ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช. ปม ตร.ปล่อยคดี 'บอส กระทิงแดง' หมดอายุความ

ศรีสุวรรณ ยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช. เอาผิด บิ๊กตร.-อัยการ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้า ปมเกียร์ว่างคดีบอสกระทิงแดง ชน ตร.ทองหล่อเสียชีวิตเมื่อปี 55 ระบุล่าสุด 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ได้หมดอายุความลงแล้ว 

4 ก.ย. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (4 ก.ย.60) ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. สอบสวนและเอาผิดกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ,พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , เศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ , สุพล ยุติธาดา อดีตอัยการอาวุโส และฤชา ไกรฤกษ์ อัยการเจ้าของสำนวนและพวก ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ผู้ต้องหาในคดีอาญาหลบหนีออกนอกประเทศ อันเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่

ศรีสุวรรณ ระบุวา ตามที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดงได้ซิ่งรถหรู เฟอร์รารี่ ด้วยความเร็วสูง กว่า 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิตคาเครื่องแบบ และยังลากร่างของผู้ตายไถลไปไกลหลายร้อยเมตรในเขตความรับผิดชอบพื้นที่ สน.ทองหล่อนั้น

เหตุทายาทเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถชนตำรวจตายกลางถนน เป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนอะไร หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของสำนวนและอัยการจะเร่งรีบทำสำนวนส่งฟ้องคดีต่อศาล แต่กลับกลายเป็นการปล่อยให้ผู้ต้องหาหนีคดีจนเป็นกรณีอื้อฉาวระดับโลก และเป็นคดีรถชนที่ยืดเยื้อที่สุดในประวัติศาสตร์ อันเกิดจากกระบวนการไม่เร่งรีบหรือไม่ใส่ใจที่จะกระทำการนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้อย่างน้อย 4 ข้อหาหมดอายุความไปโดยผลของกฎหมาย ล่าสุดในวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ได้หมดอายุความลงแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมจนเป็นกระแสที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า "คุกมีไว้ขังคนจน" ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยไม่อาจยอมรับได้

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯจำต้องนำความไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้สอบสวนและดำเนินการเอาผิดกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ผู้ต้องหาในคดีอาญาหลบหนีออกนอกประเทศ อันเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เป็นกรณีเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้อง จนกลายเป็นความเคยชินในสังคมไทยได้ต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเกียร์ว่าง อย่างไม่รับผิดชอบต่อไป

ที่มา : เฟซบุ๊ก Srisuwan Janya และ ช่อง 7 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์