที เมื่อปี 51 เหตุจำเลย มีอาการป่วยคล้ายอัมพาต ล่าสุดศาลเลื่อนเป็นวันที่ 12 ต.ค.นี้ 

25 ส.ค.2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (25 ส.ค.60) พวงทิพย์ บุญสนอง ทีมทนายความคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกรุกอาคารสำนักงานสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเมื่อปี 2551 เปิดเผยว่า ตามที่ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันนี้ (25 ส.ค.) เวลา 09.00 น. จะยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนนัดการฟังคำพิพากษาออกไปก่อนเนื่องจาก ประเสริฐ ด้วงทิพย์ จำเลยที่ 37 ป่วยมีอาการคล้ายเป็นอัมพาต โดยจะเลื่อนหรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของศาลต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.46 น. นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ หนึ่งในจำเลยคดีนี้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เลื่อนเป็นวันที่ 12 ต.ค.นี้ เนื่องจาก คนมาไม่ครบ

รายงานข่าวยังระบุว่า คดีนี้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้รับการประกันตัว หลังยื่นหลักทรัพย์วงเงินคนละ 200,000 บาท
       
สำหรับคดีนี้อัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ธเนศร์ คำชุม กับพวกซึ่งเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ด พธม., นนัสเซอร์ ยีหมะ อดีตหัวหน้าการ์ด คปท. และกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 85 คน เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.4486/2551 ต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 51 ความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถาน หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358, 364, 365, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2545 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2535 จากกรณีระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค. 51 จำเลยทั้ง 82 คนกับอีก 3 คนซึ่งเป็นเยาวชน ร่วมกันบุกรุกอาคารสำนักงานสถานี NBT พร้อมพกอาวุธจำนวนมาก จากนั้นจำเลยได้ร่วมกันทำลายทรัพย์สินรวมค่าเสียหายทั้งสิ้นกว่า 6 แสนบาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของทางราชการ โดยจำเลยที่ 1 มีเครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่จำเลยที่ 39, 80 มีใบกระท่อม ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 รวมจำนวน 18 ใบไว้ในครอบครองจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
       
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 53 ให้จำคุก ธเนศร์ คำชุม จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน, ชนินทร์ อินทร์พรหม จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 6 เดือนและปรับ 500 บาท ส่วนจำเลยที่ 3-29, 31-38, 40, 41, 43-46, 48-79, 82 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน, เมธี อู่ทอง จำเลยที่ 24 จำคุก 1 ปี 12 เดือน และจรัส วีระพันธ์ จำเลยที่ 39 กับธนพล แก้วเชิด ที่ 80 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนและปรับ 500 บาท และจำเลยที่ 30, 47, 81 จำคุกคนละ 12 เดือน ส่วนจำเลยที่ 83-85 จำคุกคนละ 9 เดือน ซึ่งระหว่างกระทำผิดจำเลยที่ 30, 47, 81 อายุยังไม่เกิน 20 ปี และจำเลยที่ 83-85 ยังเป็นเยาวชน และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลย 30, 47, 81, 83, 84, 85 มีกำหนด 2 ปี และให้จำเลยรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี

ต่อมาโจทก์-จำเลยยื่นอุทธรณ์ ซึ่งได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 57 เห็นว่าการกระทำของจำเลยถือเป็นการกระทำกรรมเดียวต่อเนื่องกันซึ่งผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษบทหนักสุดฐานบุกรุกที่แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องความผิดดังกล่าว แต่ศาลอุทธรณ์มีอำนาจนำมาวินิจฉัยได้ตามกฎหมาย จึงพิพากษาแก้ปรับบทลงโทษและอัตราโทษใหม่เป็นว่า ให้จำคุกธเนศร์ คำชุม จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 เดือน ,เมธี อู่ทอง จำเลยที่ 24 จำคุก 8 เดือน ,จำเลยที่ 2-23, 25-29, 31-41, 43- 46, 48-80, 82 จำคุกคนละ 6 เดือนและเมื่อรวมโทษปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ชนินทร์ อินทร์พรหม จำเลยที่ 2, จรัส วีระพันธ์ จำเลยที่ 39 กับธนพล แก้วเชิด ที่ 80 จึงเป็นจำคุกคนละ 6 เดือนและปรับ 500 บาท ส่วนอัมรินทร์ ยี่เฮง จำเลยที่ 48 ให้บวกโทษคดีอื่นกับคดีนี้จึงเป็นจำคุก 9 เดือน และประดิษฐ์ คงช่วย จำเลยที่ 70 ก็เช่นกันจึงจำคุกทั้งสิ้น 8 เดือน สำหรับจำเลยที่ 30, 47, 81 จำคุกคนละ 4 เดือน, จำเลยที่ 83-85 จำคุกคนละ 3 เดือนขณะกระทำผิดทั้งหกเป็นเยาวชน จึงเห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ ส่วนความผิดฐานซ่องโจรนั้นให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมายังได้มีการยื่นฎีกา ซึ่งศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้

เรียบเรียงจาก : ผู้จัดการออนไลน์และเฟซบุ๊ก Nitirat Zapatista

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น