แกนนำ นปช. ยื่นอุทธรณ์คดี ตร.เป็นพยานเท็จ ให้การคดีล้มประชุมอาเซียน พัทยา ปี 52

นิสิต พร้อมพวกจ่อร้องรื้อฟื้นคดีพัทยาปี 52 ใหม่ ระบุตำรวจแจ้งเท็จรับสารภาพถูกสั่งให้เบิกความใส่ร้ายจนติดคุก 4 ปี ลั่นไม่ยุติธรรม ร้องอัยการพัทยายื่นอุทธรณ์ให้ศาลสั่งลงโทษตำรวจแจ้งเท็จอย่างเหมาะสมกับพฤติกรรม 

4 ก.ย.2560 PEACE NEWS รายงานว่า นิสิต สินธุไพร แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อม สำเริง ประจำเรือ เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีอัยการศาลสูงภาค 2 ขอให้อุทธรณ์คดีที่ พ.ต.อ.สมพล รัตนการ ฟ้อง พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย เป็นจำเลยข้อหาแจ้งความเท็จ เป็นพยานเท็จ และ เบิกความต่อศาลเท็จใส่ร้าย นปช. ในคดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นิสิต กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า หลังจากศาลพิจารณาโทษ พ.ต.ท.ศราวุธ ในคดีแจ้งความเท็จลงโทษ 2 ปี คดีเบิกความเท็จต่อศาล 3 ปี และศาลลดโทษเหลือ 2 ปี 6 เดือน ปรับ 12,000 บาท ซึ่งคดีดังกล่าว และตำรวจคนนี้เป็นพยานปากสำคัญซัดทอดใส่ร้ายจำเลยหลายคนในคดีพัทยา ปี 2552

"พวกผมจำเลยทั้ง 13 คนถูกลงโทษจากศาลชั้นต้น และอุทธรณ์สั่งจำคุก 4 ปี จากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐทำให้เกิดความเสียหายต่อจำเลย จึงต้องมายื่นต่ออธิบดีอัยการศาลสูงภาค 2 ขอให้อุทธรณ์ต่อศาลเพื่อให้พิจารณาโทษให้เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เบิกความเท็จและแจ้งความเท็จ" นิสิต กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ทางจำเลยทั้ง 13 คนจะได้ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อพิจารณาโทษต่อ พ.ต.ท.ศราวุธ และจะฟ้องดำเนินคดีกับตำรวจที่แจ้งความเท็จนี้อีกอีกด้วย

นิสิต กล่าวย้ำอีกว่า เมื่อศาลลงโทษ 5 ปี ลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน และรอลงอาญานั้น แต่พวกตนต้องติดคุก 4 ปี พวกตนเชื่อว่า คนแจ้งความเท็จ เบิกความเท็จ ควรได้รับโทษที่เหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความยุติธรรมต่อปชช.ทั่วไป โดยเฉพาะศาลเอาคำเบิกความของ พ.ต.ท.ศราวุธ มาลงโทษจำเลยประมาณ 8 คนให้ติดคุกด้วย

ต่อกรณีคำถามว่า คดีของ พ.ต.ท.ศราวุธ แจ้งความเท็จ กับคดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552 เป็นกรณีเดียวกันหรือไม่ นั้น สำเริง กล่าวว่า เป็นคดีเดียวกัน และยังให้การเท็จต่อจำเลยทั้ง 8 คน และตนเองก็เป็นจำเลยในจำนวนนั้นด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐให้การเท็จแล้ว ทำให้วงการตำรวจไม่น่าเชื่อถือ

"พ.ต.ท.ศราวุธ เป็นตัวแทนตำรวจพัทยาในช่วงนั้น และให้การเท็จต่อคดีการประชุมพัทยาจริงๆ ยิ่งเขารับสารภาพ แล้วยังมาขอโทษผม บอกที่ต้องทำเพราะ จุด..จุด..จุด...ไม่อาจบอกได้ในที่นี้ คนที่ใส่ร้ายผมสารภาพผิด แล้วเดินออกศาลอย่างสง่าผ่าเผย แต่ตัวผมเอง ซึ่งถูกใส่ร้ายกลับต้องเดินเข้าคุก แล้วความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน เราคงต้องร้องรื้อฟื้นคดีกันใหม่"  สำเริง กล่าว

สำหรับคดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552 นั้น เมื่อ 21 มี.ค. ที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์โดยตัดสินพิพากษายืน จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับแกนนำกลุ่ม นปช.พัทยา อีกจำนวน 12 คน (จำเลยที่ 2-13) เป็นแกนนำ คดีดังกล่าว 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์