ร้องหยุดพฤติกรรม 'ผักชีโรยหน้า' การลงพื้นที่สร้างภาพของนายกฯ

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกแถลงการณ์ "ขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรม 'ผักชีโรยหน้า' ในการลงพื้นที่สร้างภาพของนายกรัฐมนตรี" ระบุหลังนายกฯ กลับจากลงพื้นที่ สปก. เพียงข้ามคืน เสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าถูกรื้อกลับหมด น้ำประปาถูกตัดขาด ร้องหยุด ครม.สัญจรได้แล้วเพราะแต่ละครั้งใช้ทหาร-ตำรวจมาอารักษาถึง 2-3 พันคน สูญเสียงบประมาณ
 
 
 
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมามอบหนังสืออนุญาตให้สถาบันเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ สปก. เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2560  ที่มาภาพ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 
 
2 ก.ย. 2560 สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โดยนายศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรม 'ผักชีโรยหน้า' ในการลงพื้นที่สร้างภาพของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าตามที่ปรากฏว่ามีชาวบ้านหมู่ 14 ต.หนองม่วง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ร้องเรียนว่าภายหลังพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมามอบหนังสืออนุญาตให้สถาบันเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ สปก. เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2560 (อ่านข่าวเพิ่มเติม: นายกรัฐมนตรี มอบหนังสืออนุญาตให้สถาบันเกษตรกรฯ แก้ปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกิน ในพื้นที่ยึดคืนตาม ม.44 จังหวัดสระแก้ว) ที่ผ่านมาโดยจัดสรรให้เกษตรผู้ยากไร้ รายละ 6 ไร่แยกเป็นแปลงที่อยู่อาศัย 1 ไร่ แปลงเกษตรกรรม จำนวน 5 ไร่ รวม 65 ราย ซึ่งมีการสร้างถนนทางเข้าหมู่บ้าน ทำระบบประปาโดยสูบน้ำบาดาลมาใช้ได้ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดน้ำจากวาล์วปิด-เปิดประปาให้น้ำไหลเข้าสู่แปลงเกษตรกรรมส่วนไฟฟ้าได้ติดตั้งเสาไฟฟ้าตลอดข้างทางเข้าไปในหมู่บ้านสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ แต่หลังนายกรัฐมนตรีกลับไปแล้วเพียงข้ามคืนเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าถูกรื้อกลับหมด น้ำประปาถูกตัดขาดชาวบ้านไม่มีน้ำรดต้นไม้และพืชผักที่ปลูกไว้ เริ่มเหี่ยวเฉา วัวโครงการโคบาลบูรพาที่เลี้ยงไม่มีน้ำให้กินกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่าการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีลักษณะพฤติกรรม “ผักชีโรยหน้า” ของระบบราชการไทยนั้น
 
กรณีดังกล่าวไม่ใช่เป็นกรณีแรกของสังคมไทยที่เหล่าข้าราชการส่วนใหญ่จะใช้เป็นกลวิธีหลอกลวงสาธารณะเพื่อสร้างภาพให้ผู้บริหารประเทศหรือผู้บังคับบัญชาผิดหลงต่อความจริงว่านโยบายของตนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้เกิดมรรคผลอันดีเลิศประเสริฐศรีแล้วและสามารถเอาไปคุยโม้โอ้อวดหลอกประชาชนได้เต็มที่แต่ในที่สุดความจริงก็คือความจริง
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของระบบราชการไทยได้ชัดเจนที่สุดในยุคนี้ พ.ศ.นี้
 
นอกจากนี้พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการปกปิดข้อมูลข่าวสารสาธารณะอันเกี่ยวเนื่องจากการจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพถือได้ว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 59 ประกอบมาตรา 73 และเข้าข่ายความผิดอาญามาตรา 343 ประกอบมาตรา 341 และ 342(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญาโดยชัดแจ้งที่ว่า “ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน” ซึ่งมีโทษทางอาญาค่อนข้างสูงด้วย
 
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯใคร่เรียกร้องมายัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้โปรดสั่งการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและเอาผิดลงโทษพนักงานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการไปสร้างกิจกรรม “ผักชีโรยหน้า”สร้างภาพหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเสียโดยเร็วและขอเรียกร้องให้หยุดการจัดประชุม ครม.สัญจร ได้แล้วเพราะการลงพื้นที่ของ ครม.และหรือนายกรัฐมนตรีแต่ละครั้งจะต้องมีการใช้ทหารและตำรวจมาอารักษาถึง 2-3 พันคนต้องสูญเสียงบประมาณเบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เป็นภาษีของประชาชนจำนวนมากให้กับบุคลากรเหล่านี้เพียงเพื่อมาสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อไปวัน ๆ เท่านั้น
 
ทั้งนี้รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปทำเสแสร้งอยากใกล้ชิดประชาชน
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์