ประยุทธ์บอกนึกว่ายิ่งลักษณ์จะกล้าหาญ อภิสิทธิ์เล่นมุข 'น้ำในหูไม่เท่ากัน' เรียกเสียงฮาจากครู

'ประยุทธ์' บอกนึกว่ากล้าหาญแต่กลับไม่ได้มา 'อภิสิทธิ์' ถามครู 'ดีใจหรือเสียใจ' ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล 'น้ำในหูไม่เท่ากัน' ศรีวราห์ สั่ง ตร.ทั่วประเทศติดตามตัว และเข้าตรวจบ้าน หลังพบสัญญาณโทรศัพท์

แฟ้มภาพ

25 ส.ค.2560 ภายหลังจากที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งทนายความยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ระบุป่วยกระทันหันมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง แต่ศาลฯ เห็นว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ และพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับ และให้ปรับนายประกันเต็มสัญญา (30 ล้าน) นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง 27 ก.ย.นี้

ประยุทธ์บอกนึกว่ากล้าหาญแต่กลับไม่ได้มา

เดลินิวส์ รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของอดีตนายกฯ ที่ทำเรื่องขอเลื่อนมา แต่ศาลไม่ให้เลื่อนและออกหมายจับ แล้วเกี่ยวอะไรกับตน เพราะตนไม่สามารถสั่งกระบวนการยุติธรรมได้ ตนทำได้เพียงกำชับฝ่ายความมั่นคงให้ติดตามว่าป่วยจริงหรือไม่และขณะนี้อยู่ที่ไหน กำชับให้ติดตามเส้นทางเข้าออก ทั้งช่องทางธรรมชาติและปกติ ซึ่งเมื่อเช้าตนรู้สึกดีใจและคิดว่ายิ่งลักษณ์กล้าหาญดีที่เข้ามารับการพิจารณา แต่กลับได้รับแจ้งเมื่อสักครู่ว่าไม่ได้มาเพราะมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่าตนไม่ทราบและกำลังให้ติดตาม และขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติม กำลังหาตัวอยู่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อการปรองดองหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับประชาชน หากยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่แล้วไปไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่เป็นเรื่องกฎหมาย หากไม่อยู่แล้วกฎหมายว่าอย่างไร มีหมายเรียก หมายจับอะไรหรือไม่ แล้วภายใน 1 เดือนที่ต้องมีการพิจารณาใหม่หรือไม่ ต้องมา หากไม่มาก็ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่โต
 
"ทำไมมา ทำไมไม่เข้าอยู่ในระบบ ในเมื่อมั่นใจ ผมก็ให้เกียรติ ก็เข้ามาอยู่ในระบบสิ แล้วบรรดาคนที่มาออกันอยู่ที่ศาลมากันทำไม ทุกอย่างมันวุ่นวายปั่นป่วนไปหมดเพราะคนเยอะและคนรอบๆ ข้าง ตอนแรกก็ดีใจว่าจะมาฟัง ผมก็สบายใจ เดี๋ยวศาลก็ดูแลเอง ในส่วนการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม แต่ อ่าว ไม่มาอีกแล้ว บอกว่าป่วย ผมก็หาตัวอยู่ว่าป่วยอยู่ที่ไหน ก็ยังหาไม่เจออยู่นี่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนไม่กังวลว่า ยิ่งลักษณ์ จะมาสู้คดีต่อหรอไม่ เพราะคนที่ควรกังวลคือคนที่โดนคดี ในเมื่อบอกว่าไม่มีอะไรผิดก็ต้องสู้คดีให้ได้ ซึ่งกฎหมายใหม่ก็ได้ช่วยแก้ปัญหาว่าไม่เป็นธรรมอย่างไร และให้มีสิทธิ์อุทธรณ์ ซึ่งตนและศาลได้พูดไปหลายครั้งในเรื่องนี้ แล้วยังไม่อยู่หมายความว่าอย่างไร จะบอกว่าไม่เป็นธรรมได้อีกหรือไม่
 
เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่ายิ่งลักษณ์ มีเจตนาหลบหนีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามท่านอดีตนายกฯ เอง ผมไม่ใช่เขา และส่วนตัวไม่เคยประเมินว่าจะออกมาในลักษณะนี้ ไม่เคยตัดสินก่อนศาล เพราะไม่ใช่ผู้พิพากษาและไม่ได้เรียนกฎหมายและ ไม่คิดว่าจะหนี เพราะอดีตนายกฯ ก็แสดงว่าจะมาสู้คดีมาตลอดและบรรดาพรรคเพื่อไทยก็ระบุว่าจะสู้คดีแน่นอน และหากไม่สู้จะเชื่อมั่นกันได้อีกหรือไม่ ต้องดูคนอื่นที่เคลื่อนไหวในขณะนี้ด้วย ที่ทุกคนระบุว่าจะมาเจอกันแล้วทำไมไม่มา ไปถามคนที่มีปัญหา ไม่ใช่ตน ตนไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นและกำลังทำเนื่องที่สร้างสรรค์
 
เมื่อถามต่อว่า จากการที่ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ในขณะนี้ประเมินว่ามวลชนจะแผ่วลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้แต่เชื่อว่าทุกคนเป็นประชาชนคนไทย ไม่ใช่พวกใคร แต่ความรักเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะพวกไหนก็ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่ได้ เพราะจะมีปัญหากับกฎหมายทั้งสิ้น
 

อภิสิทธิ์ ถามครู 'ดีใจหรือเสียใจ' ยิ่งลักษณ์ไม่มาศาล 'น้ำในหูไม่เท่ากัน'

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่าเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมทวินโลตัส อ.เมืองนครศรีธรรมราช อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศพนักงานครูเทศบาล ประจำปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
 
รายงานข่าวระบุว่าภายหลังที่อภิสิทธิ์ ได้กล่าวเปิดงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยก่อนปาฐกถาเรื่อง การปฏิรูปการศึกษายุค 4.0 อภิสิทธิ์ ได้พูดบนเวที ถึงกรณีที่ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มาศาลว่า "ทราบข่าวแล้วใช่ไหมครับ ดีใจหรือเสียใจ ข่าวไม่มาศาลทุกคนคงทราบกันแล้ว น้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่มีใบรับรองแพทย์ถือว่าเท็จ ผมพูดเรื่องจริง ไม่ได้ทับถม มีหมายจับแล้ว ผมไม่พูดนะ แต่มาพูดเรื่องการศึกษา 4.0" ซึ่งหลังจากอภิสิทธิ์พูดจบ บรรดาครูในห้องประชุมถึงเฮดังลั่น ห้องประชุม
 
อย่างไรก็ตาม บีบีซีไทย รายงานเพิ่มเติมว่า อภิสิทธิ์ส่งข้อความ ไลน์@ Mark_Abhisit ระบุว่า "ผมเพิ่งเห็นข่าวในไทยรัฐออนไลน์พาดหัวข่าว มาร์คเย้ยปูน้ำในหูไม่เท่ากัน รวมทั้งรายงานคำพูดผมอย่างคลาดเคลื่อน สิ่งที่ผมพูดมีเพียงการแจ้งข้อเท็จจริงให้ผู้เข้าฟังการบรรยายทราบ ผมไม่อยากให้สื่อมวลชนสร้างความขัดแย้งบนความเข้าใจผิดโดยเฉพาะในสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน"
 
ขณะที่ ณัฎฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในหน้าเฟซบุ๊กของพรรคว่าสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวในงานนั้นเป็นเพียงการให้ข้อเท็จจริงให้กับผู้ที่มาร่วมฟังบรรยายได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยเป็นการสื่อข้อความดังกล่าวก่อนการบรรยาย ปราศจากซึ่งการแสดงความรู้สึกใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในทางบวกหรือลบ และมิได้มีสิ่งหนึ่งประการใดที่แสดงออกถึงการเย้ยหยัน หรือไม่เคารพกติกาใด ๆของบ้านเมืองทั้งสิ้น การนำเสนอที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงจากสื่อฯ ไม่ว่าจะในช่องทางใดก็ตาม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สำหรับท่าทีของพรรคนั้นเห็นว่าไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม ทุกฝ่ายต้องยอมรับและปฏิบัติตามกติกาของบ้านเมือง
 

สั่ง ตร.ทั่วประเทศติดตามตัว และเข้าตรวจบ้าน หลังพบสัญญาณโทรศัพท์

ข่าวสดออนไลน์ รายงานด้วยว่า บรรยากาศบริเวณบ้านพัก ยิ่งลักษณ์ ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีบรรดาผู้สื่อข่าวมาเฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งออกหมายจับยิ่งลักษณ์ ที่ไม่มารายงานตัวและฟังคำพิพากษาของศาลในวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการดูแลความเรียบร้อยตลอดโดยรอบบ้านพักเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ปรากฏว่ามีบุคคลภายในบ้านพักเดินทางเข้าออกแต่อย่างใด และภายในบ้านไม่พบรถตู้โฟล์ค เลขทะเบียน ฮน 333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถส่วนตัวที่ ยิ่งลักษณ์ ใช้เป็นประจำจอดอยู่

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เตรียมนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านของ ยิ่งลักษณ์ ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 เนื่องจากฝ่ายสืบสวนของตำรวจได้ตรวจสอบพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ ยิ่งลักษณ์ ในบ้านดังกล่าว อีกทั้ง ศาลมีคำสั่งออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ จึงต้องเข้าไปตรวจสอบว่า ยิ่งลักษณ์ ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

ต่อมาพล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศติดตามตัวยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีจำนำข้าว โดยส่งกำลังตรวจสอบทั้งบ้านพักในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวว่ายิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ข่าวสดออนไลน์ ยังรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่ายิ่งลักษณ์เดินทางไปทำบุญกราบไหว้สมเด็จโตที่วัดระฆังโฆสิตาราม กทม. เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นมีข้อมูลว่าวันที่ 24 ส.ค. ยิ่งลักษณ์ได้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว ขณะเดียวกันมีข้อมูลอีกว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์เช่นเดียวกัน

พร้อมกันนี้ข่าวสดออนไลน์ยังระบุด้วยว่า ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติทางชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ หรือสนามบินโปเชงตง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงพนมเปญไปทางตะวันตก 7 กิโลเมตร ก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์ แล้วบินต่อไปประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ ต่ออีกทอด

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้พา ไปป์ ศุภเสกข์ อมรฉัตร ลูกชายวัย 15 ปีเดินทางไปด้วย โดย ยิ่งลักษณ์ติดสินใจออกนอกประเทศพร้อมลูกชาย ก็เพราะเป็นห่วงว่าหากมีคำพิพากษาให้จำคุก จะทำให้ขาดคนดูแลลูกชายคนเดียว จึงตัดสินใจพาลูกชายเดินทางออกนอกประเทศไปด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์